กระบี่วิปลาสประจันหน้าเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 1

เพลงกระบี่ที่ไร้ที่มา

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"ราคาหินวิญญาณระดับนภาสามหมื่นก้อน... มีผู้ใดกล้าให้สูงกว่านี้อีกหรือไม่?" เสียงประกาศของเฒ่าชราผู้ดำเนินงานประมูลก้องกังวานไปทั่วห้องโถงจัดแสดงสมบัติของ 'หอเมฆาพยัคฆ์' ชั้นที่เก้า บรรยากาศภายในห้องเวลานั้นกดดันจนแทบหยุดหายใจ สายตานับร้อยคู่ต่างทอดมองไปยังกล่องหยกสลักลายมังกรบนแท่นกลางห้อง ด้านในบรรจุโอสถทลายขอบเขตที่เหล่าผู้ฝึกตนต่างหมายปอง แม้แต่ผูอาวุโสจากสำนักใหญ่ทั้งห้ายังต้องขมวดคิ้วแน่นด้วยความลังเล สมบัติระดับนี้หาใช่มีเงินทองแล้วจะหาซื้อได้ ทว่าต้องแลกมาด้วยทรัพยากรที่อาจทำให้ตระกูลใหญ่ล่มสลายได้ในชั่วข้ามคืน "สามหมื่นหพันก้อน" สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อนดังขึ้นจากห้องรับรองพิเศษหมายเลขสาม น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นและแฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันบางเบาจนผู้คนรอบข้างต่างพากันหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง ผู้คนต่างหันไปมองยังทิศทางนั้นด้วยความตื่นตะลึง ทว่าสิ่งที่พวกมันเห็นกลับมีเพียงม่านบังตาโปร่งแสงสีขาวที่สะท้อนเงาร่างอันสง่างามของสตรีผู้หนึ่ง นางนั่งนิ่งราวน้ำแข็งพันปี กลิ่นอายความเย็นเยือกที่แผ่ซ่านออกมาทำให้หยาดเหงื่อของผู้ฝึกตนรอบบริเวณจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งบนผิวหนัง มู่หรงเสวี่ย... เทพธิดาแห่งตำหนักเหมันต์ผู้ปิดกั้นหัวใจตนเองเพื่อฝึกวิชาเซียนขั้นสูงสุด นางปรากฏตัวที่นี่เพื่อโอสถเม็ดนี้จริง ๆ ทว่า ในความเงียบสงบอันน่าอึดอัดนั้น กลับมีเสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวบารมีของนางแม้แต่น้อย "หึๆๆ สตรีเยือกเย็นผู้ไม่เคยชายตามองชายใด ไฉนจึงมาแย่งชิงโอสถระดับต่ำต้อยเช่นนี้เล่า? หรือว่าดวงใจน้ำแข็งพันปีของท่าน เริ่มจะละลายเพราะบุรุษหนุ่มรูปงามคนใดเข้าแล้วกระมัง?" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงทางเดินชั้นล่าง ไม่ใช่ห้องรับรองพิเศษอันทรงเกียรติ ทว่ากลับเป็นที่นั่งของแขกจรทั่วไป เยี่ยเฟิงนั่งไขว่ห้าง มือข้างหนึ่งถือจอกสุราหมักด้วยผลไม้ป่าจากแดนมิคสัญญี ในขณะที่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกวาดมองม่านบังตาของมู่หรงเสวี่ยด้วยแววตาทะนงตนระคนขบขัน ข้างกายของเขาปรากฏร่างของสุนัขจิ้งจอกขนสีเพลิงราวกับเปลวเพลิงบรรพกาล มันหาวหวอดใหญ่ออกมาครั้งหนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงคำรามในลำคอราวกับเยาะเย้ยผู้คนรอบข้าง "เจ้านาย... ข้าว่านางซื้อไปก็เสียเปล่า ฝึกวิชาหัวใจด้านชาเสียจนสมองตีบตัน ใช้โอสถไปก็เปลืองเปล่า สู้เอาหินวิญญาณพวกนั้นมาซื้อเนื้อย่างให้ข้ายังจะคุ้มค่าเสียกว่า" คำพูดของจิ้งจอกอัคคีจอมกวนสร้างความโกลาหลขึ้นในทันที เหล่าผู้ฝึกตนต่างสูดปากด้วยความตกตะลึง กล้าลบหลู่เทพธิดาแห่งตำหนักเหมันต์ต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ รนหาที่ตายชัดๆ! รังสีอำมหิตพุ่งทะลักออกจากห้องรับรองหมายเลขสามในพริบตา ม่านบังตาโปร่งแสงสะบัดไหวตามแรงกดดันของลมปราณระดับปรากฏการณ์สวรรค์ อุณหภูมิภายในรัศมีร้อย丈ลดฮวบลงจนน้ำในจอกสุราของเยี่ยเฟิงแข็งตัวเป็นน้ำแข็งในชั่วลมหายใจ "หากเจ้ายังพูดจาไร้สาระอีกคำเดียว... กระบี่ในมือข้าจักไม่ไว้หน้าผู้ใด" เสียงของมู่หรงเสวี่ยเยียบเย็นยิ่งกว่าหิมะในหุบเขาไร้รัก นางไม่แม้แต่จะชายตามองผู้ใด ทว่าจิตสังหารที่พุ่งตรงมายังเยี่ยเฟิงนั้นคมกริบราวน้ำแข็งพันเล่มพุ่งเข้าใส่ เยี่ยเฟิงเพียงแค่ยกยมุมปากรอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาไม่ได้ชักกระบี่ออก ใช้นิ้วมือเคาะลงบนโต๊ะไม้เบาๆ สามครั้ง จิตปราณอันดุดันที่กดทับลงมากลับสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับสายลมที่พัดผ่านยอดเขา "กระบี่ของเจ้ามีไว้สังหารศัตรู... มิใช่มีไว้ขู่ขวัญสหายร่วมทาง มู่หรงเสวี่ย ดูเหมือนว่าวิชาเซียนของเจ้าจะทำให้เจ้าลืมวิธีสนทนากับมนุษย์ไปเสียแล้วกระมัง" เยี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ ทว่าแฝงไว้ด้วยความท้าทายที่ทำให้นางเซียนผู้เย็นชาต้องขมวดคิ้วมุ่นเป็นครั้งแรก บรรยากาศในงานประมูลตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด เฒ่าชราผู้ดำเนินงานเหงื่อกาฬแตกพลั่ก ไม่คาดคิดว่าการประมูลสมบัติเซียนในวันนี้จะดึงดูดทั้งเทพธิดาน้ำแข็งและจอมกระบี่ไร้ลักษณ์ผู้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วทั้งยุทธภพมารวมตัวกันได้ ทว่า ก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างคนทั้งสองจะได้ลุกลามไปมากกว่านั้น แผ่นดินใต้ฝ่าเท้าก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับภูเขาไฟระเบิด เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นประสาทผู้คนนับพันดังขึ้นจากเบื้องล่างของหอเมฆาพยัคฆ์ ปราณสีดำสนิททะลักทลายขึ้นจากพื้นดิน กลืนกินแสงสว่างภายในห้องโถงจนมืดมิดในพริบตา ออร่าแห่งความตายแผ่ซ่านเข้าปกคลุม ทุกสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ผนึกบรรพกาล... ถูกทำลายแล้ว! เยี่ยเฟิงผุดลุกขึ้นยืนในทันที ร่างกายของเขาตื่นตัวเต็มที่ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังพื้นเบื้องล่างที่กำลังแยกออกเป็นเสี่ยงๆ ในขณะที่มู่หรงเสวี่ยก้าวออกมาจากม่านบังตา ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ กระบี่เซียนในฝักสั่นระริกส่งเสียงร้องคำรามรับภัยพิบัติ และท่ามกลางความโกลาหลและเศษซากหินที่ถล่มลงมา เงาร่างขนาดมหึมาของอสูรชั่วร้ายตนหนึ่งก็ก้าวขึ้นมาจากขุมนรกเบื้องล่าง ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองขึ้นมายังผู้คนในงานประมูลด้วยความกระหายเลือด... พยัคฆ์ทมิฬปรากฏตัวแล้ว! ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา -
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประจันหน้าเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%