กฎเกณฑ์แห่งเวทมนตร์ฉบับศิษย์ก้นกุฏิกับอาจารย์ตัวแสบ•ตอนที่ 6

มื้อเที่ยงใต้ต้นไม้ใหญ่

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
"ถ้าเธอคิดว่าการเอาเศษกระดาษปะติดปะต่อด้วยคาถากระจอกงอกง่อยนั่น จะทำให้รายงานวิชาเวทมนตร์ประยุกต์ผ่านพ้นสายตาอันเฉียบคมของฉันไปได้ เรย์... ฉันเกรงว่าสมองอันปราดเปรื่องของเธอกำลังเสื่อมถอยเร็วกว่าที่คิดเสียแล้วกระมัง" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับแฟ้มเอกสารปกหนังสีเขียวเข้มที่ถูกโยนลงกระทบโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดังทึบ คือคำทักทายแรกในมื้อเที่ยงที่ควรจะสงบสุข เรย์ วาลเทอร์ ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย นัยน์ตาสีเทาเข้มกวาดมองเอกสารที่เต็มไปด้วยรอยหมึกสีแดงของอาจารย์สาวประจำภาควิชา ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบกับรอยยิ้มพราวระยับที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้เต็มประดาของเซเลนา มอนต์โกเมอรี ใต้ร่มเงาอันหนาทึบของต้นมานากรีนโบราณ ใบไม้สีมรกตขนาดใหญ่ทำหน้าที่กรองแสงแดดช่วงเที่ยงวันให้กลายเป็นละอองแสงนวลตาที่ตกกระทบลงบนโต๊ะสนามหินอ่อน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าและไอน้ำจากชาสมุนไพรในกาน้ำพอร์ซเลนสีขาว ลอยวนอยู่ในบรรยากาศที่ควรจะผ่อนคลาย หากไม่ใช่เพราะเนื้อหาในเอกสารรายงานที่เพิ่งถูกตีตกเป็นรอบที่สาม "ผมอุตส่าห์ใช้ตรรกะการคำนวณวงจรมานาระดับสองมาประยุกต์ใช้กับการไหลเวียนของธาตุไฟเพื่อให้เสถียรขึ้นแล้วนะครับอาจารย์ เซเลนา" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย มือเรียวหยิบกล่องอาหารกลางวันแบบเรียบง่ายที่ทำเองขึ้นมาเปิด "แต่ดูเหมือนว่าอาจารย์จะติงเรื่องการใช้ภาษาพรรณนามากกว่าตัวสมการเวทมนตร์เสียอีก" "ก็เพราะว่าเธอเขียนรายงานส่งฉัน ไม่ใช่จดหมายรักบอกเล่าความในใจให้ภูติน้อยฟังนี่นา เรย์จอมเฮี้ยบ" เซเลนากลั้วหัวเราะเบาๆ หล่อนเท้าคางด้วยมือข้างหนึ่ง ในขณะที่มืออีกข้างกำลังใช้ช้อนเงินคนชาในถ้วยอย่างเกียจคร้าน "เวทมนตร์ประยุกต์น่ะ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ความถูกต้องตามทฤษฎี แต่มันคือศิลปะในการโน้มน้าวให้พลังงานธรรมชาติยอมจำนนต่อเจตจำนงของเราต่างหาก ถ้าเธออธิบายด้วยภาษาแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา ต่อให้สมการแม่นยำแค่ไหน มานาในตัวเวทมนตร์มันก็จะงอนแล้วสลายหายไปกลางทางอยู่ดีนั่นแหละ" เรย์เคี้ยวขนมปังโฮลวีตในปากอย่างเงียบๆ สมองอันฉลาดรอบคอบกำลังประมวลผลคำพูดของอาจารย์สาว แม้ว่ารูปประโยคจะดูเหมือนการเย้าแหย่ตามนิสัยเจ้าประจำของหล่อน แต่ทว่า... ทุกครั้งที่เซเลนาพูดถึงเรื่อง 'การโน้มน้าวมานา' แววตาคู่สวยที่มักจะพราวระยับด้วยความขี้เล่นคู่นั้น จะไหววูบไปชั่วขณะเสมือนผิวน้ำที่ถูกโยนก้อนหินลงไป แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่เรย์ผู้สังเกตการณ์อย่างละเอียดรอบคอบก็ไม่เคยพลาดที่จะสังเกตเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มขี้เล่นเหล่านั้น อาจารย์เซเลนา... กำลังแบกรับอะไรไว้อย่างนั้นหรือ? ความคิดนั้นผุดขึ้นมาในหัว แต่นักเรียนทุนปีหนึ่งอย่างเขาก็เลือกที่จะเก็บมันไว้เบื้องหลังท่าทีนิ่งขรึม เขารินชาสมุนไพรลงในถ้วยใบเล็กแล้วเลื่อนไปวางตรงหน้าอาจารย์สาวอย่างรู้หน้าที่ โดยปราศจากคำพูดใดๆ เซเลนาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเด็กหนุ่มผู้มีอายุห่างจากหล่อนไม่กี่ปีแต่กลับมีความคิดความอ่านสุขุมเกินวัย รอยยิ้มมุมปากของหล่อนอ่อนลง กลายเป็นรอยยิ้มที่เจือความรู้สึกบางเบาที่ยากจะคาดเดา หล่อนหยิบถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ "อืม... ชานี่ฝีมือเธอชงเองเหรอ? รสชาติใช้ได้เลยนี่ หอมกลิ่นมินต์ป่ากำลังดี... ไม่เหมือนรายงานของเธอที่จืดชืดเป็นกระดาษทรายเลยสักนิด" "ถ้าอาจารย์ยังมีเรี่ยวแรงมาวิจารณ์งานของผมได้ยาวเหยียดขนาดนี้ แสดงว่างานวิจัยลับของภาควิชาที่ท่านแอบไปทำข้ามคืนเมื่อวานคงไม่คืบหน้าสินะครับ" เรย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงความรู้ทันอย่างเจ็บแสบ "ผมเตือนด้วยความหวังดีในฐานะศิษย์ก้นกุฏิว่า ต่อให้ท่านจะเป็นจอมเวทอัจฉริยะระดับแถวหน้า ร่างกายมนุษย์ก็ยังมีขีดจำกัดในการรองรับมานาส่วนเกินอยู่ดี ถ้ายังฝืนใช้คาถาแกะรอยระดับสูงติดต่อกันโดยไม่พักผ่อน พรุ่งนี้เราคงต้องเปลี่ยนสถานที่เรียนจากห้องเลคเชอร์ไปเป็นห้องพยาบาลแทน" เซเลนากระพริบตาปริบๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไปกับตา หล่อนหัวเราะแห้งๆ ออกมาเบาๆ พลางหลบสายตานิ่งสนิทที่จ้องมองมาอย่างรู้ทันของเรย์ "แหม... นี่เธอกำลังแอบเป็นห่วงอาจารย์สุดสวยคนนี้อยู่หรือเปล่าเนี่ย เรย์คุง? ระวังนะ... ทำตัวแก่แดดแก่ลมแบบนี้ เดี๋ยวสาวๆ ในโรงเรียนเขาจะพากันหมั่นไส้เอาได้" "ผมสนใจแค่เกรดเฉลี่ยและความสงบสุขในชีวิตประจำวันครับอาจารย์ และการที่อาจารย์ล้มป่วยลงจะทำให้ตารางชีวิตที่ผมวางแผนไว้อย่างสมบูรณ์แบบต้องพังทลายลง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งเดียวที่ผมเกลียดที่สุด" เรย์ตอบกลับทันควันโดยไม่ลังเล แม้ว่าในใจลึกๆ ความอบอุ่นจางๆ จะแผ่ซ่านขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเซเลนารับถ้วยชาไปดื่มจนหมดแกดอย่างว่าง่าย ผิดวิสัยคนดื้อรั้นโดยทั่วไป บรรยากาศใต้ต้นมานากรีนโบราณกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ กับสายลมอ่อนที่พัดพาเอาความเย็นสบายมาสู่พื้นที่พักผ่อนอันน้อยนิดนี้ เรย์ก้มหน้าลงตรวจทานสมการในรายงานของตัวเองอีกครั้ง ขณะที่เซเลนาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ไม้ นัยน์ตาสีไวน์แดงทอดมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนผ่านหมู่ใบไม้ ท่าทางของหล่อนในยามนี้ดูผ่อนคลายอย่างไร้การป้องกัน ผิดกับภาพลักษณ์จอมเวทสาวผู้กวนประสาทและเจ้าเล่ห์ในยามปกติอย่างสิ้นเชิง ทว่า ความสงบสุขนั้นดำรงอยู่ได้ไม่นานนัก... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์ พร้อมกับหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตา โดยที่เซเลนาไม่มีทางมองเห็น มันเป็นระบบแจ้งเตือนภารกิจย่อยที่ปกติมักจะโผล่มาเฉพาะในยามที่เกิดเรื่องวุ่นวายเท่านั้น [ระบบตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาในรัศมี 500 เมตร] [ประเภทพลังงาน: เวทมนตร์โบราณ / ระดับความอันตราย: B+] [เป้าหมาย: ตรวจสอบความสั่นไหวของมิติบริเวณอาคารหอสมุดเก่า และป้องกันความเสียหายที่อาจลุกลาม] [เงื่อนไขเวลา: ภายใน 10 นาที] เรย์ขมวดคิ้วมุ่นทันที สายตาคมกริบหันขวับไปมองยังทิศทางของหอสมุดเก่าที่ตั้งอยู่ถัดจากสวนพฤกษศาสตร์ ท้องฟ้าเหนืออาคารหลังนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่นอย่างผิดธรรมชาติ ละอองมานาสีดำทมิฬลอยวนอยู่เหนือหลังคากระเบื้องเก่าคร่ำคร่าราวกับกลุ่มควันพิษ เซเลนาที่นั่งพักผ่อนอยู่เมื่อครู่ ดีดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้ามลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาคมกลาและจริงจังอย่างน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวของอาจารย์สาวเปลี่ยนไปเป็นความกดดันอันหนักหน่วงที่ทำให้หายใจแทบไม่ออก มานาสีทองอร่ามเริ่มเปล่งประกายจางๆ รอบปลายนิ้วเรียว "เรย์... เก็บของ" เสียงของเซเลนาเยือกเย็นและจริงจังผิดจากทุกที หล่อนหันมามองลูกศิษย์คนโปรดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวัง "ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจากชั้นใต้ดินของหอสมุดเก่า จะตื่นเร็วกว่ากำหนดเสียแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและตื่นเต้นไปกับบทสนทนาและปมปริศนาในตอนนี้ร่วมกับเรย์และอาจารย์เซเลนานะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กฎเกณฑ์แห่งเวทมนตร์ฉบับศิษย์ก้นกุฏิกับอาจารย์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%