"สี่ล้าน... ผมให้สี่ล้านบาทสำหรับภาพนั้น"
ตัวเลขที่ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจของธันวา ลอยเคคว้างอยู่กลางห้องจัดแสดงศิลปะอันเงียบสงบ กลิ่นอายของสีน้ำมันและกระดาษเก่าผสมผสานกับความตึงเครียดที่แทบจะใช้มือจับต้องได้ รินลดาไม่ได้หันกลับมามองเขาทันที เธอยังคงยืนนิ่งอยู่หน้าภาพวาดชิ้นเอก แผ่นหลังที่ตั้งตรงภายใต้เสื้อสูทตัดเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนความแข็งแกร่งที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากความพังทลายในอดีต ภาพวาดตรงหน้าคือผลงานชิ้นสำคัญที่สื่อถึงความโดดเดี่ยวและการหยัดยืนด้วยลำแข้งของตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ธันวาไม่มีวันเข้าใจในวันที่เธอยังเป็นแค่เงาจางๆ ภายในบ้านหลังใหญ่ของเขา
รินลดาค่อยๆ หมุนตัวกลับมาอย่างเชื่องช้า สายตาดุจมีดโกนของเธอทอดมองผ่านเลนส์แว่นกรอบบาง กวาดมองชายผู้เคยเรียกตัวเองว่าเป็นสามีด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยว ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ และนั่นคือสิ่งที่บาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของธันวามากที่สุด
"คุณกำลังเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าครับ... คุณธันวา" รินลดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นจนน่ากลัว "ภาพชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้ขาย และต่อให้คุณเสนอราคามาสูงกว่านี้อีกสิบเท่า คำตอบของผม... เอ่อ... ของทางหอศิลป์ ก็ยังคงเดิมครับ"
สรรพนามที่เธอจงใจเปลี่ยนและเว้นจังหวะเล็กน้อย เปรียบเสมือนรอยแผลเป็นที่ถูกกรีดซ้ำลงบนความสำนึกผิดของเขา ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่เคยใช้เซ็นสัญญาธุรกิจมูลค่ามหาศาลกลับกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน เขากำลังต้องการภาพนี้—ไม่ใช่เพราะมูลค่าทางศิลปะ แต่มันคือสิ่งเดียวในตอนนี้ที่อาจจะเชื่อมโยงเขากับความลับที่เขากำลังตามหา และเชื่อมโยงเขากับผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสอย่างไร้เยื่อใย
"ริน... ผมไม่ได้มาในฐานะนักธุรกิจ" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคมคายฉายแววเว้าวอนอย่างที่คนอย่างเขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็น "ผมมาในฐานะคนที่... อยากไถ่ ฐานะคนที่ต้องการเริ่มต้นใหม่ ให้โอกาสผมได้คุยกับคุณจริงๆ สักครั้งเถอะนะ"
รินลดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มันช่างแห้งแล้งและบาดลึกเสียจนธันวาต้องชะงักฝีเท้า เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาคู่นั้นมองเขาดั่งสิ่งแปลกปลอมที่น่าสมเพช
"เริ่มต้นใหม่หรือครับ?" รินลดาทวนคำ น้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน "คุณธันวาครับ เวลาห้าปีที่เราอยู่ร่วมกันภายใต้ชายคาเดียวกัน คุณเคยเห็นหัวข้อสนทนาที่ชื่อว่า 'รินลดา' จริงๆ สักครั้งไหมครับ? วันที่คุณบอกว่าผมเป็นแค่ภาระที่เกะกะสายตา วันที่คุณปล่อยให้ผมต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและความสูญเสียตามลำพัง... คุณไม่เคยแม้แต่จะหันมามองด้วยซ้ำว่าผมหายใจอยู่หรือเปล่า"
ถ้อยคำเหล่านั้นคมกริบยิ่งกว่าใบมีด รินลดาไม่ได้ตะโกน เธอกล่าวทุกประโยคด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทรงพลังพอที่จะสั่นคลอนความมั่นใจทั้งหมดที่ธันวาสั่งสมมาทั้งชีวิต ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความรู้สึกผิดของฝ่ายชาย กับความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึกของฝ่ายหญิง
"ผมยอมรับความผิดพลาดทั้งหมดในอดีต..." ธันวาเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอของเขาแห้งผาก ราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ตรงนั้น "ผมโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นคุณค่าของเพชรในมือ... แต่ริน ภาพวาดนี้มันมีความหมายกับผม มันจำเป็นกับชีวิตผมในตอนนี้ ได้โปรดเถอะ ขายมันให้ผมเถอะนะ เท่าไหร่ผมก็ยอมจ่าย"
รินลดาจ้องมองใบหน้าของอดีสามีที่เริ่มมีริ้วรอยแห่งความเครียดและความเหนื่อยล้าปรากฏให้เห็น ความโลภ ความหวาดกลัว และความสิ้นหวัง กำลังฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น ช่างน่าสมเพชเสียจริง... ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนอื่นอย่างไร้ความปรานี บัดนี้กลับมายืนก้มหัวขอความเมตตาจากเศษเสี้ยวความทรงจำที่เขาเป็นคนทำลายมันเองกับมือ
"เสียใจด้วยนะครับ คุณธันวา" รินลดาเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด เธอหันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย "ภาพนี้ และทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของผม... ไม่มีวันขายให้คนอย่างคุณ ไม่มีวัน"
พูดจบ เธอก็ก้าวเดินจากไปอย่างมั่นคง ทิ้งให้ธันวายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันของห้องจัดแสดง ความผิดหวังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป เสียงฝีเท้าเบาๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กเล็กๆ ที่วิ่งเข้ามาชนชายกางเกงของเขาเบาๆ
"คุณน้าฮะ... แม่บอกว่าให้มารอตรงนี้ครับ"
เสียงใสๆ ของเด็กชายวัยราวสี่ขวบดังขึ้น ธันวาก้มลงมองตามสัญชาตญาณ หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ เมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นเงยขึ้นสบตาเขา ใบหน้าจิ้มลิ้มได้รูป และโดยเฉพาะไฝเม็ดเล็กๆ ที่หางตาซ้าย—มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กอย่างไม่มีผิดเพี้ยน และก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร รินลดาก็เดินกลับมาอุ้มเด็กชายคนนั้นขึ้นแนบอก พร้อมกับปรายตามองเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความลับอันดำมืด
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
บันทึกเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ใต้เงาภัณฑารักษ์•ตอนที่ 3
รอยร้าวในคริสตัล
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ใต้เงาภัณฑารักษ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
