“เอกสารชุดนี้ทำไมถึงมีลายเซ็นของกู้เฉิงกำกับอยู่ทั้งที่เขาไม่ได้เข้าเวรเมื่อคืนนี้คะ?”
น้ำเสียงของหลินเยว่ราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนคนฟังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งในห้องทำงานของหน่วยทหารเสียงดัง ‘ปัง!’ แรงกระแทกนั้นทำให้เหล่านายทหารที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงัก สายตาคมกริบของหญิงสาวจ้องมองไปยัง ‘จางหย่ง’ เพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุดของกู้เฉิงด้วยแววตารู้ทัน
จางหย่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อนพลางขยับแว่นสายตา “คุณสะใภ้กู้ครับ... เอ่อ คุณหลินเยว่ เรื่องนี้มันเป็นขั้นตอนเอกสารด่วนน่ะครับ กู้เฉิงเขามอบหมายให้ผมช่วยจัดการแทนตอนที่เขาไปตรวจพื้นที่ จะมีปัญหานิดหน่อยก็ไม่แปลกหรอกครับ”
“ขั้นตอนด่วนหรือว่าจงใจสวมรอยกันแน่คะ?” หลินเยว่โน้มตัวลงไปข้างหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอไม่ได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลย “ในฐานะภรรยาและผู้สนับสนุนเสบียงให้หน่วยงานนี้ ฉันพอจะทราบกฎระเบียบการเบิกจ่ายดีนะคะ การเบิกอะไหล่รถบรรทุกชุดนี้ใช้ลายเซ็นปลอม... คุณจางคะ คุณคิดว่าคุณกู้เฉิงเขาจะไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ หรือ?”
ในมุมมืดของห้องพักผ่อน กู้เฉิงที่เพิ่งเดินกลับจากภารกิจด่วนหยุดเท้าลง เขาไม่ได้รีบปรากฏตัว แต่ยืนนิ่งฟังบทสนทนาที่กำลังดุเดือด นัยน์ตาคมเข้มดุจพญาอินทรีวาวโรจน์ด้วยความผิดหวัง ไม่ใช่เพราะงานที่ผิดพลาด แต่เพราะคนสนิทที่เขาสั่งสอนมากับมือกลับกลายเป็นหนอนบ่อนไส้ที่คิดจะหักหลังเขาเพื่อเงินจำนวนไม่กี่หยวน
“คุณอย่าปรักปรำผมลอยๆ นะครับ” จางหย่งเปลี่ยนท่าที เสียงสั่นเครือเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว “ที่นี่มันกองทัพ ไม่ใช่ตลาดนัดที่คุณจะมาใช้อำนาจเงินซื้อใครก็ได้ ถึงสามีคุณจะเป็นถึงพันเอก แต่วันนี้หลักฐานในมือคุณมันก็แค่กระดาษเปล่า!”
“ถ้าเป็นกระดาษเปล่า... แล้วทำไมมือคุณถึงสั่นล่ะคะ?” หลินเยว่แค่นยิ้ม เธอหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าสะพาย เป็นรูปของจางหย่งที่กำลังแอบเอาเอกสารไปแลกเปลี่ยนกับใครบางคนในมุมตึก “คนคนนี้ คือลูกน้องของแม่สามีฉันใช่ไหมคะ? ความโลภมันบังตาจนลืมไปหรือเปล่าว่าฉันเป็นแม่ค้า... และแม่ค้าอย่างฉัน ไม่เคยปล่อยให้ของเสียๆ มาปนในร้านให้เสียราคา”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ จางหย่งหน้าถอดสี เขาขยับถอยหลังจนชนเข้ากับชั้นวางเอกสาร เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วห้อง หลินเยว่ไม่ได้หวาดกลัว เธอเดินรุกเข้าหาเหมือนนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม
“กู้เฉิง!” จางหย่งตะโกนเรียกชื่อผู้บังคับบัญชาด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
“ไม่ต้องเรียกหรอกค่ะ เขาอยู่ตรงนั้น... และเขากำลังมองดูว่า ‘เพื่อน’ ที่เขารักเหมือนน้องชาย กำลังทำอะไรกับหน้าที่ที่เขารับผิดชอบ” หลินเยว่ผายมือไปทางประตูที่แง้มอยู่ กู้เฉิงก้าวออกมาจากเงามืด ร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบเต็มยศดูทรงพลังจนน่าเกรงขาม ใบหน้าคมสันนั้นนิ่งเฉย ทว่าแววตาที่มองจางหย่งกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
“ผมเชื่อใจคุณมาตลอด จางหย่ง” เสียงของกู้เฉิงต่ำทุ้มและทรงพลัง “แต่ดูเหมือนว่าความเชื่อใจของผม จะเป็นสิ่งที่ทำให้คุณกล้าทำเรื่องสกปรกได้ถึงเพียงนี้”
“กู้เฉิง... ฟังผมก่อน ผมแค่... ผมแค่ถูกบังคับ!” จางหย่งทรุดตัวลงกับพื้น
ทว่าหลินเยว่กลับมองเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ เธอสังเกตเห็นนิ้วมือของจางหย่งที่พยายามจะควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันไม่ใช่เอกสาร แต่มันคือปืนพกกระบอกเล็กที่เขาแอบซ่อนไว้
“ระวังค่ะ!” หลินเยว่ตะโกนพร้อมกับคว้าแจกันเซรามิกบนโต๊ะขว้างเข้าใส่หน้าของจางหย่งอย่างแรงจนเขาร้องลั่นกุมหน้าผาก
กู้เฉิงไวเกินกว่าจะพลาดท่า เขาพุ่งตัวเข้าล็อกตัวจางหย่งไว้แน่นด้วยทักษะการต่อสู้ชั้นสูงในพริบตา ก่อนจะแย่งปืนที่หล่นอยู่บนพื้นออกมาทิ้งไกลๆ เสียงปืนลั่นดัง ‘ปัง!’ ขึ้นหนึ่งนัดเฉียดผ่านผนังห้องไป ทำให้ทหารเวรยามภายนอกรีบวิ่งกรูเข้ามาในห้อง
จางหย่งถูกคุมตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินปืนที่อบอวล หลินเยว่ถอนหายใจยาว ความตึงเครียดที่แบกไว้พังทลายลงในอ้อมกอดของกู้เฉิงที่โผเข้าหาเธอทันที
“เยว่เอ๋อร์... คุณเกือบจะเอาตัวไปเสี่ยงแล้วนะ รู้ไหมว่าผมใจหายแค่ไหน” กู้เฉิงกอดเธอแน่น ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ไรผมของเธอ
“ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ใครจะเปิดโปงล่ะคะ? แต่ว่านะ... เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำมากกว่านั้น” หลินเยว่กระซิบเสียงแผ่ว “เมื่อกี้ตอนที่ฉันล้มลง ฉันเห็นจางหย่งทำสร้อยคอเส้นหนึ่งตก มันมีตราประทับของตระกูลกู้... ตระกูลของคุณแม่สามี”
กู้เฉิงผละออกจากเธอ สายตาเข้มจัดมองไปยังสร้อยเส้นเล็กที่หลินเยว่เก็บขึ้นมาจากพื้น มันไม่ใช่แค่ตราประทับธรรมดา แต่เป็นตราลับที่ใช้สำหรับสั่งการเครือข่ายนอกกฎหมายที่แม่สามีของเธอพยายามปกปิดมาตลอด
ขณะที่ทั้งคู่กำลังพิจารณาสร้อยเส้นนั้น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยแม่สามีที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับเสียงของทหารเวรที่พยายามห้ามไว้
“หยุดเดี๋ยวนี้! ใครสั่งให้พวกแกจับคนของฉัน!” หญิงวัยกลางคนคำรามลั่น ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นสร้อยคอในมือของกู้เฉิง
สายตาของนางสั่นระริก และในจังหวะนั้นเองที่กู้เฉิงค้นพบความจริงที่น่าตกใจที่สุด... เมื่อเขาพลิกหลังสร้อยดู แล้วพบชื่อคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดไม่ใช่แค่แม่ของเขา แต่เป็นชื่อที่เขาคุ้นเคยที่สุดในกองทัพ ซึ่งตอนนี้กำลังก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มอาบยาพิษ
ส้มหวานมิติลับหวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมตื่นเต้นและติดตามบทสรุปของปมนี้ในตอนถัดไปนะคะ!
แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก•ตอนที่ 46
ภัยจากคนใกล้ตัว
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้ามือทองทะลุมิติไปป่วนยุค 70 พร้อมสามีทหารคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!