หน้าจอมือถือบนโต๊ะทำงานยังคงสว่างวาบ ภาพถ่ายปริศนาใบนั้นทำหน้าที่เหมือนตัวจุดชนวนที่ระเบิดความเงียบงันให้พังทลายลงในห้องครัวสไตล์มินิมอลของร้าน *Panwa’s Table* บรรยากาศรอบตัวหนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มือคว้าจับได้ กลิ่นหอมจางๆ ของแป้งพายอบใหม่ที่ควรจะเย้ายวนใจ กลับกลายเป็นฉากหลังที่ไร้ความหมาย เมื่อสติสัมปชัญญะของคนสองคนถูกแช่แข็งไว้ด้วยสัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากที่เพิ่งทาบทับกันเมื่อไม่กี่นาาทีก่อน
เรนินเสมองไปทางอื่น นิ้วเรียวแกล้งหมุนช้อนกาแฟสแตนเลสบนเคาน์เตอร์วนไปวนมาซ้ำๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในดวงตา หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน เสียงจังหวะการหายใจของพันวาที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงคืบ ยิ่งทำให้แผ่นหลังบางเกร็งตึง
"กาแฟจืดหมดแล้วค่ะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะนิ่งเรียบในยามปกติ หลุดลอดออกมาด้วยความแห้งผากเล็กน้อย พันวาไม่ได้ขยับตัวหนี เธอเลือกที่จะยืนค้ำโต๊ะทำงานด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาคมกริบมองสำรวจปฏิกิริยาอาการลนลานของนักวิจารณ์อาหารสาวที่ปกติมักจะมีฝีปากคมคายคอยจิกกัดเขาได้ทุกสถานการณ์ แต่ในเวลานี้ เรนินกลับกลายเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาที่พยายามซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวไว้ใต้เรือนผมสีน้ำตาลเข้ม
"ฉัน... ฉันแค่วิเคราะห์ความผิดพลาดของสูตรกาแฟต่างหากล่ะคะเชฟพันวา" เรนินเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงความมั่นใจและมาดนางพญาของตัวเองกลับคืนมา แม้ว่าพวงแก้มเนียนจะขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู "อย่าสำคัญตัวผิดคิดว่าฉันติดใจรสชาติบ้าๆ นั่นเลยนะคะ"
พันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากปรากฏขึ้นชั่วแวบเดียว ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแววตาซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา เชฟหน้านิ่งขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นอายความเป็นผู้ใหญ่และความอบอุ่นเฉพาะตัวโอบล้อมพื้นที่รอบตัวเรนินไว้จนหมดสิ้น
"รสชาติบ้าๆ ที่คุณว่า... เมื่อกี้เห็นนิ่งเงียบไปนานเชียวค่ะ" พันวาจงใจกระซิบทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน "หรือว่ามันต้องปรับปรุงตรงไหนอีกคะ คุณนักวิจารณ์"
เรนินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คำพูดโต้เถียงที่เคยเตรียมไว้ติดอยู่แค่ลำคอ ดวงตากลมโตตวัดกลับไปมองค้อนใส่คนตัวสูงที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้เกินความจำเป็น มือบางผลอกไหล่กว้างเบาๆ เป็นเชิงไล่ทางอ้อม แม้ว่าสัมผัสจากฝ่ามือจะยืนยันได้เป็นอย่างดีว่ากล้ามเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มนั้นกำลังเกร็งแน่นไม่แพ้กัน
"ถอยไปเลยนะคะเชฟ พื้นที่ตรงนี้มันแคบเกินไปแล้วสำหรับคนมารยาททรามแบบคุณ"
"ฉันเป็นเจ้าของร้านนะคะ เรนิน" พันวายังคงรักษาความนิ่งไว้ได้ แต่น้ำเสียงกลับแฝงความหยอกเย้าอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก "พื้นที่ตรงนี้ และทุกๆ ตารางเมตรในร้านนี้... ฉันมีสิทธิ์จะยืนตรงไหนก็ได้ โดยเฉพาะ... ใกล้ๆ คนที่เพิ่งก่อเรื่องไว้"
คำว่า 'ก่อเรื่อง' ทำให้เรนินชะงัก เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อดึงสติกลับมายังภาพถ่ายในมือถือที่ยังคงสว่างคาตา ปมปัญหาที่ถูกแทรกแซงเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้มลายหายไปในพริบตา เงาสะท้อนในกระจกจากภาพถ่ายนั้นไม่ใช่ภาพหลอน และไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
รอยยิ้มจอมปลอมถูกยกขึ้นมาประดับบนใบหน้าของเรนินทันที เธอวางมาดสุขุมและหันมาเผชิญหน้ากับความจริงตรงหน้า "เรื่องรูปถ่ายนั่น... คงไม่ใช่ฝีมือคนรักเก่าของคุณหรอกนะคะ ที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาตามหึงหวงถึงที่นี่"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องครัวอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความเขินอาย แต่เป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยแรงกดดัน พันวาหุบยิ้มลงทันที แววตาคมปลาบฉายแววเย็นชาขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวของเชฟหนุ่มกลับคืนสู่โหมดจริงจังและอันตรายในแบบที่เรนินคุ้นเคย
"คุณรู้จักรินดาดีแค่ไหนคะ ถึงได้พูดแบบนั้น" พันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตากลับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเรนินราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง
"ฉันไม่จำเป็นต้องรู้จักผู้หญิงคนนั้นค่ะ!" เรนินสวนกลับทันควัน ความหึงหวงที่ไม่รู้ตัวแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนเผลอขึ้นเสียงใส่ "แต่สิ่งที่ฉันรู้แน่ๆ คือ ฉันไม่ชอบให้ใครมาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว และยิ่งไม่ชอบที่คุณต้องมีอดีตยุ่งเหยิงตามมารังควานในเวลาแบบนี้!"
"หึงเหรอคะ?" พันวาเอียงคอมองเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มท้าทายที่ชวนให้น่าหมั่นไส้ที่สุดในโลก
"ใครหึงคุณกันคะเชฟ! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลย!" เรนินปฏิเสธเสียงสูง หน้าตาตื่นตระหนกจนปิดไม่มิด "ฉันแค่ห่วงชื่อเสียงในฐานะนักวิจารณ์อาหารของฉันต่างหาก ถ้าข่าวฉาวพวกนี้หลุดออกไปเพราะความสัมพันธ์รกรุงรังของคุณ ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนเขียนบทความแบนร้านของคุณไปตลอดชีวิต!"
พันวาถอนหายใจเบาๆ สายตาอ่อนลงชั่วขณะเมื่อมองเห็นความกังวลที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีพยศของหญิงสาว เขายื่นมือออกไปราวกับจะเอื้อมมาสัมผัสเส้นผมที่เคลียแก้มเนียน แต่แล้วจังหวะการเคลื่อนไหวก็ต้องหยุดชะงักลง
*กริ๊งงง—!*
เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่ดังขึ้นพร้อมกับบานประตูไม้ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การนัดหมาย ทำลายทุกบทสนทนาลงในทันที ฝีเท้าก้าวฉับๆ ที่มุ่งตรงเข้ามาในโซนครัวเปิดเผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง พร้อมกับเสียงส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนดัง *ก๊อกแก๊ก* เป็นจังหวะที่น่ารำคาญหู
เรนินและพันวาหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกัน
หญิงสาวแปลกหน้าเจ้าของเรือนผมยาวสลวยดัดลอนปลาย ใบหน้าสวยคมเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงกำลังยืนกอดอกมองมาที่พวกเขาทั้งคู่ รอยยิ้มมุมปากของเธอดูลึกล้ำและเปี่ยมด้วยความมั่นใจเกินร้อย สายตาคู่สวยกวาดมองสภาพที่ค่อนข้างแนบชิดของเรนินและพันวาด้วยแววตาสمเพชเจือความขบขัน
"ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบทั้งหมดลงราบคาบ "แต่ดูเหมือนว่าเชฟพันวาจะต้อนรับแขกพิเศษเป็นกันเองเกินไปหน่อยนะคะ... จนลืมไปหรือเปล่าคะว่ายังมีคนอื่นที่เขายังเคลียร์บัญชีเก่าค้างคาอยู่"
เรนินหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักวิจารณ์และสัญชาตญาณผู้หญิงร้องเตือนภัยดังลั่นในหัว รินดา—ผู้หญิงในเงาสะท้อนจากภาพถ่ายเมื่อสัปดาห์ก่อน มายืนอยู่ตรงหน้าเธอในเวลานี้แล้วจริงๆ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรสชาติความรู้สึกและปมหัวใจที่อบอวลไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาไปพร้อมกับสายไหมนะคะ!
เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 27
ความเงียบหลังจากจูบนั้น
ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!