ตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบวาบอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดสามสิบนิ้ว ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถิติการร่วงหล่นของตลาดหุ้น แต่มันคือเสียงกรีดร้องอันเงียบงันของจักรวรรดิหมื่นล้านที่กำลังพังทลายลงทีละน้อยด้วยปลายปากกา
รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังจอภาพนั้น แสงไฟสีฟ้าสลัวสะท้อนบนแว่นตากรอบบางและดวงตาคู่คมที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ปลายนิ้วเรียวสวยยังคงค้างอยู่บนแป้นพิมพ์ หลังจากที่เธอเพิ่งกดปุ่ม "เผยแพร่" บทความชิ้นเอกที่ใช้เวลาซุ่มโป่งขุดคุ้ยนานแรมปี บทความที่ใช้คำว่า "ความจริง" เป็นมีดผ่าตัด เลาะเอาเนื้อร้ายแห่งความโลภและความทุจริตของกลุ่มบริษัทอาคเนย์โฮลดิ้งส์ออกมาประจานต่อหน้าสาธารณชน
หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะสั่นระรัวไม่หยุด สายเรียกเข้าจากบรรณาธิการ, นักข่าวสำนักพิมพ์ใหญ่, และเสียงแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดียที่ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน แต่เธอกลับเลือกที่จะคว่ำหน้ามันลงอย่างไร้ความสนใจ
นี่ไม่ใช่แค่การแก้แค้นแบบเด็กๆ แต่นี่คือการชำระบัญชีเลือดที่อาคเนย์ต้องชดใช้
ในขณะเดียวกัน บนเพนต์เฮوسหรูหราลอยฟ้าใจกลางมหานคร ที่ซึ่งทัศนียภาพยามค่ำคืนสามารถมองเห็นแสงไฟของเมืองหลวงได้ทั้งหมด อาคเนย์กำลังจิบไวน์แดงราคาแพงลิบลิ่วในแก้วคริスタルใส ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองออกไปเบื้องล่างด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นคง ราวกับว่าไม่มีพลังอำนาจใดบนโลกใบนี้ที่จะสั่นคลอนบัลลังก์ที่เขาสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตาของคนอื่นได้
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ ตามด้วยการก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบของเลขาธิการส่วนตัว ทำให้ความเงียบสงบในห้องชุดหรูถูกทำลายลง
"ท่านประธาน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ" เสียงของเลขาสั่นพร่าจนแทบจับใจความไม่ได้ มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทาจนเกือบทำมันร่วงหล่นลงบนพื้นพรมราคาแพง
อาคเนย์ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขายังคงหมุนแก้วไวน์ในมือช้าๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยความรื่นรมย์ "หุ้นของบริษัทเราพุ่งทะยานขึ้นอีกกี่เปอร์เซ็นต์ล่ะในช่วงปิดตลาดวันนี้ คงจะทำลายสถิติเดิมสินะ"
"เปล่าค่ะ... ไม่ใช่แบบนั้น" เลขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นหน้าจอแท็บเล็ตเข้าไปใกล้สายตาของนายเหนือหัว "บทความวิจารณ์ชิ้นหนึ่ง... ถูกเผยแพร่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว โดยใช้นามปากกาว่า 'ไร้ชื่อ' ค่ะ"
อาคเนย์เลิกคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนดูแคลน นามปากกาโนเนมที่กล้าหาญถึงเพียงนี้จะมีค่าอะไรในสายตาของมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศ เขารับแท็บเล็ตมาถือไว้ด้วยท่าทางเกียจคร้าน กวาดสายตาอ่านพาดหัวข่าวและย่อหน้าแรกด้วยรอยยิ้มเยาะ
ทว่า... รอยยิ้มบนมุมปากนั้นกลับค่อยๆ เลือนหายไปทีละน้อย เมื่อดวงตาคมกริบกวาดผ่านตัวเลข หลักฐาน และสำนวนการเขียนที่บาดลึกราวกริบมีด
มันไม่ใช่บทความวิจารณ์เศรษฐกิจทั่วไป แต่มันคือ "คำพิพากษา" ที่รarวบรวมเอกสารลับ งบการเงินที่ถูกตกแต่ง และหลักฐานการฟอกเงินที่แม้แต่ตำรวจเศรษฐกิจก็ยังไม่เคยล่วงรู้ และที่สำคัญที่สุด... สำนวนการเขียนและมุมมองที่เจาะลึกถึงแก่นแท้ความเลวร้ายนี้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้นในโลกที่ทำได้
คนคนเดียวกับที่เคยนั่งอยู่เคียงข้างเขา คนที่เขากล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปราณีเมื่อสามปีก่อน
"รินรดา..." อาคเนย์พึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ราวกับเสียงคำรามจากขุมนรก แววตาที่เคยเยเย็นและมั่นคง กลับลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุล
มูลค่าหุ้นของอาคเนย์โฮลดิ้งส์ร่วงลงอย่างน่าใจหาย ตัวเลขสีแดงฉานดิ่งพสุธากลางกระดานซื้อขายยามค่ำคืน มูลค่าหลายหมื่นล้านละลายหายไปในอากาศภายในเวลาไม่ถึงสิบหนาที แรงกระแทกจากการเปิดโปงครั้งนี้รุนแรงเสียจนทำให้ตึกสำนักงานใหญ่เริ่มมีความเคลื่อนไหวอลหม่าน
ในห้องทำงานมืดทึบ รินรดายกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อยเมื่อมองเห็นกราฟการพังทลายนั้นผ่านหน้าจอ เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการทำลายล้าง อาคเนย์ผู้ไม่เคยเห็นหัวใคร จะต้องดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดทรมานบนกองเงินกองทองที่เขารักนักหนา
แต่ทว่า... ความเงียบงันในห้องของเธอกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ดังขึ้นหน้าประตูห้องพักส่วนตัว ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกเก่าแก่ย่านชานเมือง เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้นอย่างเยือกเย็นและทรงอำนาจ ไม่ใช่เสียงของตำรวจหรือผู้สื่อข่าว แต่เป็นเสียงที่เธอจำได้ดีแม้จะไม่ได้ยินมานานแสนนาน
รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและระแวดระวัง เธอก้าวเข้าไปใกล้ประตูกระAจกฝ้า ก่อนจะบิดลูกบิดเปิดออกช้าๆ
ภาพเบื้องสายตาคือร่างสูงโปรดของอาคเนย์ ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงที่ยับย่นเล็กน้อยจากการเดินทางอย่างเร่งรีบ ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องมองทะลุเข้ามาในดวงตาของเธอ เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นน่าขนลุก
"เก่งมาก... รินรดา" อาคเนย์เอ่ยเสียงกระซิบพร่าข้างหู ขณะที่เขาก้าวล้ำเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ พร้อมกับเสียงปิดประตูลงอย่างสนิท "เธอคิดจริงๆ หรือว่าการล้มช้างด้วยเข็มเล่มเดียว จะทำให้ฉันลุกขึ้นมาสู้ต่อไม่ได้?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดิ่งลึกไปกับเกมแห่งการแก้แค้นครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
มหาเศรษฐีไร้ใจกับนักวิจารณ์ไร้ชื่อ•ตอนที่ 1
บทความชิ้นแรกที่เปลี่ยนโลก
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาเศรษฐีไร้ใจกับนักวิจารณ์ไร้ชื่อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
