กระบี่วิปลาสประจันหน้าเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 19

ลึกถึงก้นบึ้งหัวใจ

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โลหิตสีดำข้นคลั่กหยดติ๋ๆ ลงบนพื้นน้ำแข็งสีคราม เกิดเป็นเสียง 'ฉี่' เบาๆ ยามที่ความร้อนจากพิษร้ายกัดกร่อนผืนปฐพีจนเกิดเป็นไอสีม่วงพวยพุ่ง "เจ้ามันดื้อรั้นเสียยิ่งกว่าเต่าร้อยปี... มู่หรงเสวี่ย หากเจ้ายังดึงดันจะโคจรพลังด้วยวิธีนั้น เก้าชีพจรเหมันต์ของเจ้าคงได้แตกดับสลายกลายเป็นผุยผงก่อนที่เงาหัวของเจ้าจะได้เห็นไอ้พยัคฆ์ทมิฬนั่นเสียอีก!" เสียงสบถอย่างหัวเสียดังขึ้นท่ามกลางหุบเหวมรณะที่ถูกโอบล้อมด้วยพายุหิมะคำราม เยี่ยเฟิงทรุดกายลงข้างร่างของหญิงสาว ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ปักค้ำยันพื้นดินไว้เพื่อพยุงน้ำหนักตัวที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเทพธิดาแห่งตำหนักเหมันต์บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงฉานตัดกับเกล็ดน้ำแข็งระยิบระยับ ราวกับดอกเหมันต์ที่เบ่งบานท่ามกลางทุ่งสังหาร มู่หรงเสวี่ยเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ดวงตาคู่งามที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีสั่นระริกเล็กน้อย นางพยายามฝืนยกร่างขึ้นเพื่อโคจรวิถีปราณเซียน แต่กระดูกซี่โครงที่หักรบกวนการไหลเวียนของลมปราณ ทำให้โลหิตคำโตทะลักออกจากมุมปากของนางทันที "นี่คือวิถี... ของตำหนักเหมันต์..." น้ำเสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือ ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งจองหองดังเช่นวันวาน "ข้า... ข้ามิอาจปล่อยให้วิชาบรรพชนต้องแปดเปื้อนด้วยน้ำมือของมารร้าย..." "วิชาบ้าบอคอแตกอะไรกัน ถ้าร่างกายเจ้าแหลกสละไป ต่อให้ตำหนักเหมันต์เหลือเพียงซากปรักหักพังแล้วมันจะมีประโยชน์อันใด!" เยี่ยเฟิงตวาดกร้าวด้วยความโมโหระคนห่วงใย มือหนาหยาบกร้านจากการผ่านศึกนับร้อยเอื้อมไปกุมข้อมือเรียวบางของนางไว้เพื่อถ่าย "เจ้า... เจ้าทำบ้าอะไร..." มู่หรงเสวี่ยสะดุ้งเฮือกยามที่กระแสปราณอัคคีอันร้อนแรงและดุดันของชายหนุ่มไหลทะลักเข้าสู่จุดชีพจรของนาง ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านเข้ากดจุดระงับพิษร้ายอย่างแม่นยำ แต่นั่นหมายความว่าเยี่ยเฟิงต้องแบกรับพิษโลหิตอสูรของพยัคฆ์ทมิฬไว้ที่ร่างตนเองแทน "ข้ากำลังช่วยชีวิตคนโง่เง่าคนหนึ่งอยู่... อย่านิ่งนอนใจนักเล่า ยัยตัวแสบ" เยี่ยเฟิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ทั้งที่ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงเพราะพิษร้ายเริ่มลามเข้าสู่หัวใจ ปราณกระบี่ในกายปั่นป่วนจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ในความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหนาวหวีดหิว ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ ท่ามกลางซากปรักหักพังและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมองบุรุษผู้ยืนหยัดปกป้องนางด้วยชีวิต แววตาของเทพธิดาผู้ปิดกั้นหัวใจมาตลอดกาล บัดนี้กลับไหววับราวกับผิวน้ำในยามพายุสงบ นางไม่เคยเข้าใจคำว่า 'สหายร่วมเป็นร่วมตาย' จนกระทั่งวันนี้ วันที่กระบี่วิปลาสของชายผู้นี้แผ้วถางเส้นทางนรกเพื่อดึงนางกลับมาจากเงื้อมมือมัจจุราช "เยี่ยเฟิง..." นางเอמהชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว "เหตุใด... เจ้าจึงต้องทำถึงเพียงนี้? ข้าเป็นเพียงคนเย็นชาที่ผลักไสเจ้ามาโดยตลอด..." เยี่ยเฟิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่ทอดมองลงไปยังดวงพักตร์ที่เต็มไปด้วยคราบเขม่าและหยาดเหงื่อ เขาแย้มยิ้มออกมา รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความทะนงตนและความอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความดิบเถื่อน "เพราะในยุทธภพอันกว้างใหญ่นี้ ข้าพบคนน่ารำคาญเช่นเจ้าน้อยเต็มที หากเจ้าตายไปแล้วใครจะคอยทำหน้าบึ้งใส่เวลาข้าพูดจากวนประสาทเล่า?" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังจนน่าใจหาย "อีกอย่าง... วิถีกระบี่ของข้าสอนให้ปกป้องสิ่งที่สมควรปกป้อง และในวินาทีนี้ ไม่มีสิ่งใดในใต้หล้าที่ข้าอยากปกป้องมากไปกว่าตัวเจ้าอีกแล้ว" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจของมู่หรงเสวี่ย กำแพงน้ำแข็งพันปีที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความรู้สึกพังทลายลงในพริบตา หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาของเทพธิดาผู้ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ผู้ใด ผสมผสานกับเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมา นางขยับกายเข้าไปใกล้เขาอย่างไร้เรี่ยวแรง ศีรษะทุยซบลงบนลาดไหล่กว้างที่ชุ่มไปด้วยโลหิตของเยี่ยเฟิง กลิ่นอายบุรุษและกลิ่นคาวเลือดผสมปนเปกับกลิ่นหอมเย็นของดอกเหมันต์ กลายเป็นพันธะสัญญาเงียบๆ ที่เชื่อมโยงวิญญาณของคนทั้งสองเข้าด้วยกัน ท่ามกลางสมรภูมิที่พร้อมจะพรากชีวิตได้ทุกเมื่อ "หากเราต้องตาย... ที่นี่..." เสียงของมู่หรงเสวี่ยแผ่วเบาราวกับจะปลิวไปกับสายลม "ข้า... จะไม่เสียดายสิ่งใดอีกแล้ว" เยี่ยเฟิงโอบกอดร่างระหงนั้นไว้แน่น มืออีกข้างกระชับด้ามกระบี่ในมือมั่น ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกรอบกายอีกครั้งเพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บและฝูงเงาอสูรที่เริ่มคืบคลานเข้ามาในความมืด ทันใดนั้นเอง... พื้นดินใต้ร่างของทั้งสองก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ! เสียงคำรามกึกก้องที่ดังก้องมาจากก้นบึ้งของหุบเหวไร้ก้น ประหนึ่งเสียงคำรามของปีศาจจากขุมนรกโลกันต์ ทำเอาไอสังหารพวยพุ่งเสียดฟ้า ท้องนภาที่เคยเป็นสีครามกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดในพริบตา! และก่อนที่เยี่ยเฟิงจะทันได้ตั้งตัว เงาร่างมหึมาอันคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่บาดแก้วหู... "ฮ่าๆๆๆ... นึกว่าหนีพ้นรึ เจ้าหนูตระกูลเยี่ย! วันนี้ศิษย์สำนักเซียนกับกระบี่วิปลาสของเจ้า... ต้องสังเวยให้แก่เงื้อมมือของข้า!" --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเซียนอันดุเดือดนี้มาด้วยกันนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประจันหน้าเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%