กลิ่นอายจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ราคาแพงระเหยขึ้นมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบมุก ทว่ามันกลับไม่สามารถเจือจางความหนาหนักที่กดทับลงบนบรรยากาศห้องทำงานหรูหราโทนสีเข้มนี้ลงได้แม้แต่น้อย
แผ่นกระดาษสีขาวสะอาดตาแผ่นหนึ่งถูกเลื่อนผ่านพื้นผิวโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อดีด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท ทว่าเด็ดเดี่ยว ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ ปรากฏให้เห็นในทุกตารางนิ้วของการเคลื่อนไหว
รินรดานั่งอยู่ ณ เบื้องหน้าเขา... อดีตสามีผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเธอเคยเชื่อมั่นว่าคือวิหารอันปลอดภัยที่สุดในชีวิต แต่วันนี้ ใบหน้าหวานล้ำที่เคยฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและความอดทนอดกลั้น บัดนี้กลับเรียบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึกยามไร้ลมไหว ดวงตาคู่คมกวาดมองร่างสูงใหญ่ของคนที่ยังคงนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและถือดีเช่นเคย
ธันวาปรายตามองกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึกราวกับกำลังมองดูละครฉากหนึ่งที่เขาคาดเดาตอนจบได้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มแสดง ความเงียบงันดำเนินอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำติดจะเยືือกเย็นจะเอื้อiนเอ่ยออกมา
"เธอคิดจริงๆ หรือว่าการเล่นเกมเรียกร้องความสนใจแบบนี้ จะทำให้ฉันหันมาสนใจเธอได้มากขึ้น รินรดา?"
คำถามนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยันและความมั่นใจในอำนาจที่ตนมี เขาคิดเสมอว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพียงเงาที่สยบยอมอยู่ใต้ร่มเงาของเขา เป็นดอกไม้ในเรือนกระจกที่ไม่มีวันกล้าออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยลำแข้งของตัวเอง ธันวาจึงยังคงเอนกายพิงพนักอย่างสบายอารมณ์ รอคอยให้ภรรยาผู้แสนจืดชืดคนเดิมคุกเข่าขอร้องและยอมจำนนต่อความเย็นชาของเขาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ทว่า... ไม่มีรอยน้ำตา ไม่มีเสียงสะอื้นไห้ และไม่มีแม้แต่แววตาเวทนาตนเองอย่างที่เขาคาดหวัง
รินรดายกมือขึ้นทัดปอยผมที่หลุดรุ่ยเข้ากับใบหูอย่างใจเย็น ท่วงทีของเธอนั้นสง่างามและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจบางอย่างที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากซากปรักหักพังของความเจ็บปวดในอดีต
"คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ธันวา" น้ำเสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งสลักดังขึ้น ทำลายความมั่นอกมั่นใจของชายหนุ่มลงทีละน้อย "ฉันไม่ได้กำลังเล่นเกม... และฉันก็ไม่ได้เรียกร้องความสนใจจากผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณด้วย"
ดึงสายตาคมกริบของธันวาให้หันกลับมาจ้องเขม็ง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งเริ่มตึงเครียดขึ้นทีละนิด ความเงียบรอบตัวเริ่มเปลี่ยนเป็นความกดดันที่บีบเค้นหัวใจคนฟัง
"ในเมื่อข้อตกลงทางธุรกิจระหว่างครอบครัวของเรามันสิ้นสุดลงแล้ว และความอดทนของฉันก็หมดลงจนไม่เหลือเศษซากให้คุณเหยียบย่ำอีกต่อไป สิ่งที่เราควรทำในตอนนี้ คือการทำให้มันถูกต้องตามกฎหมายเสียทีค่ะ" รินรดาผายมือไปยังกระดาษแผ่นนั้น "อ่านดูให้ละเอียดสิคะ... ใบหย่าที่ไม่มีรอยหมึกด่างพร้อย ฉันเซ็นชื่อของฉันลงไปเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่ลายเซ็นของคุณ เพื่อปลดปล่อยเราทั้งคู่ออกจากนรกขุมนี้"
ธันวาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความรู้สึกราวกับถูกตบหน้ากลางสาธารณชน แรงปะทะทางอารมณ์พุ่งพล่านขึ้นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ความถือทิฐิอันสูงส่งทำให้เขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงกดสายตาดุร้ายมองภรรยาที่กำลังจะกลายเป็นอดีต
"เธอคิดว่าเธอเป็นใคร ถึงกล้ามาสั่งให้ฉันเซ็นใบหย่า!" เสียงทุ้มต่ำคำรามลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทาย "ลืมไปแล้วหรือไงว่าทุกอย่างที่เธอมี แก้วแหวนเงินทอง หรือแม้แต่ลมหายใจที่เธอยืนอยู่ตรงนี้ มันมาจากเงินของฉัน!"
"แล้วคุณลืมไปแล้วหรือคะ ว่าฉันคือนักออกแบบอัญมณีคนที่ทำให้บริษัทของคุณกวาดรางวัลระดับประเทศมาแล้วกี่ครั้ง?" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาดุดลของสามีอย่างท้าทาย ไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ที่ผ่านมาฉันยอมโง่ ยอมเป็นผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังคุณคอยเช็ดก้นปัญหาให้ เพราะฉันเคยโง่คิดว่าความรักจะหล่อเลี้ยงชีวิตคู่ของเราได้... แต่ตอนนี้ตาสว่างแล้วค่ะ ธันวา ฉันไม่ต้องการเงินทองสกปรกของคุณ และไม่ต้องการเศษความเมตตาจากผู้ชายที่หัวใจตายด้านอย่างคุณอีกต่อไป"
คำพูดทุกคำเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในความอีโก้จัดของธันวา มือหนากำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความรู้สึกปั่นป่วนแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก ชายหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยเงียบงับและยอมจำนนต่อเขามาตลอด จะมีวันที่กล้าเชิดหน้าสบตาและกล่าววาจาเฉือดเฉือนเขาได้ถึงเพียงนี้
ความโกรธแค้นผสมปนเปกับความรู้สึกวูบโหวงแปลกๆ ที่แล่นริ้วเข้ามาในช่องท้อง ธันวาก้มลงมองลายเซ็นบรรจงบนกระดาษแผ่นนั้น ลายมือที่คุ้นเคย... แต่วันนี้มันกลับดูราวกับประกาศิตแห่งการตัดขาดที่เด็ดเดี่ยวที่สุด
"เธอแน่ใจนะว่าถ้าก้าวออกจากห้องนี้ไปแล้ว จะไม่มีวันหมางเมินกลับมาคลานเข่าขอความช่วยเหลือจากฉันอีก" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขู่คำรามด้วยศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่
"ต่อให้โลกใบนี้จะแตกสลาย หรือฉันต้องอดตายอยู่ข้างถนน ฉันก็ไม่มีวันหันกลับมามองผู้ชายใจร้ายอย่างคุณเด็ดขาดค่ะ" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เด็ดขาด และเย็นชาพอๆ กับแววตาของเขาในวันที่ขับไล่ไสส่งเธอ
ว่าแล้วหญิงสาวก็หมุนตัวหันหลังให้ทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เอื้อนเอยคำดูถูกใดๆ ออกมาอีก เธอเดินก้าวผ่านประตูห้องทำงานออกไปด้วยแผ่นหลังที่ตั้งตรงสง่างาม ทิ้งให้ธันวายืนหายใจกระชั้นชิดอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ค่อยๆ กัดกินหัวใจ
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อีกครั้งด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอกอย่างประหลาด เขายื่นมือไปหยิบแผ่นกระดาษหย่านั้นขึ้นมาพิจารณา ดวงตาคมกวาดมองข้อความสัญญายกเลิกการสมรสที่ถูกเซ็นชื่อไว้อย่างเรียบร้อย ทว่าขณะที่กำลังจะปัดมันทิ้งลงถังขยะด้วยความโมโห สายตากลับเหลือบไปเห็นเอกสารอีกแผ่นที่รินรดาลืมเสียบไว้ในแฟ้ม—มันร่วงหล่นลงมาคว่ำหน้าอยู่บนพรมราคาแพง
ด้วยความหงุดหงิด ธันวาจึงก้มลงหยิบมันขึ้นมาเพื่อจะเก็บเข้าที่เดิม ทว่าเมื่อพลิกหน้ากระดาษขึ้นมาดู ดวงตาคมกริบของเขากลับเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย...
ภาพถ่ายขาวดำขนาดเล็กที่แนบมาพร้อมกับใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ปรากฏภาพของจุดตั้งครรภ์ขนาดเล็ก พร้อมตัวเลขบันทึกอายุครรภ์สัปดาห์ที่หก... และชื่อของมารดาผู้ให้กำเนิดที่ระบุหราไว้อย่างชัดเจน
*รินรดา*
หัวใจของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกระตุกวูบอย่างแรง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าที่ขั้วหัวใจ ความเงียบงันรอบกายดิ่งลึกลงไปอีก ขณะที่ภาพของอดีตภรรยาที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่ย้อนกลับเข้ามาในหัว พร้อมกับความจริงอันน่าตกใจที่กำลังสั่นคลอนโลกทั้งใบของเขาอย่างรุนแรง
น้ำผึ้งหยดแรก
(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานชิ้นนี้ด้วยกันเสมอนะคะ)
กับดักหัวใจในรอยพยาน•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้รอยหมึก
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในรอยพยาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
