“ถอยไปค่ะ… คุณกรณ์”
เสียงของพิมพ์ชนกไม่ได้ดัง แต่เฉียบขาดราวกับใบมีดน้ำแข็งที่กรีดผ่านอากาศในห้องนั่งเล่น รินลดายืนพิงเคาน์เตอร์ครัว มือเรียวบีบแก้วกาแฟเซรามิกจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมจับจ้องร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบที่ยืนขวางทางเดินอยู่กลางห้อง กรณ์… แฟนเก่าผู้เคยทิ้งบาดแผลลึกไว้ในใจของพิมพ์ชนกเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้เขากลับมายืนยิ้มละไมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ท่าทีคุกคามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความสุภาพจอมปลอมนั้นทำเอารินลดาต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก
“พี่แค่แวะมาเยี่ยมพิมพ์… ในฐานะเพื่อนเก่าเองนะ” กรณ์เอ่ยเสียงนุ่ม ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องชุดหรูหราที่เขาจำได้ดีว่ามันคือพื้นที่ส่วนตัวของหญิงสาว “ไม่คิดเลยว่าพิมพ์จะยอมให้คนอื่น… มาใช้พื้นที่ส่วนตัวร่วมด้วยง่ายๆ แบบนี้”
สายตาทรงเสน่ห์แบบเจ้าเล่ห์ของเขาเหลือบมองมาที่รินลดาเล็กน้อย เป็นการมองที่เต็มไปด้วยการประเมินค่าและความเย้ยหยันในที รินลดาแค่นเสียงในลำคอเบาๆ วางแก้วลงบนเคาน์เตอร์ด้วยจังหวะที่จงใจให้เกิดเสียงกระทบดังพอสมควรเพื่อเรียกความสนใจ ก่อนจะสาวเท้าก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่เคลือบอยู่บนริมฝีปาก
“ถ้าหมายถึงฉัน… กรุณาใช้คำว่า ‘เจ้าของร่วม’ จะถูกต้องกว่านะคะ คุณกรณ์” รินลดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววพยศท้าทายอย่างชัดเจน “อีกอย่าง… พื้นที่ตรงนี้มัน ‘เฉพาะกลุ่ม’ ค่ะ คนนอกที่มารบกวนเวลาส่วนตัวอย่างไร้มารยาท เขาไม่เรียกว่าเพื่อนเก่าหรอกนะคะ… เขานิติกรรมอำพรางเรียกว่า ‘บุคคลไม่พึงประสงค์’ ต่างหาก”
พิมพ์ชนกหันมามองหน้ารินลดาแวบหนึ่ง แววตานิ่งสนิทคู่นั้นไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นความปกป้องที่แสดงออกมาอย่างไม่ปิดบังของคนตัวเล็ก แม้ภายนอกพี่สาวคนโปรดจะดูเยือกเย็นและเก่งกาจในการรับมือกับปัญหาเรื่องงานสถาปัตย์ แต่กับอดีตที่เคยกัดกินความรู้สึก… พิมพ์ชนกยอมรับกับตัวเองว่า เธอยังคงมีความเปราะบางซ่อนอยู่ลึกๆ
“ริน…” พิมพ์ชนกเอ่ยปรามเสียงเบา มือเรียวเอื้อมไปดึงชายเสื้อของรินลดาไว้เล็กน้อย เป็นสัญญาณเตือนว่าไม่อยากให้ต่อความยาวสาวความยืดกับคนประเภทนี้ แต่สำหรับรินลดาแล้ว… ภาพที่กรณ์ยืนประชิดตัวพิมพ์ชนกเมื่อครู่ยังคงติดตา และความรู้สึกไม่มั่นคงบางอย่างก็กำลังกัดเซาะหัวใจเธออย่างเงียบๆ
รินลดาไม่ได้ถอยหลังกลับ เธอกลับก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างพิมพ์ชนก จนไหล่บางเบียดชิดกันอย่างตั้งใจ เป็นการประกาศอาณาเขตและแสดงความเป็นเจ้าของโดยปริยาย สายตาดุดันจ้องตรงไปยังชายหนุ่มที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้อง
“พี่พิมพ์เป็นคนใจดีค่ะ… แต่ความใจดีของพี่พิมพ์มักจะมีไว้ให้คนที่มีมารยาทพอ” รินลดาเชิดคางขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ “ถ้าคุณกรณ์ยังมีธุระเรื่องงาน ก็เชิญติดต่อผ่านช่องทางบริษัทนะคะ แต่ถ้ามาเรื่องส่วนตัว… เกรงว่าคุณจะมาเสียเที่ยวค่ะ เพราะที่นี่ไม่มีพื้นที่เหลือให้คนใจร้ายใจดำอีกแล้ว”
กรณ์หรี่ตาลง รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวเป็นความไม่พอใจ เขารู้จักพิมพ์ชนกดีว่าเธอเป็นคนนิ่งและรักษามารยาทแค่ไหน แต่เด็กสาวปากเก่งคนนี้กลับกล้าต่อปากต่อคำและไล่เขาออกอย่างไม่ไว้หน้า
“พี่ไม่ได้มาคุยกับเด็กอมมืออย่างน้องหรอกนะพิมพ์” กรณ์หันไปสบตาพิมพ์ชนก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นตัดพ้อแกมบังคับ “พิมพ์ก็รู้ว่าที่เราเคยเลิกกันมันเป็นเพราะความเข้าใจผิด… พี่กลับมาคราวนี้ เพื่อจะแก้ไขทุกอย่างให้มันถูกต้อง เราเริ่มต้นกันใหม่ไม่ได้เหรอพิมพ์? ที่ผ่านมา… ไม่มีใครแทนที่พิมพ์ในใจพี่ได้เลยสักคน”
คำพูดหวานเลี่ยนที่แฝงไปด้วยความเห็นแก่ตัวนั้น ทำเอารินลดาอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ให้กับความหน้าด้านหน้าทนของผู้ชายคนนี้ รินลดาเหลือบมองปฏิกิริยาของพิมพ์ชนกทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความกังวล แม้เธอจะเชื่อมั่นในความสัมพันธ์ของเรา แต่เงาอดีตที่เคยผูกพันกันมาหลายปีไม่ใช่สิ่งที่ลบเลือนได้ในพริบตา ความเงียบที่ทอดตัวยาวนานจากปากของพิมพ์ชนก ยิ่งทำให้รินลคารู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ
รินลดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกไม่มั่นคงที่แปลกประหลาดวิ่งพล่านไปทั่วร่าง เธอไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย… ความรู้สึกที่ต้องมายืนลุ้นว่าคนข้างๆ จะใจอ่อนให้กับอดีตที่เคยมีความหมายหรือไม่
“จบหรือยังคะ?” พิมพ์ชนกเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเธอกลับมาเรียบสนิทไร้คลื่นอารมณ์อีกครั้ง แต่นัยน์ตาคู่สวยนั้นกลับเย็นชาเสียจนกรณ์ต้องชะงัก “ถ้าพูดจบแล้ว… กรุณาก้าวเท้าออกไปจากห้องของฉันด้วยค่ะกรณ์”
“พิมพ์…”
“อย่าทำให้ฉันต้องเกลียดคุณไปมากกว่านี้เลยค่ะ” พิมพ์ชนกตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในตาของอดีตคนรัก “เรื่องของเรามันจบไปนานแล้ว ตั้งแต่วันที่คุณเลือกเดินหันหลังให้ฉัน… และตอนนี้ พื้นที่ในชีวิตของฉันมันเต็มแล้วค่ะ ไม่มีที่ว่างให้คนทรยศกลับเข้ามาเหยียบซ้ำหรอกนะ”
คำว่า ‘เต็มแล้ว’ และสายตาที่พิมพ์ชนกหันมามองรินลดาด้วยความอ่อนโยนในเสี้ยววินาทีนั้น ทำให้หัวใจที่กำลังแกว่งไกวของรินลดาคลายความอึดอัดลงไปได้บ้าง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหล뢰เข้าสู่กลางอกเมื่อรู้ว่าตำแหน่งในใจของสถาปัตย์สาวคนนี้มีใครบางคนจองไว้จนแน่นหนาแล้ว
กรณ์ขบกรามแน่นด้วยความขัดใจ สายตาคมกริบมองรินลดาด้วยความชิงชังก่อนจะหันมามองพิมพ์ชนกเป็นครั้งสุดท้าย “พิมพ์จะเสียใจ… ที่เลือกเด็กนี่แทนที่จะเป็นพี่”
ปัง!
เสียงประตูปิดลงอย่างแรงตามแรงผลักของร่างสูงที่ยอมเดินออกไปตามคำไล่ ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องชุดอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับยังคงหลงเหลือความตึงเครียดจางๆ ลอยเคคว้างอยู่ในอากาศ รินลดาถอนหายใจยาวเหยียด ปล่อยลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาพรวดใหญ่ เธอหันหลังจะเดินกลับไปที่ครัวเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ทว่า…
หมับ!
ข้อมือเรียวถูกคว้าไว้ด้วยมืออุ่นจัดของพิมพ์ชนก รินลดาชะงัก หันกลับมามองด้วยความประหลาดใจ ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้ไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป หากแต่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและร้อนรุ่มเกินกว่าจะห้ามไหว
“หึงเหรอคะเด็กดื้อ?” พิมพ์ชนกเอ่ยถามเสียงแผ่ว ใบหน้าสวยคมโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในระยะประชิด
“ใครหึงกันคะ!” รินลดาปฏิเสธเสียงแข็ง รีบเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะ “ฉันแค่รำคาญคนมารยาททรามต่างหากเล่า ปล่อยเลยนะ…”
“ปากแข็งจริงนะคะ” พิมพ์ชนกกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือรอยยิ้มเอ็นดูที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น มือเรียวเปลี่ยนจากการจับข้อมือมาเป็นโอบเอวบางเข้าหาตัวอย่างถือวิสาสะ “เมื่อกี้ใครนะบอกว่าเป็น ‘เจ้าของร่วม’ หื้ม? จำคำพูดตัวเองไม่ได้แล้วเหรอคะ…”
รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อวงแขนแข็งแรงของสถาปัตย์สาวรั้งเธอเข้าไปแนบชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ความหวาดหวั่นจากเงาอดีตเมื่อครู่วันนี้ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่กำลังแผดเผาหัวใจจนปั่นป่วนไปหมด
“ก็… ก็พูดความจริง” รินลดาพยายามทำเสียงให้แข็งที่สุด แม้แก้มเนียนจะขึ้นสีแดงระเรื่อฟ้องความเขินอายอย่างปิดไม่มิด “ถ้าพี่พิมพ์ใจอ่อนขึ้นมาจริงๆ ฉันจะได้เตรียมเก็บกระเป๋าไงคะ…”
พิมพ์ชนกหยุดการเคลื่อนไหว ดวงตาสีเข้มทอประกายจริงจังขึ้นมาทันที นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มใสของรินลดาอย่างเบามือสัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้หัวใจของคนตัวเล็กกระตุกวูบ
“ไม่มีวันนั้นหรอกค่ะริน…” พิมพ์ชนกกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากนุ่มหยุ่นขยับเข้าไปใกล้จนชิดกลีบปากอิ่มของรินลดา “เพราะหัวใจของพี่… ตอนนี้มีเจ้าของตัวจริงจับจองไว้จนแน่นหนา และไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนแย่งคืนไปได้เด็ดขาด…”
คำพูดหวานล้ำที่มาพร้อมกับสัมผัสอุ่นที่ทาบทับลงมาบนริมฝีปากอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน ทำเอารินลดาแทบหลอมละลายคาอ้อมอก เรียวปากอิ่มเผยอรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยความโหยหาและหวงแหนอย่างลืมตัว สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากกลิ่นหอมเฉพาะตัวของพิมพ์ชนกที่โอบล้อมอยู่รอบกาย
ทว่า… ในวินาทีที่เคมีและความฟินกำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นขัดจังหวะความหวานอย่างไม่รู้กาลเทศะ!
*กริ่งงงง!*
รินลัตาสดุ้งสุดตัว รีบดันอกพิมพ์ชนกให้ออกห่างด้วยความตกใจ ขณะที่สถาปัตย์สาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด พิมพ์ชนกหันไปมองหน้าประตูด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ รินลดาจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะเดินไปส่องช่องมองแมวที่ประตูด้วยความระแวง
ทว่า… ภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ตาแคบๆ กลับทำให้ลมหายใจของรินลดาต้องสะดุดกึก ใบหน้าหวานถอดสีลงทันทีด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด!
หญิงสาวแปลกหน้าในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่คุ้นเคยจากภาพถ่ายในอดีต… กำลังยืนส่งยิ้มเย็นเยียบอยู่หน้าห้อง พร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่วางอยู่ข้างตัว!
“พี่พิมพ์…” รินลดาหันกลับมามองรูมเมต์สาวด้วยแววตาที่สั่นระริก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม “คนข้างนอกนั้น… คือ ‘แพรว’ แฟนเก่าอีกคนของพี่… ที่เคยหายตัวไปไม่ใช่เหรอคะ?!”
พิมพ์ชนกชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที!
——————————
คุยกับดอกเดซี่ริมทาง: บทนี้แซ่บพริกสิบเม็ดและชวนลุ้นจนใจหายใจคว่ำเลยใช่ไหมคะ รินลดาของเราสู้ชีวิตมากแต่เจอศึกหนักสองเด้งแบบนี้ ต้องมาเอาใจช่วยยัยตัวแสบกับพี่พิมพ์กันต่อในตอนหน้านะคะ! อย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เดซี่ด้วยนะคะ รักรี้ดทุกคนค่ะ!
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 33
เงาอดีต
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!