เสียงกระแทกของบานหน้าต่างกระจกนิรภัยที่แตกละเอียด ไม่ได้มาจากแรงลมพายุฝนภายนอก แต่มันคือแรงระเบิดจากวัตถุพลังงานต่ำที่ถูกคำนวณทิศทางมาอย่างแม่นยำ เศษแก้วใสสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มจากถนนเบื้องล่าง ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นไม้ปาร์เกต์ราวกับสายฝนคมกริบ แทนคุณพุ่งตัวเข้าคว้าแขนของพยานปากเอก—เด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์ผู้ถือแฟ้มเอกสารลับการชันสูตร—ล้มกลิ้งหลบไปหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กได้อย่างเฉียดฉิว รอยกระสุนปืนที่เจาะทะลุกำแพวงปูนปลาสเตอร์ทิ้งกลุ่มควันสีเทาจาง ๆ และกลิ่นดินปืนที่ระคายจมูก
"หมอบลงครับ! อย่าเงยหน้าเด็ดขาด!" แทนคุณตะโกนสั่งเสียงเข้ม นัยน์ตาข้างซ้ายของเขาสะท้อนประกายแสงสีชาดจาง ๆ เนตรอาคมตื่นตัวเต็มพิกัดเพื่อกวาดมองทะลุกำแพงและม่านราตรีภายนอก
ในโลกที่วิทยาศาสตร์และกฎฟิสิกส์อธิบายได้ทุกอย่าง การลอบสังหารด้วยวิถีกระสุนที่โค้งผ่านมุมตึกอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ย่อมเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ แต่สำหรับวิศวกรโครงสร้างผู้มีเนตรวิญญาณติดตัวอย่างเขา มันคือ "อาคมเงาทมิฬ" ที่ถูกส่งตรงมาจากมือของฆาตกรที่พวกเขากำลังไล่ล่า
สารวัตรกวินซึ่งหมอบอยู่ริมขอบประตูห้องทำงาน ชักอาวุธปืนประจำกายออกมาพร้อมสบถเบา ๆ อย่างหัวเสีย นายตำรวจน้ำดีกัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณเพื่อประเมินสถานการณ์ "ให้ตายเถอะแทนคุณ มันตามกลิ่นเราเจอได้ยังไง คอนโดมิเนียมนี้อยู่ตั้งชั้นสิบห้า ระบบรักษาความปลอดภัยก็หนาแน่น!"
"ไม่ใช่เพราะเทคโนโลยีหรอกครับสารวัตร..." รินรดาเดินออกมาจากมุมมืดของห้องอย่างเยือกเย็น ใบหน้าสวยหวานไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มือเรียวบางกำลังร่ายคาถาบทเล็ก ๆ เพื่อสร้างม่านพลังงานโปร่งใสคุ้มกันหน้าต่างที่แตกเสียหาย เธอก้มลงมองผงสีดำคล้ายขี้เถ้าที่ปลิวมากับสายลม "มันคือรอยเท้า... ฆาตกรไม่ได้ตามเราด้วยกล้องวงจรปิด แต่มันใช้ 'อาคมสะกดรอย' ผูกติดกับตัวพยานตั้งแต่ตอนที่เขาออกจากโรงพยาบาลแล้วครับ"
เด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว สองมือถือแฟ้มเอกสารแน่นจนข้อต่อนิ้วซีดขาว "ผม... ผมไม่ได้บอกใครเลยนะคับ ผมแค่อยากเอาหลักฐานผลชันสูตรชิ้นนี้มาให้พวกคุณช่วยตรวจสอบตามที่นัดหมายไว้..."
แทนคุณวางมือลงบนไหล่ของเด็กหนุ่มเพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและสติสัมปชัญญะ "ไม่ต้องกลัวครับ คุณทำถูกต้องแล้ว และผมสัญญาว่าคุณจะปลอดภัย... สารวัตรครับ เราจะใช้แผนเดิมไม่ได้แล้ว คนร้ายเริ่มเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นเพื่อปิดปากพยาน แสดงว่าหลักฐานชิ้นนี้กำลังสั่นคลอนความลับบางอย่างของพวกมันเข้าอย่างจัง"
สารวัตรกวินพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม "ถ้าอย่างนั้นเราต้องรีบออกไปจากที่นี่ ทางหนีไฟถูกล็อกด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติจากฝั่งสำนักงานใหญ่แล้ว สงสัยพวกมันคงแฮกเข้าสู่ระบบตึกตั้งแต่วินาทีที่เราก้าวเข้ามา"
"ไม่ต้องพึ่งลิฟต์หรือทางหนีไฟหรอกครับ" รินรดาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มบางที่มุมปาก นัยน์ตาสีรัตติกาลของเธอเปล่งประกายลึกล้ำ "ในเมื่อพวกมันใช้ไสยเวตนำทาง เราก็ต้องใช้ไสยเวตในการเปิดทางกลับเช่นกัน แทนคุณ... ช่วยผมสลายอาคมตรงระเบียงที ผมสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่อ่อนที่สุดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้"
แทนคุณไม่รอช้า เขาหลับตาลงตั้งสột ดึงสติและพลังงานจากโครงสร้างตึกผสานเข้ากับเนตรอาคม ประสาทสัมผัสของเขาขยายออกไปจนรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของโมเลกุลคอนกรีต เหล็กเส้น และกระแสลมที่พัดผ่านโครงสร้างอาคาร เขาเห็นเส้นใยสีดำทมิฬที่เชื่อมโยงระหว่างหน้าต่างกับมือปืนลึกลับที่ซ่อนตัวอยู่บนดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้าม
"เจอตัวแล้วครับ... มันอยู่บนดาดฟ้าตึกสำนักงานบัญชีห่างไปสามร้อยเมตร" แทนคุณลืมตาโพรงขึ้น พร้อมกับตวัดมือขวาออกไปเบื้องหน้า อาคมสะท้อนกลับถูกปลดปล่อยออกไปในรูปแบบของคลื่นกระแทกทางวิญญาณ พลังงานสีทองอร่ามพุ่งชนเส้นใยสีดำจนขาดสะบั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังก้องในหูของทุกคนราวกับภูตผีที่ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิง
ที่ตึกฝั่งตรงข้าม ร่างเงาดำที่กำลังเล็งปากกระบอกปืนมาทางห้องพักของพวกเขาชะงักงือกะทันหัน ร่างนั้นสะบัดตัวด้วยความเจ็บปวดก่อนจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นดาดฟ้า และถูกความมืดมิดกลืนหายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตาเดียว
ห้องทั้งห้องกลับสู่ความเงียบสงบ มีเพียงเสียงหอบหายใจของเด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์และเสียงเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง สารวัตรกวินเก็บปืนเข้าซองด้วยสีหน้าครุ่นคิด "มันหนีไปแล้วเหรอ?"
"มันไม่ได้หนีครับสารวัตร..." แทนคุณเดินไปหยิบแฟ้มเอกสารชันสูตรที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาเปิดดู ทีละหน้า ละหน้า อย่างพินิจพิเคราะห์ แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด "แต่มันแค่เปลี่ยนวิธี... เอกสารชุดนี้ไม่ได้บอกแค่สาเหตุการตายของเหยื่อรายก่อนหน้า แต่มันกำลังบอกว่า 'รอยแผล' บนศพทุกศพ ถูกสร้างขึ้นด้วยกระบวนการทางวิศวกรรมโครงสร้างกระดูกมนุษย์"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย เธอเดินเข้ามาใกล้แล้วก้มลงมองภาพถ่ายในแฟ้ม "หมายความว่า... คนร้ายไม่ได้ใช้แค่ไสยเวตเพื่อฆ่าคน แต่พวกมันกำลังใช้มนุษย์เป็น 'เสาเข็ม' เพื่อค้ำยันอาคมบางอย่างในทางใต้ดินอย่างนั้นหรือ?"
"ถูกต้องครับ" แทนคุณเงยหน้าขึ้นสบตากับรินรดาและสารวัตรกวินด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว "และจุดศูนย์กลางของโครงสร้างอาคมนั้น... ก็คือใต้พื้นโบราณสถานใจกลางเมืองที่เราเพิ่งสำรวจไปเมื่อสัปดาห์ก่อน"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันทีเมื่อความจริงเริ่มปะติดปะต่อเข้าหากันราวกับจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยวิเคราะห์แผนการขั้นต่อไป เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของสารวัตรกวินก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ สารวัตรหยิบเครื่องขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าของนายตำรวจผู้แข็งแกร่งก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด
"สารวัตร มีอะไรครับ?" รินรดาถามด้วยความสังหรณ์ใจ
สารวัตรกวินเงยหน้าขึ้นมองหน้าแทนคุณและรินรดาสลับกัน มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกเล็กน้อย "กองพิสูจน์หลักฐานเพิ่งโทรมา... ศพของพยานอีกคนที่เราซ่อนไว้ในการคุ้มครองพยานระดับสูงสุด... ถูกส่งกลับมาถึงสถานีตำรวจแล้ว ในสภาพที่โครงกระดูกภายในถูกสลายกลายเป็นผง แต่ภายนอกยังคงสภาพสมบูรณ์เหมือนมีชีวิต... และที่สำคัญที่สุด บนหน้าผากของศพมีสัญลักษณ์เลือดรูป 'เข็มทิศแปดทิศ' ที่สลักด้วยลายมือเดียวกับของนาย..."
สารวัตรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลที่ทำให้พวกเขาทั้งหมดต้องผวาสุดขีด
"...นายของคุณเอง แทนคุณ"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผม และพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์•ตอนที่ 21
รอยเท้าของฆาตกรเงา
ผลงานโดย เข็มทิศมองวิญญาณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มทิศมองวิญญาณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกชันสูตรวิญญาณ: เมื่อเหตุผลทางวิทยาศาสตร์พ่ายต่อรอยเลือดอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!