"ยินดีที่ได้รู้จักครับ... ความตายที่กำลังเดินเข้ามาหาเรา"
ประโยคทิ้งท้ายที่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม ขณะที่กลิ่นอายความเย็นเยียบของเวทมนตร์ระดับสูงยังคงลอยวนอยู่รอบตัวในห้องโถงทรงกลมแห่งสถาบันเวทมนตร์เซนทราเรีย แสงไฟจากคริสตัลมานากะพริบไหวราวกับลมหายใจที่โรยริน บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบทำให้ผู้ที่ยืนอยู่ ณ ที่นั้นหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่จับจ้องมายังร่างของผม—ริน เด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียง "เศษสวะไร้พลังมานา" ในสายตาของชนชั้นสูง
เบื้องหน้าของผมคือ อาจารย์แวนเดอร์ ชายผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในการประเมินเวทมนตร์พื้นฐาน ร่างท้วมในชุดคลุมกำมะหยี่สีม่วงเข้มกำลังเหยียดยิ้มเยาะ ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองผมราวกับกำลังมองแมวตัวน้อยที่รอเวลาถูกขย้ำ เขากอดอกแน่น นิ้วมือเคาะลงบนต้นแขนเป็นจังหวะกระวนกระวายที่แสดงถึงความเหินห่างและดูแคลน
"เอาล่ะ เจ้าเด็กไร้ค่า ริน" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของแวนเดอร์ดังขึ้นทำลายความเงียบ "สภาวะมานาในร่างกายของเจ้าเป็นศูนย์มาตั้งแต่พิธีปฐมนิเทศ แต่เจ้ากลับกล้าดื้อด้านลงทะเบียนเรียนในวิชา 'โครงสร้างเวทมนตร์ขั้นสูง' หากการทดสอบร่ายคาถาพื้นฐานเบื้องต้นในวันนี้ เจ้าไม่สามารถจุดไฟขนาดเท่าหัวแม่มือขึ้นมาได้... ข้าจะขับไล่เจ้าออกจากสถาบันแห่งนี้ในฐานะผู้สร้างความเสื่อมเสียทันที"
เสียงซุบซิบดังระงับไปทั่วห้อง เหล่าคุณหนูและคุณชายตระกูลดังต่างพากันหัวesคิกคักรอชมความอัปยศของผม มีเพียงมุมหนึ่งของห้องที่เงียบสงบ เซเลสเทีย อาจารย์สาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวยและแว่นตากรอบทอง เธอกำลังยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อน ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นไม่ได้มีความสมเพชเวทนาอยู่เลย มีเพียงความอยากรู้อยากเห็นระคนคาดหวังฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น ราวกับเธอกำลังรอคอยการแสดงมายากลที่ไม่มีใครเคยเห็น
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับจังหวะการเต้นของหัวใจให้คงที่
ในโลกแฟนตาซีแห่งนี้ เวทมนตร์ถูกขับเคลื่อนด้วย "มานา" และ "บทสวดโบราณ" ที่ตกทอดกันมานับพันปี ผู้คนเชื่อว่าพลังจะยิ่งใหญ่ได้ต้องมีปริมาณมานาที่มหาศาล แต่นั่นคือตรรกะของคนโง่ที่ยอมจำนนต่อระบบที่ถูกสร้างขึ้นมาครอบงำ
สมองของผมเริ่มทำงานอย่างรวดเร็วดั่งเครื่องจักรกล คำนวณค่าตัวแปรต่างๆ รอบตัว อุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ ความหนาแน่นของอนุภาคมานาอิสระที่ล่องลอยอยู่ และที่สำคัญที่สุด... ช่องโหว่ของวงแหวนเวทมนตร์มาตรฐานที่อาจารย์แวนเดอร์เป็นคนวาดขึ้นบนแท่นศิลา
มันคือ "บั๊ก"
บั๊กเชิงตรรกะที่ระบบเวทมนตร์ของสถาบันมองข้ามมาตลอดสามร้อยปี เนื่องจากไม่มีใครเคยตั้งคำถามกับความสมบูรณ์แบบของคัมภีร์โบราณ
ผมก้าวเข้าไปใกล้แท่นศิลาช้าๆ ฝ่ามือเรียวยื่นออกไปสัมผัสกับพื้นผิวเย็นเฉียบ
"อย่าเสียเวลาเลย เจ้าไม่มีมานาพอที่จะจุดประกายไฟด้วยซ้ำ" แวนเดอร์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "คาถา 'ฟลามีร์' บทที่สาม ต้องใช้พลังจิตรวมกับมานาอย่างน้อยห้าร้อยหน่วย... เจ้ามันก็แค่เศษกระดาษที่รอวันถูกเผา"
ผมไม่ได้ตอบคำถามนั้น ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เซเลสเทียที่ยืนมองอยู่ถึงกับขยับแว่นตาด้วยความสนใจ
"อาจารย์ครับ..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา แววตาไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "บางครั้ง... ไฟไม่ได้เกิดจากการเติมเชื้อเพลิงให้มากขึ้นหรอกครับ แต่มันเกิดจากการลดความต้านทานของอากาศในจุดที่ถูกต้องต่างหาก"
สิ้นคำพูดของผม นิ้วชี้ข้างขวาของผมก็เริ่มขีดเขียนเส้นสายแปลกประหลาดลงบนอากาศ แทนที่จะวาดวงแหวนเวทมนตร์มาตรฐานตามตำรา แวนเดอร์เบิกตาโพรงด้วยความตกใจเมื่อเห็นลวดลายที่ผมเขียน มันไม่ใช่ตัวอักษรเวทมนตร์ แต่เป็น... สมการคณิตศาสตร์!
"เจ้ากำลังทำอะไรบ้าอะไรน่ะ! นั่นไม่ใช่คาถา!" แวนเดอร์แผดเสียงลั่น ก้าวเท้าจะเข้ามาขัดขวาง
แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว
ในพริบตาที่ผมตวัดปลายนิ้วลงบนจุดตัดของสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยที่ผมคำนวณไว้ในหัว ระบบมานาอิสระรอบห้องก็เกิดอาการ "ช็อก" ทางตรรกะ เนื่องจากตรรกะของคาถาพื้นฐานถูกบังคับให้หารด้วยศูนย์ตามสมการที่ผมสร้างขึ้น บั๊กของระบบจึงทำงานทันทีเพื่อแก้ไขความผิดพลาดนั้นด้วยการรีเซ็ตตัวเอง
*ตูมมมม!*
เสียงระเบิดก้องกังวานไม่ได้มาจากพลังมานาอันมหาศาล แต่เกิดจากการเสียดสีอย่างรุนแรงของอนุภาคอากาศที่ถูกบีบอัดด้วยความเร็วสูง ไฟสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นจนแสบตา เปลวเพลิงไม่ได้ลุกไหม้แค่เท่าหัวแม่มืออย่างที่โจทย์กำหนด แต่มันพุ่งทะยานขึ้นเป็นเสาเพลิงขนาดมหึมากลืนกินแท่นศิลาจนแตกละเอียดเป็น JUNK ชิ้นเล็กชิ้นน้อย แรงอัดอากาศเหวี่ยงร่างของอาจารย์แวนเดอร์กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว จนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องโถงทันที ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหายใจแรง ทุกสายตากวาดมองจากซากแท่นศิลาที่ไหม้เกรียม มายังร่างของเด็กหนุ่มที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า
แวนเดอร์หน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก มือที่ยันพื้นสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและไม่อยากเชื่อสายตา "มะ... เป็นไปไม่ได้! เจ้าไม่มีมานา! เจ้าใช้คาถาอะไรกันแน่ ทำไมวงแหวนเวทมนตร์ถึงไม่ทำงานตามกฎเกณฑ์!"
ผมลดมือลง ปัดเศษฝุ่นที่ไหล่เสื้อเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับอาจารย์แวนเดอร์ด้วยแว่นตาที่ฉายแววเยือกเย็น
"ผมไม่ได้ใช้เวทมนตร์ครับอาจารย์..." ผมเว้นจังหวะเล็กน้อย ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ผมแค่... แก้ไขข้อผิดพลาดของมันต่างหากครับ"
ในวินาทีนั้นเอง เสียงเตือนที่คุ้นเคยในหัวของผมก็ดังขึ้น พร้อมกับหน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีทองที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าโดยมีเพียงผมเท่านั้นที่มองเห็น
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการใช้ 'บั๊กตรรกะเวทมนตร์' สำเร็จ]
[ระดับความยากในการแทรกแซงระบบ: SSS]
[ท่านได้รับการปลดล็อกทักษะใหม่: 'ตรรกะแห่งพระเจ้า' (God's Logic - Level 1)]
[คำเตือนจากระบบ: การกระทำของท่านได้ดึงดูดสายตาจาก 'ผู้ดูแลหอคอยแห่งกาลเวลา' ที่หลับใหลอยู่ใต้ดินลึก... และบัดนี้ ดวงตาคู่นั้นกำลังลืมขึ้นมองท่านแล้ว]
---
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับรินนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับผม!
เซียนกลยุทธ์ผู้กอบกู้โลกเวทมนตร์ด้วยสูตรคณิตศาสตร์ติดบั๊ก•ตอนที่ 2
บทเรียนแรก: การโกงด้วยตรรกะ
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ผู้กอบกู้โลกเวทมนตร์ด้วยสูตรคณิตศาสตร์ติดบั๊ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
