เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง•ตอนที่ 1

รสชาติที่ถูกปฏิเสธ

ผลงานโดย สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
กลิ่นอายของทรัฟเฟิลขาวและเนยฝรั่งเศสที่ลอยตลบอบอวลอยู่ภายในห้องอาหาร *‘Aroma & Soul’* ควรจะเป็นสวรรค์บนดินสำหรับคนรักอาหาร แต่สำหรับเรนินแล้ว มันกลับให้ความรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่กลางสนามรบที่อบอวลด้วยกลิ่นดินปืน "ฉันให้เวลาคุณอีกสามนาทีในการอธิบายว่าทำไมพาสต้าเส้นสดจานนี้ ถึงมีรสสัมผัสเหมือนกระดาษทรายเปียกน้ำ" น้ำเสียงใสแต่กังวานและเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งบาดลึกดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของแขกโต๊ะอื่นที่ต่างพากันกลั้นหายใจ เรนิน หรือที่คนในแวดวงนักวิจารณ์อาหารขนานนามให้ว่า ‘ปากกาพิฆาต’ นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีน้ำเงินเข้ม ดวงตากลมโตคู่สวยภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์ดังหรี่มองจานอาหารตรงหน้าด้วยความผิดหวังระคนดูแคลน ปลายนิ้วเรียวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าสร้างความกดดันให้พนักงานเสิร์ฟที่ยืนตัวสั่นเทาได้เป็นอย่างดี นี่คือคอลัมน์รีวิวประจำสัปดาห์ของนิตยสาร *‘Gourmet Elite’* และเรนินไม่เคยมีความจำเป็นต้องปรานีร้านอาหารใด หากรสชาติมันห่วยแตกสมควรแก่เหตุ "เอ่อ... ทางเชฟของเราพิถีพิถัน..." พนักงานหนุ่มละล่ำละลักเสียงสั่น "ความพิถีพิถันไม่ได้ช่วยให้แป้งที่นวดไม่ถึงเนื้อมีรสชาติที่ดีขึ้นค่ะน้อง" เรนินตัดบทด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "บอกเชฟของคุณด้วยนะคะว่า ถ้าฝีมือตกต่ำจนแยกไม่ออกจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปต้มอืด ก็ควรปิดร้านแล้วไปเปิดโรงงานกระดาษทรายส่งออกน่าจะรุ่งกว่า" สิ้นคำพูดนั้น เสียงฮือฮาก็เบาลงรอบห้องอาหาร เรนินหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กขึ้นมาเตรียมจรดปากกาประณามรสชาติอาหารจานนี้ลงไปอย่างไม่ไว้หน้า ทว่า... ก่อนที่หมึกสีดำจะทันได้สัมผัสผิวกระดาษ ประตูห้องครัวบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงที่มากพอจะทำให้บานพับสั่นสะเทือน ร่างสูงโปรดปรานในชุดเชฟสีขาวสะอาดก้าวออกมาจากความมืดของห้องครัว บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นเยียบราศีกดดันแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองมาที่โต๊ะของเรนินด้วยความนิ่งสนิท ทว่ากลับทรงพลังจนทำให้บรรณาธิการที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นั่นคือพันวา... เชฟหนุ่มอัจฉริยะผู้ไม่เคยออกสื่อ เจ้าของฉายา ‘เชฟน้ำแข็งแห่งห้องอาหารหรู’ และเป็นเจ้าของร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่งยโสไม่แพ้อาหาร "คุณว่ายังไงนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่ทรงอำนาจจนคนฟังต้องชะงัก พันวาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟจนเกิดเงาทาบทับร่างของเรนิน ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองนักวิจารณ์สาวนิ่งสนิท "กระดาษทรายเปียกน้ำอย่างนั้นเหรอครับ... เอ่อ... อย่างนั้นเหรอคะ?" เรนินเลิกคิ้วขึ้นสูง ถอดแว่นกันแดดออกแล้วเงยหน้าสบตากับเชฟหนุ่มตรงๆ โดยไม่เกรงกลัวรัศมีอันคุกคามนั้นแม้แต่น้อย เธอยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ความสูงไม่เป็นรอง "ถูกต้องค่ะ เชฟพันวา หรือหูของคุณจะมีปัญหาจนแยกแยะเสียงวิจารณ์กับเสียงชมไม่ออกคะ" ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าหายใจดัง ท่ามกลางสายตาของแขกนับสิบชีวิต ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันด้วยพลังงานที่ห้ำหั่นกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เคมีบางอย่างระอุขึ้นในอากาศ ร้อนแรงแต่เย็นเยียบในเวลาเดียวกัน "ลิ้นของคุณคงชินกับการกินอาหารขยะตามข้างทางจนพาลทำให้ปุ่มรับรสเสียหายไปหมดสินะครับ ถึงได้แยกแยะความละเมียดละไมของวัตถุดิบเกรดพรีเมียมไม่ออก" พันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ใบหน้าไร้ความรู้สึก แต่แววตากลับวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง "โอ้! นี่คือคำแก้ตัวของเชฟระดับท็อปของประเทศเหรอคะ?" เรนินหัวسเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยัน "อาหารจานนี้มีปัญหาตั้งแต่การหมักแป้งที่ทิ้งไว้ข้ามคืนจนเนื้อสัมผัสเละเป็นโคลน ซอสทรัฟเฟิลก็กลบกลิ่นของไข่แดงหมดสิ้น คุณกล้าเรียกนี่ว่าความละเมียดละไมได้ยังไง หรือมาตรฐานความอร่อยของคุณมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนน่าใจหายคะ" พันวาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน มือหนาที่กำหมัดอยู่ข้างลำตัวสั่นน้อยๆ ด้วยความโกรธ ไม่เคยมีใครกล้าวิจารณ์อาหารของเขาด้วยถ้อยคำเจ็บแสบและตรงไปตรงมาขนาดนี้มาก่อน ยิ่งเป็นเรนิน... ผู้หญิงที่เคยเหยียบย่ำผลงานของเขาในคอลัมน์เมื่อปีก่อนด้วยแล้ว ความแค้นฝังหุ่นยิ่งทำให้เขาอยากจะซัดหน้าสวยๆ นั่นสักทีข้อหาปากเสีย แต่ทว่า... ลึกเข้าไปในแววตาสีนิลที่ดุดันคู่นั้น กลับมีความไหววูบประหลาดที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "ถ้าคุณมั่นใจนักว่าลิ้นตัวเองดีเลิศเลอกว่าคนอื่น..." พันวาโน้มตัวลงมาใกล้ใบหน้าของเรนิน กลิ่นหอมจางๆ ของมินต์และเครื่องเทศลอยแตะจมูก ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "คืนนี้... หลังร้านปิด เรามาพิสูจน์กัน ถ้าอาหารจานต่อไปของผมยังทำให้คุณพ่นคำพูดแย่ๆ ออกมาได้อีก ผมจะยอมให้คุณเขียนด่าผมในนิตยสารเล่มไหนก็ได้ตามใจชอบ..." เชฟหนุ่มหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาตรงๆ ด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "...แต่ถ้ามันอร่อยจนคุณกลืนคำพูดตัวเอง... คุณจะต้องยอมรับข้อเสนอของผม" เรนินชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน ความโกรธระคนท้าทายตีรวนอยู่ในอกจนเธอเผลอกลั้นหายใจ "ข้อเสนออะไรของคุณ" เรนินเชิดหน้าขึ้น ท้าทายกลับด้วยความถือดี แม้หัวใจจะเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะจากระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็น พันวายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มแรกของค่ำคืนนี้ที่น่ากลัวเสียยิ่งกว่าใบหน้าบึ้งตึง เชฟหนุ่มโน้มเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าที่สั่นประสาท "ข้อเสนอที่จะทำให้คุณไม่มีวันลืมรสชาติของผมไปตลอดชีวิตยังไงล่ะครับ..." พริบตาเดียวที่เรนินกำลังจะอ้าปากสวนกลับ ประตูร้านด้านหน้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะการเผชิญหน้าอันดุเดือดนี้อย่างไม่คาดฝัน! — — — — — — — — — — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาร่วมลิ้มรสความปั่นป่วนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี
สารจากนักเขียน (สายไหมกลิ่นสตรอว์เบอร์รี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของยัยตัวแสบกับเชฟหน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%