กลิ่นอายความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในห้องซ้อมกีฬา VIP ไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความร้อนระอุที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนสองคนลงได้เลยแม้แต่น้อย
"ไปกันเถอะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างใบหูเมื่อครู่ ยังคงวนเวียนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของริน สัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอยังทิ้งร่องรอยความสั่นสะเทือนไว้บนผิวเนื้อราวกับถูกประทับตรา รินยืนนิ่งค้างอยู่ชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลคำพูดและวาทศิลป์ได้อย่างรวดเร็วในฐานะเด็กนิเทศฯ กลับชัตดาวน์ลงอย่างกะทันหัน ปล่อยให้หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาด้านนอก
กันต์ไม่ได้รอให้รินได้ตั้งสติ มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการจับลูกบาสมาอย่างยาวนานเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวไว้ด้วยน้ำหนักที่พอเหมาะพึงควร ก่อนจะออกแรงจูงให้ก้าวเดินตามออกไปจากมุมอับสายตาหลังอัฒจันทร์
แม้ภายนอกกัปตันทีมบาสมหาลัยผู้นี้จะรักษามาดนิ่งขรึมและระเบียบวินัยอันเคร่งครัดไว้ได้ราวกับหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก แต่รินที่ถูกลากจูงมาด้วยกันกลับสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่ฝ่ามืออีกฝ่าย รวมถึงจังหวะการก้าวเดินที่เร็วกว่าปกติเล็กน้อย ซึ่งนั่นเป็นหลักฐานชิ้นดีว่า... กันต์เองก็ไม่ได้นิ่งสงบอย่างที่พยายามแสดงออกเลย
ภายใต้แสงไฟนีออนสลัวของทางเดินเชื่อมไปยังลานจอดรถ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงฝีเท้าของทั้งคู่ที่ก้าวสลับกันไปมา ทว่าความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยมวลอารมณ์บางอย่างที่พุ่งพล่านและพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
"ปล่อยผมได้แล้วมั้งครับ กัปตันกันต์" รินเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงพยายามดัดให้ราบเรียบและติดจะกวนประสาทตามนิสัยเดิม เพื่อกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอก "เดินมาไกลขนาดนี้แล้ว กลัวผมหนีหายไปไหนหรือไงครับ หรือว่าติดใจบรรยากาศหลังอัฒจันทร์เมื่อกี้กันแน่"
กันต์หยุดเดินกะทันหัน จนรินที่เดินตามหลังมาติดๆ เกือบจะพุ่งชนแผ่นหลังกว้างเข้าให้อย่างจัง รินชะงัก รีบถอยหลังเว้นระยะห่างหนึ่งก้าว แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว กันต์ก็หันขวับกลับมา ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวจนรินต้องเอนหลังพิงกับกำแพงปูนเปลือยของตึกคณะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดวงตาคมกริบของกัปตันทีมบาสจ้องมองลงมานิ่งสนิท แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการหยอกเย้า แต่มันลึกล้ำและจริงจังจนรินเผลอกลั้นหายใจ
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ" กันต์เอ่ยเสียงพร่า มือข้างหนึ่งยกขึ้นวางค้ำยันกำแพงเหนือหัวของรินไว้ เป็นการกักตัวคนตรงหน้าให้อยู่ในอาณาเขตของตัวเองอย่างเบ็ดเสร็จ "คิดว่าผมลากคุณออกมาเพราะกลัวคุณหนีอย่างนั้นเหรอครับ... ริน"
"แล้ว... แล้วคุณลากผมออกมาทำไมล่ะครับ" รินเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่พยายามจะค้นลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ พยายามอย่างยิ่งที่จะควบคุมเสียงไม่ให้สั่น "งานเลี้ยงรุ่นอะไรนั่นก็ยังไม่ทันจบดี คุณมีสิทธิ์อะไรมาลากตัวนักศึกษาคณะอื่นออกมากลางดึกแบบนี้"
"สิทธิ์ในฐานะติวเตอร์จำเป็น... หรือสิทธิ์ในฐานะอะไรดีครับที่คุณอยากได้ยิน"
ประโยคคำถามนั้นทำเอาคนฟังถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง รินหันกลับมาจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง เม้มริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ พยายามงัดเอาความกวนประสาททั้งหมดที่มีมาสู้สายตานั้น "พูดจาอะไรไม่เข้าท่า ระวังตัวไว้บ้างนะครับกัปตัน ถ้ามีใครมาเห็นเข้าแล้วเข้าใจผิดขึ้นมา ผมไม่รับ The Consequence นะครับ"
"เข้าใจผิด?" กันต์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอต่ำทุ้งดังขึ้นแผ่วเบา รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีนั้นทรงพลังเสียจนรินรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวพุ่งสูงขึ้นอีกหลายองศา "แล้วคุณกลัวคนอื่นเข้าใจผิดว่าเป็นอะไรล่ะครับ... หรือกลัวว่ามันจะไม่ใช่แค่ความเข้าใจผิดกันแน่"
คำพูดนั้นเฉียบคมราcanคมมีดที่กรีดลงกลางใจ รินอ้าปากจะเถียงกลับแต่ก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอไปเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของกันต์เอื้อมมาแตะเบาๆ ที่ปลายคางบังคับให้เงยหน้าขึ้นรับสายตา
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าและบทสนทนาแว่วดังมาจากมุมเลี้ยวของทางเดินฝั่งตรงข้าม ทำเอาทั้งคู่ต้องชะงัก
"ฉันบอกแล้วไงว่าเมื่อกี้ฉันเห็นจริงๆ เมฆ!" เสียงของนักศึกษาหญิงคนหนึ่งดังแทรกความเงียบขึ้นมา "ตอนที่พวกเราเดินออกมาจากห้องจัดเลี้ยง ฉันเห็นกัปตันกันต์กับเด็กนิเทศฯ คนนั้น... คนที่ชื่อรินน่ะ เดินตามกันออกไปทางนี้ สองต่อสองด้วยนะ ท่าทางสนิทสนมกันเกินกว่าคนรู้จักทั่วไปแน่ๆ"
ชื่อของ "เมฆ" ที่หลุดออกมาจากปากของคนเพิ่งเดินมาถึง ทำให้รินและกันต์ขมวดคิ้วพร้อมกัน
เมฆ... รองกัปตันทีมบาสผู้เป็นทั้งคู่แข่งคนสำคัญในสนามและคอยจ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้กัปตันของกันต์มาโดยตลอด ยืนกอดอกพิงผนังอีกด้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาเรียวรีคู่นั้นกลับฉายแววเจ้าเล่ห์และประกายความสงสัยอย่างปิดไม่มิด
"เธอตาฝาดไปหรือเปล่า เจน" เมฆเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าจ จงใจเปล่งเสียงให้ดังพอที่จะทะลุผ่านความมืดมาถึงจุดที่กันต์และรินยืนอยู่ "กัปตันกันต์ของเราออกจะเคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบและภาพลักษณ์จะตายไป จะไปทำอะไรลับตาคนกับเด็กคณะอื่นแบบนั้นได้ยังไง... จริงไหมครับกัปตัน?"
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นเย็นเฉียบลงในพริบตา
รินเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ หันไปมองหน้ากันต์ที่ตอนนี้ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึง ไร้รอยยิ้มเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนน่ากลัว แต่กันต์ไม่ได้แสดงอาการลนลานแม้แต่น้อย มือที่เคยค้ำยันกำแพงอยู่ค่อยๆ ลดลงมาข้างลำตัวอย่างใจเย็น
ทว่า ก่อนที่กันต์จะทันได้ก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับกลุ่มของเมฆที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มือเรียวของรินกลับเอื้อมไปคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตของกันต์ไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้กันต์ชะงักและก้มลงมอง
รินเงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับส่งสายตาเตือนสติที่ซ่อนความกังวลไว้ลึกๆ
"ถ้าพวกเขาเห็นเราอยู่ด้วยกันตอนนี้... ปัญหาใหญ่แน่ครับ" รินกระซิบเสียงเบารอดไรฟัน
กันต์นิ่งไปชั่วอึดใจ นัยน์ตาสดใสสะท้อนภาพใบหน้าของรินที่กำลังเคร่งเครียด ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่นكتเกรงกลัวต่อสถานการณ์ตรงหน้า
"ปล่อยให้พวกเขาเห็นสครับ..." กันต์กระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทำเอารินใจหายวาบ "บางที... ผมอาจจะเบื่อเต็มทีแล้วก็ได้ที่จะต้องหลบๆ ซ่อนๆ สายตาใครต่อใคร"
สิ้นเสียงทุ้มต่ำนั้น กันต์ไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี แต่กลับเอื้อมมือมาโอบรอบเอวบางของรินไว้ด้วยความรวดเร็ว แล้วดึงรั้งเข้ามาแนบชิดกับแผ่นอกกว้างในจังหวะเดียวกับที่เงาของเมฆและเพื่อนร่วมทีมปรากฏขึ้นตรงมุมทางเดินพอดีเป๊ะ!
ดวงตาสีเข้มของเมฆที่ก้าวออกมาถึงจุดเกิดเหตุเป็นคนแรก กวาดสายตามาพบกับภาพตรงหน้าเข้าอย่างจัง รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของรองกัปตันทีมค้างเติ่งไปในทันที เมื่อเห็นภาพกัปตันผู้แสนเคร่งขรึมกำลังโอบกอดนักศึกษาหนุ่มตัวแสบแห่งคณะนิเทศฯ ไว้ในอ้อมแขนอย่างแนบแน่น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ!
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเติมกำลังใจให้กันนะครับ!
เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง•ตอนที่ 12
สายตาที่จับจ้อง
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!