เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 39

วิกฤตการณ์ใกล้สลาย

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
โลหิตสีชาดกระเซ็นดั่งกลีบเหมันต์โปรยปรายกลางนภาสีครามเข้ม ร่างโปร่งระหงของไป๋ซูหยุนสะท้านเฮือก คมกระบี่เพลิงนิลกาฬทะลักทะลายผ่านเกราะปราณคุ้มกายชั้นที่เก้า ราวกับกระดาษสาที่ถูกฉีกกระชากอย่างไม่ไยดี ความเจ็บปวดระอุแผ่ซ่านจากกลางแผ่นหลังลามเลียไปถึงขั้วหัวใจ แต่นั่นยังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับ "ความจริง" ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า "เจ้า..." ไป๋ซูหยุนกระอักโลหิตคำโต ดวงตาคมกริบดั่งกระบี่โบราณหรี่ลงเล็กน้อย มองเงาร่างที่ยืนอยู่เบื้องหลังด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย เบื้องหน้าของเขาหาใช่ศัตรูคู่อาฆาตจากสำนักมารอเวจีไม่ หากแต่เป็น "หลี่ชิงเฟิง" สหายสนิทร่วมเป็นร่วมตายที่ร่วมฝ่าฟันค่ายกลมรณะมาด้วยกันเมื่อชั่วยามก่อน มือขวาของหลี่ชิงเฟิงยังคงถือป้ายคำสั่งโลหิตที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาที่ไร้ซึ่งแววตาแห่งมิตรภาพ หลงเหลือไว้เพียงความเย็นชาและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "แปลกใจมากหรือ, ซูหยุน?" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังลอดไรฟันของหลี่ชิงเฟิง "ในเส้นทางเซียนอันยาวนานและโดดเดี่ยวนี้ มิตรภาพเป็นเพียงสะพานไม้ไผ่ที่ผุพัง... ใครเล่าจะโง่เขลาเอาชีวิตไปทิ้งไว้กับคนที่มีชะตากรรมต้องทัณฑ์สวรรค์เช่นเจ้า?" ลมปราณในตัน티น (จุดตันเถียน) ของไป๋ซูหยุนปั่นป่วนอย่างรุนแรง พิษสลายวิญญาณเจ็ดราตรีที่แฝงมากับคมกระบี่เมื่อครู่กำลังกัดกินเส้นชีพจรปราณของเขาอย่างบ้าคลั่ง นี่ไม่ใช่การต่อสู้ด้วยพละกำลัง แต่มันคือ "กลลวง" ที่ถูกวางแผนไว้อย่างแนบเนียนมาแรมปี หลี่ชิงเฟิงยอมสละแขนข้างหนึ่งเพื่อตบตาเขาในยุทธภพ ยอมตกเป็นเบี้ยล่างในสมรภูมิโบราณ เพื่อรอคอย "ช่วงเวลา" ที่มหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดอย่างเขาจะอ่อนแอที่สุด "เจ้าไม่ได้ทรยศข้าในชาตินี้... แต่เจ้าจำอดีตชาติได้ตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก หลี่ชิงเฟิง" ไป๋ซูหยุนแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะเจือด้วยเลือดและไอสังหารอันน่าสะพรึงกลัว "ศิษย์น้องรองแห่งสำนักกระบี่สวรรค์... ที่แท้เจ้าก็คือเงาอัสนีที่ลอบกัดข้าเมื่อสามพันปีก่อน!" หลี่ชิงเฟิงชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าบิดเบี้ยวเล็กน้อยเมื่อถูกเปิดโปงความลับที่ฝังกลบมาเนิ่นนาน "ฮ่าๆๆๆ... สมแล้วที่เป็นมหาเทพไป๋ซูหยุน แม้ในยามใกล้สิ้นลม สมองของเจ้าก็ยังเฉียบคมเช่นเดิม! ถูกต้อง! ข้าคืองูพิษที่รอคอยวันจะขย้ำคอหอยเจ้าให้จมดิน!" ในวินาทีที่วิกฤตการณ์ใกล้สลาย ม่านพลังรอบตัวพวกเขาก็ถูกฉีกกระชากออกด้วยความเย็นยะเยือกที่ทำให้สรรพสิ่งต้องหยุดนิ่ง *ฉับ!* แสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์ดั่งจันทราในคืนหิมะโปรยพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้า ฟาดฟันลงมายังจุดที่หลี่ชิงเฟิงยืนอยู่โดยไม่มีสัญญาณเตือน มู่อิงหลันปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าไป๋ซูหยุนอย่างงดงามและเยือกเย็น เส้นผมสีรัตติกาลปลิวไสวตามแรงลมปราณ นัยน์ตาคู่สวยที่เคยเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น บัดนี้กลับอัดแน่นไปด้วยจิตสังหารที่รุนแรงจนท้องฟ้าเหนือหุบผาหมื่นอสูรแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาทึบ "บังAอาจนัก..." น้ำเสียงของมู่อิงหลันราบเรียบ แต่มันเย็นเยียบจนกระดูกสันหลังของผู้ฟังต้องสั่นสะท้าน นางตวัดกระบี่เหมันต์นิรันดร์ครั้งเดียว คลื่นดาบน้ำแข็งนับหมื่นสายก็พุ่งเข้าปิดล้อมเส้นทางหนีของหลี่ชิงเฟิงไว้ทุกทิศทาง หลี่ชิงเฟิงใบหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก แม้เขาจะวางแผนมาอย่างรัดกุมเพียงใด แต่เขาไม่เคยคำนวณไว้เลยว่า... สตรีผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และตัดขาดจากโลกีย์อย่างธิดาแดนเซียนผู้นี้ จะยอมสละพลังชีวิตครึ่งหนึ่งเพื่อแลกกับการปกป้องไป๋ซูหยุน! "อิงหลัน... อย่า..." ไป๋ซูหยุนพยายามเอ่ยห้าม มือเรียวยื่นไปคว้าชายเสื้อของนางไว้ ทว่าพิษร้ายกลับทำให้เรี่ยวแรงของเขามลายหายไปในพริบตา การที่มู่อิงหลันใช้ "เคล็ดกระบี่โลหิตเหมันต์" ในยามนี้ เท่ากับการเผาผลาญรากฐานพลังเซียนของตนเองโดยตรง! มู่อิงหลันไม่แม้แต่จะหันกลับมามองสมาธิของนางจดจ่ออยู่กับศัตรูเบื้องหน้า นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวจนก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน "ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมให้ท่านมีชีวิตอยู่ ข้าก็จะใช้กระบี่เล่มนี้... สังหารสวรรค์และล้างบางทุกคนที่กล้าแตะต้องท่าน!" ความกดดันระดับมหาอำนาจกดทับลงมาจนพื้นดินรอบด้านแตกละเอียดเป็นจุล ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่เหมันต์กำลังจะปลิดชีพหลี่ชิงเฟิง เงาดำสายหนึ่งกลับพุ่งทะลุรอยแยกมิติออกมาจากความว่างเปล่าอย่างกะทันหัน พลังปราณสีม่วงเข้มแผ่ซ่านกลิ่นอายโบราณที่เก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า มือเหี่ยวย่นดั่งกิ่งไม้แห้งยื่นออกมาจากความมืด คว้าจับข้อมือของหลี่ชิงเฟิงไว้ได้ทันก่อนที่คมกระบี่จะสัมผัสผิวเนื้อ และพร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะแหบพร่าราวกับเสียงเสียดสีของโลหะก็ดังขึ้นจากความมืดมิด "ฮี่ๆๆๆ... นึกไม่ถึงเลยว่า ขอบเขตเซียนบรรพกาลในตำนาน จะตกต่ำถึงขั้นต้องให้สตรีมาชักกระบี่ปกป้อง... ไป๋ซูหยุนเอ๋ย ไป๋ซูหยุน... วันนี้คือจุดจบของตำนานวิถีกระบี่อย่างแท้จริงแล้วกระมัง?" ร่างของบุคคลปริศนาค่อยๆ ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ หมวกสานปีกกว้างปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้ ทว่าไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้บาดแผลของไป๋ซูหยุนปริแตกอีกครั้ง นี่คือตัวหมากที่แท้จริง... ผู้ที่อยู่เบื้องหลังสำนักมารและชักใยหลี่ชิงเฟิงมาตลอด! ไป๋ซูหยุนกัดฟันกรอด ฝืนรวบรวมเศษเสี้ยวลมปราณสุดท้ายในร่าง ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันดั่งพยัคฆ์ร้ายที่จนตรอก เขารู้ดีว่าหากพลาดท่าในครานี้ วิญญาณของเขาจะแตกดับและไม่มีวันได้แก้แค้น แต่ทว่า... ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ใกล้สลายนี้ มือเรียวยาวของเขากลับค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสกับด้ามกระบี่โบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอว กระบี่ที่ยังไม่เคยชักออกจากฝักตลอดสามร้อยปี... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันอุปสรรคและร่วมพิสูจน์วิถีกระบี่อันทระนงนี้ไปกับ "พยัคฆ์ขาวคำราม" นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%