“ผมไม่ได้ต้องการคนเก่งที่ทำตัวเหมือนระเบิดเวลาเดินได้มาอยู่ในโปรเจกต์นี้ครับอาจารย์”
เสียงทุ้มต่ำที่ติดไปทางเย็นชาของ ‘คิน’ ดังขึ้นทันทีที่อาจารย์ที่ปรึกษาภาควิชาดนตรีวางแฟ้มรายชื่อโปรเจกต์ ‘มิวสิกเฟสติวัลประจำปี’ ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เขาไม่ได้หันมามองคนข้างๆ เลยแม้แต่น้อย สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอแล็ปท็อปราวกับว่านั่นคือสิ่งเดียวที่สำคัญในชีวิต
ผม—‘รินรดา’—แค่นหัวเราะในลำคอ พลางกอดอกเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางกวนประสาทที่สุดเท่าที่จะทำได้
“แหม พูดเหมือนตัวเองเป็นเทพเจ้าดนตรีลงมาจุติเลยนะคิน คนเก่งที่ไม่มี ‘มนุษยสัมพันธ์’ อย่างคุณน่ะ ถ้าไม่มีใครยอมทำงานด้วย ก็อย่ามาโทษคนอื่นว่าระเบิดเวลาเลยครับ เพราะคนที่น่าระเบิดใส่คนอื่นที่สุดในห้องนี้ ก็น่าจะเป็นคุณนั่นแหละ”
คินละสายตาจากหน้าจอมามองผม ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตานั้นเหมือนกำลังสแกนหาข้อผิดพลาดในตัวผมอยู่ตลอดเวลา เขากระตุกยิ้มมุมปากอย่างที่ผมเห็นแล้วอยากจะเอากลองชุดฟาดหน้าเขาสักที
“ปากเก่งเหมือนเดิมนะครับรินรดา แต่น่าเสียดายที่ความสามารถทางดนตรีของคุณมันไม่ได้ไปในทิศทางเดียวกับฝีปาก”
“พอ! ทั้งสองคนนั่นแหละ”
อาจารย์วิชัยยกมือขึ้นปรามก่อนที่สงครามเย็นในห้องพักอาจารย์จะกลายเป็นสงครามโลก “ที่ผมเรียกพวกคุณมา เพราะผมเห็นศักยภาพที่แตกต่างกัน รินรดา เธอมีพลัง มีหัวใจที่ดุดัน เหมาะกับการเป็นหัวหน้าฝ่ายประสานงานและจัดการหน้าเวที ส่วนคิน เธอมีความละเอียดรอบคอบ และคุมภาพรวมดนตรีได้ดีเยี่ยม ถ้าโปรเจกต์นี้จะรอด... พวกเธอต้องทำมันด้วยกัน”
“ไม่ครับ/ไม่ค่ะ”
เราสองคนประสานเสียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ก่อนจะหันมามองหน้ากันด้วยสายตาที่พร้อมจะแผดเผาอีกฝ่ายให้มอดไหม้
“ถ้าไม่ทำ ก็ถือว่าโปรเจกต์เฟสติวัลปีนี้เป็นอันยกเลิก และคะแนนเก็บวิชาโปรดักชั่นของพวกเธอทั้งคู่ก็จะเป็นศูนย์... รวมถึงงบประมาณสนับสนุนชมรมดนตรีสากลที่ผมดูแลอยู่ด้วย”
อาจารย์ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เราสองคนจมอยู่กับความเงียบที่น่าอึดอัดใจ โดยมีเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังดังติ๊ก... ติ๊ก... เหมือนจังหวะหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหงุดหงิด
คินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาสูงกว่าผมเกือบหนึ่งช่วงหัว ทำให้เขาสามารถก้มลงมาจ้องตาผมได้ในระยะประชิดจนผมต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“ได้ยินแล้วใช่ไหม? ผมไม่ชอบเล่นเกมกับคนที่ไม่มีวินัย แต่เพราะผมรักชมรมนี้มากเกินกว่าจะปล่อยให้คะแนนมันพัง... รินรดา หวังว่าสมองของคุณจะใช้การได้มากกว่าปากนะ”
“ไอ้ประธานจอมเนี๊ยบเอ๊ย!” ผมสวนกลับทันควัน “ถ้าฉันไม่ติดว่าต้องรักษาคะแนน ฉันไม่ร่วมงานกับคนอย่างคุณหรอก อย่าคิดนะว่าความเนี้ยบที่น่ารำคาญของคุณจะมาบังคับให้ฉันทำนั่นทำนี่ตามใจชอบได้”
“นั่นสินะ” คินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนหลังผมชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นอกของเขาอยู่ห่างจากจมูกผมไม่ถึงคืบ “ผมก็ไม่ได้หวังให้คุณทำตามใจชอบหรอกครับ ผมแค่จะ ‘มัดมือชก’ ให้คุณทำตามแผนของผม... ก็เท่านั้น”
คำพูดของเขาไม่ใช่แค่การประกาศศักดา แต่มันคือการประกาศสงครามประสาทที่ทำให้หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง
เย็นวันนั้นที่ห้องซ้อมดนตรี เสียงเบสทุ้มๆ ของ ‘เมฆ’ ดังขึ้นพร้อมกับสีหน้าที่ดูจะตื่นเต้นเกินเหตุ
“ริน! มึงได้คู่งานเฟสติวัลเป็นไอ้คินเนี่ยนะ? เฮ้ย! นี่มันโคตรพีค! คนนึงก็สายร็อกตัวแม่ อีกคนก็สายคลาสสิกจอมเป๊ะ เคมีคู่กัดชัดๆ แบบนี้มันพล็อตนิยายชัดๆ เลยว่ะเพื่อน!”
“มึงหยุดเพ้อเจ้อแล้วช่วยกูวางแผนงานได้ไหมเมฆ” ผมขว้างไม้กลองลงบนโซฟาอย่างเหลืออด “กูไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะต้องมาทนฟังคนอย่างมันบงการไปอีกสามเดือน”
“แต่กูว่ามึงก็ไม่ได้รังเกียจขนาดนั้นป่ะวะ” เมฆทำหน้าล้อเลียน “เห็นตอนบ่ายเดินออกมาจากห้องอาจารย์ หน้ามึงแดงแปร๊ดเลยนะ ไม่ได้โกรธหรอกมั้ง... เขินเขาล่ะสิ?”
“เมฆ! เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อย!”
ผมขู่ฟ่อพลางคว้ากระเป๋าจะเดินออกจากห้องซ้อม แต่ทันใดนั้น ประตูห้องซ้อมก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง
คินยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแรง เขากวาดสายตามองมาที่ผมก่อนจะหยุดนิ่งที่รอยยิ้มเย้ยหยันของเมฆ
“เย็นนี้ผมมีแผนงานมิวสิกเฟสติวัลจะให้คุณดู” เขาพูดเสียงเรียบ แต่สายตากลับจ้องเขม็งมาที่ผมราวกับกำลังล่าเหยื่อ “และหวังว่าคุณคงไม่มีธุระอะไรสำคัญไปกว่าเรื่องของ ‘เรา’ นะครับรินรดา”
เขาขยับตัวก้าวเข้ามาในห้องซ้อม ก่อนจะคว้าข้อมือของผมอย่างถือวิสาสะ แรงบีบที่มั่นคงแต่นุ่มนวลทำให้ผมชะงักไปชั่วขณะ
“จะทำอะไรของนายน่ะ! ปล่อยนะ!”
คินไม่ตอบ แต่เขากลับดึงตัวผมให้เดินตามเขาออกไปที่โถงทางเดินที่มืดสลัว แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนสะท้อนแว่นตาของเขาจนดูเหมือนดวงตาของปีศาจที่กำลังยิ้มเยาะ
“เรามีเรื่องต้องคุยกันเรื่อง ‘กติกา’ ของงานนี้” เขาโน้มตัวลงมาข้างหูผม เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าจนผมขนลุกซู่ “และถ้าคุณกล้าปฏิเสธผมอีกแม้แต่คำเดียว ผมจะทำให้คุณรู้ว่า... การโดน ‘มัดมือชก’ จริงๆ มันเป็นยังไง”
จังหวะที่ผมหันไปสบตากับเขาในมุมอับของทางเดินนั่นเอง ที่ปลายสายตาของผมเหลือบไปเห็น ‘ฟ้าใส’ ยืนถือแฟ้มงานอยู่ตรงหัวมุมทางเดินด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดที่เห็นเราสองคนอยู่ใกล้ชิดกันในระยะที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
คินไม่ได้สนใจคนภายนอก เขาบีบข้อมือผมแน่นขึ้นจนผมสัมผัสได้ถึงความร้อนจากฝ่ามือของเขา
“พร้อมหรือยังครับ... สำหรับหายนะที่กำลังจะเริ่มขึ้น?”
เขาท้าทายด้วยสายตาที่ลุ่มลึกเกินกว่าจะเป็นแค่ประธานชมรมดนตรีผู้เย็นชา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับท่วงทำนองรักของทั้งคู่ในตอนนี้นะครับ ครับผม!
กีตาร์ตัวนั้นกับวันวุ่นๆ ของคุณประธานจอมเนี๊ยบ•ตอนที่ 2
ถูกมัดมือชกให้ทำโปรเจกต์คู่
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กีตาร์ตัวนั้นกับวันวุ่นๆ ของคุณประธานจอมเนี๊ยบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
