เซ็นเตอร์แบ็คหน้าตายกับยัยฝ่ายสถิติสายวิเคราะห์•ตอนที่ 2

กัปตันหน้าตาย vs ยัยจอมวิเคราะห์

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"ตัวเลขพวกนี้ไม่มีหัวใจครับคุณมินตรา มันบอกแค่ผลลัพธ์ ไม่ได้บอกความเหนื่อยยากของคนที่วิ่งอยู่บนสนาม" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมเล็กข้างโรงยิมปิดลง แรงกระแทกเบาๆ สะท้อนผ่านแผ่นไม้เก่าครึ้ม แต่ความกดดันในอากาศกลับหนาแน่นจนแทบจะคว้ามาคั้นเป็นน้ำได้ ธันวา กัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะยาว สายตาคมกริบใต้ร่มคิ้วหนาจ้องมองเอกสารสรุปสถิติการเล่นนับสิบหน้าที่ถูกวางกองไว้ตรงหน้าด้วยท่าทีเย้ยหยันโดยไม่ปิดบัง มินตรา ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เงยหน้าขึ้นช้าๆ เธอดันแว่นตากรอบบางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวต่อรัศมีคุกคามของกัปตันหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับมองเขาด้วยสายตาของนักวิจัยที่กำลังมองเคสตัวอย่างที่น่าสนใจ—ดื้อรั้น ไร้เหตุผล และเต็มไปด้วยอคติ "แต่ความรู้สึกของคุณนั่นแหละค่ะ—อ้อ ขอโทษทีครับ ผมติดปากพูดตามความเคยชิน" มินตราเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าคู่สนทนาเป็นผู้ชายตัวโตที่เกลียดการถูกสบประมาทเรื่องอารมณ์เหนือเหตุผล "แต่สิ่งที่ *คุณ* เรียกว่าหัวใจและความเหนื่อยยาก มันกำลังทำให้ทีมเราแพ้ติดต่อกันมาสามแมตช์ซ้อนแล้วนะครับ" ธันวาขยับตัวทันที ความสูงเกือบหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรของเขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเงาทอดทับร่างเพรียวบางของหญิงสาวจนมิด เขาโน้มตัวลงไปข้างหน้า ฝ่ามือใหญ่ค้ำลงกับขอบโต๊ะจนกระดาษสถิติลอยกระพือเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ หลังการซ้อมลอยปะทะจมูก "คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเหนื่อยยากยังไง? คุณนั่งจดตัวเลขอยู่แต่บนอัฒจันทร์ ถือแท็บเล็ตแล้วขีดๆ เขียนๆ เหมือนผู้พิพากษาบนบัลลังก์ คุณไม่เคยลงมาวิ่งบนพื้นปาร์เกต์ ไม่เคยโดนศอกกระแทกซี่โครง และไม่เคยรู้หรอกว่าการรักษาฟอร์มของทีมในสถานการณ์ที่คนทั้งฮอลล์คาดหวังมันหนักหนาแค่ไหน!" น้ำเสียงของธันวาต่ำลึกและเต็มไปด้วยอารมณ์ที่กรุ่นโกรธ เป็นครั้งแรกที่กัปตันหน้าตายแสดงความรู้สึกที่ดิบเถื่อนออกมาให้เห็น นัยน์ตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความอึดอัดที่สะสมมานาน ปมความกดดันจากครอบครัวที่คาดหวังให้เขาต้องชนะทุกสนาม และภาระอันหนักอึ้งในฐานะกัปตันกำลังถูกคนตรงหน้าตัดสินด้วยกราฟแท่งและตัวเลขเปอร์เซ็นต์ แต่มินตราไม่มีทีท่าว่าจะสะท้าน เธอกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะโน้มตัวเข้าหาเขาเช่นกัน ระยะห่างที่ใกล้จนเกือบจะแนบชิดทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ผสานกันอย่างอึดอัด เธอยื่นนิ้วเรียวเล็กไปแตะที่มุมกระดาษรายงานแผ่นนั้นเบาๆ "เพราะฉันเป็นนักสถิติไงคะ... เอ่อ ครับ" เธอกัดริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อเผลอหลุดคำลงท้ายผิดอีกครั้ง แต่ก็แก้เกมได้อย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "เพราะฉันมองผ่านอคติและความอีโก้ของคุณ ฉันถึงเห็นว่าคุณมักจะฝืนส่งบอลให้พีทในนาทีสุดท้ายของควอเตอร์ที่สี่ ทั้งๆที่เปอร์เซ็นต์การทำแต้มของเขาต่ำลงร้อยละสิบห้าในช่วงสัปดาห์นี้ นั่นไม่ใช่เพราะมิตรภาพลูกผู้ชายหรอกค่ะธันวา แต่มันคือความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลที่เอาชัยชนะของทีมมาเสี่ยง" คำพูดนั้นราวกับลูกธนูที่ปักเข้ากลางใจดำ ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะเขาเถียงไม่ออก แต่เป็นเพราะสิ่งที่เธอพูด... *มันคือความจริง* ความจริงที่เขาพยายามหลบซ่อนมาตลอดหลังความบาดหมางส่วนตัวระหว่างเขากับพีทนอกสนาม "คุณไม่รู้อะไรเลย มินตรา" เสียงของธันวาอ่อนลงเล็กน้อย แต่ความดุดันในแววตายังคงอยู่ มือใหญ่วางราบลงใกล้กับมือของเธอจนผิวเนื้อเกือบจะสัมผัสกัน "บางอย่างในเกมมันอธิบายไม่ได้ด้วยสมการคณิตศาสตร์หรอก" "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิครับ" มินตราท้าทาย เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณคิดว่าสถิติของฉันมันไร้ค่า งั้นแมตช์อุ่นเครื่องวันศุกร์นี้ ลองเล่นตามแผนวิเคราะห์ความเหนื่อยล้าและการกระจายตัวของบอลที่ฉันเสนอมาดูสักตั้ง ถ้าทีมชนะ ฉันจะเลี้ยงกาแฟคุณหนึ่งเดือน แต่ถ้าแพ้..." "ถ้าผมชนะ..." ธันวาพูดแทรกขึ้นมา เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รadAwrite ของหัวใจในอกซ้ายของเขากำลังเต้นโครมครามจนน่าหงุดหงิด "คุณต้องมาเป็นผู้จัดการทีมส่วนตัวให้ผม... แบบตัวติดกันทุกวัน ห้ามเถียง ห้ามวิเคราะห์ และต้องทำตามคำสั่งผมทุกอย่าง" มินตรานิ่งอึ้งไปชั่ววินาที ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นเมื่อเห็นแววตาจริงจังและประกายความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาของการท้าทายเล่นๆ แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม บรรยากาศในห้องประชุมเล็กเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศตัวเก่าส่งเสียงหึ่งเบาๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แปรเปลี่ยนเป็นความวาบหวามอย่างรวดเร็ว ระยะห่างที่ใกล้เกินกว่าเหตุทำให้ธันวาได้กลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเส้นผมของหญิงสาว ส่วนมินตราก็รับรู้ได้ถึงไออุ่นร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกัปตันหนุ่ม นิ้วมือของธันวากระดิกเข้าหาตัวเล็กน้อย ราวกับกำลังยับยั้งชั่งใจไม่ให้เอื้อมไปสัมผัสแก้มเนียนใสที่อยู่ห่างแค่เอื้อม ความใกล้ชิดนี้กำลังทำให้สมองอันชาญฉลาดของนักศึกษาสถิติประยุกต์รวนเรจนประมวลผลอะไรไม่ถูก ริมฝีปากอิมเมจของเธอกำลังจะอ้าออกเพื่อปฏิเสธเงื่อนไขบ้าๆ นั้น *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันทำลายมนต์สะกดในห้องลงอย่างไม่ทันตั้งตัว ประตูไม้บานเก่าถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปร่งของ **พีท** ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกวนประสาทที่มุมปาก ในมือถือขวดน้ำเกลือแร่สองขวด "อ้าว ธันวา มินตรา... อยู่เคลียร์งานกันสองต่อสองเหรอครับเนี่ย บรรยากาศเคร่งเครียดเชียว รบกวนเวลาสวีท... เอ๊ย รบกวนเวลาคุยงานกันหรือเปล่าครับพอดีผมมาตามมินตราไปกินข้าว ตามสัญญาที่นัดกันไว้" ธันวาผละตัวออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นหน้าตายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ ขณะที่มินตราลุกขึ้นยืนแล้วก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองที่ยับย่นเล็กน้อย แต่ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ พีทก็เดินเข้ามาใกล้โต๊ะแล้วยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูมินตราด้วยท่าทีสนิทสนมเกินควร โดยมีสายตาดุร้ายราวกับเสือดาวของธันวาจ้องมองทะลุผ่านความว่างเปล่าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เรื่องแผนที่เธอส่งมาให้ฉันดูเมื่อเช้า... ฉันว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยนะ มินตรา" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินปนเดือดในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเตอร์แบ็คหน้าตายกับยัยฝ่ายสถิติสายวิเคราะห์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%