“หากวินาทีนี้คือหมากรุกกระดานสุดท้าย ผมก็ไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะ แต่มันต้องเป็นการรุกฆาตที่ทำให้กระดานพังทลายลงไปพร้อมกับความหวังของพวกมันด้วย”
คริสวางแก้วกาแฟดำที่เริ่มเย็นชืดลงบนโต๊ะทำงานที่ทำจากไม้โอ๊คเนื้อแข็ง เสียงกระทบกันของแก้วแก้วและพื้นโต๊ะดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องบัญชาการระดับสูงของกิลด์เงา เขาไม่ได้มองหน้าลูน่า สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่โฮโลแกรมแผนที่โลกที่แสดงจุดสีแดงนับหมื่นจุด ซึ่งเป็นพิกัดรอยแยกมิติที่กำลังสั่นคลอนทั่วทุกมุมโลก
ลูน่าขยับนิ้วพิมพ์รัวเร็วบนคีย์บอร์ดเสมือน แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาที่คมกริบของเธอ “ท่านครับ ระบบป้องกันชั้นที่สี่ของเอเชียตะวันออกถูกเจาะแล้ว กลุ่มอำนาจท้องถิ่นในเขตนั้นเริ่มถอดใจ พวกเขาเสนอตัวจะส่งทรัพยากรทั้งหมดให้กิลด์เงาเพื่อแลกกับการปกป้อง... แต่เงื่อนไขของพวกเขาคือการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบผูกขาดทรัพยากรที่เราถือครองอยู่”
คริสแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความเมตตา แต่มันคือความเยือกเย็นของผู้ที่มองเห็นไพ่ในมือของคู่ต่อสู้จนหมดสิ้น “พวกเขายังไม่เข้าใจสถานการณ์สินะ ลูน่า พวกเขาคิดว่านี่คือการเจรจาต่อรองธุรกิจ แต่ความเป็นจริงคือพวกเขากำลังขอเศษอาหารจากมือของผู้ที่จะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของมนุษยชาติ”
เขาหันกลับมา มือประสานกันไว้ที่ใต้คาง ท่าทางที่ดูสุขุมนิ่งลึกราวกับมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง “บอกพวกนั้นไปว่า กิลด์เงาไม่รับสมัครผู้โดยสารที่ไร้ประโยชน์ ถ้าอยากรอด ก็แค่ส่งทรัพยากรทั้งหมดมาโดยไม่มีข้อแม้ หากใครขัดขืน... ให้โอนถ่ายข้อมูลการเงินและอำนาจการบริหารค่ายกักกันของพวกมันเข้าสู่ระบบของเราโดยตรง ผมต้องการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จก่อนที่รอยแยกใหญ่จะเปิดออกในอีกเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้า”
“นั่นเท่ากับว่าเรากำลังประกาศสงครามกับกลุ่มพันธมิตรผู้กล้าเดิมอย่างเป็นทางการเลยนะคะ... เอ้ย ขออภัยครับ ท่านครับ” ลูน่าชะงักเล็กน้อยก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ “ผลกระทบที่จะตามมาคือการต่อต้านจากภายในกิลด์ย่อยอื่นๆ อาจจะรุนแรงกว่าการรับมือกับมอนสเตอร์เสียอีก”
คริสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาทอดยาวทับบนแผนที่โลก “ลูน่า ความอ่อนแอคือบาปที่ร้ายแรงที่สุดในยุคสมัยนี้ เราไม่ใช่ผู้กอบกู้ เราคือผู้สร้างระบบใหม่ หากใครไม่ยอมรับกฎของระบบที่ผมสร้างขึ้น พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับอากาศหายใจในโลกที่ผมเป็นผู้รักษา”
เขาก้าวเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นกองทัพโดรนและยูนิตป้องกันอัตโนมัติของกิลด์เงากำลังเคลื่อนที่อย่างเป็นระบบรอบฐานทัพหลัก ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างแม่นยำ ทุกวินาทีคือทรัพยากร ทุกการเคลื่อนไหวคือความตายสำหรับศัตรู นี่คือเครื่องจักรสงครามที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา
“รวบรวมพลังงานทั้งหมดจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่เรายึดมาได้ เชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายป้องกันดาวเทียม 'วาลคิรี' ผมต้องการให้แน่ใจว่า เมื่อถึงเวลาที่รอยแยกเปิดออก จะไม่มีศัตรูตัวใดหลุดพ้นจากรัศมีสังหารของกิลด์เงาไปได้แม้แต่ตนเดียว”
“รับทราบค่ะ... ครับท่าน” ลูน่าตอบรับด้วยความกระตือรือร้น เธอกดคำสั่งชุดสุดท้าย ข้อมูลมหาศาลพุ่งไหลผ่านระบบเครือข่ายเสมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงหัวใจของกิลด์เงา ตอนนี้กิลด์เงาไม่ใช่แค่กิลด์ แต่คือ 'รัฐบาลเงา' ที่ควบคุมความอยู่รอดของมนุษย์ทั้งโลกผ่านเทคโนโลยีและพละกำลังที่เหนือกว่า
ในขณะที่การระดมทรัพยากรดำเนินไปอย่างเข้มข้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังขึ้นในห้องควบคุม แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องไปทั่วบริเวณ หน้าจอโฮโลแกรมหลักของลูน่ากระพริบถี่ๆ ก่อนจะปรากฏภาพของบุคคลที่ไม่คาดคิด
“ท่านคริส... มีบางอย่างผิดปกติที่ศูนย์ข้อมูลหลักในเขตปลอดทหาร” ลูน่าหน้าถอดสี “สัญญาณชีวิตที่นั่นแสดงผลว่า 'ไม่มีอยู่จริง' แต่ระบบการป้องกันของเรากลับถูกแฮ็กจากภายในโดยใช้รหัสผ่านระดับสูงสุด... รหัสที่คุณเป็นคนตั้งไว้เพียงคนเดียวเท่านั้น”
คริสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มหรี่ลง เขามองภาพในจอที่ปรากฏร่างของชายคนหนึ่งที่กำลังเดินผ่านประตูนิรภัยเข้ามา เขาคนนั้นสวมเครื่องแบบกิลด์เงาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้คริสต้องกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมา คือใบหน้าที่ชายคนนั้นซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากเหล็กกล้า
ชายปริศนาคนนั้นหยุดเดินที่หน้ากล้องวงจรปิด เขาค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้คริสถึงกับนิ่งงัน... เพราะใบหน้านั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวเขาเองในอีกห้วงเวลาหนึ่ง หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เขาเกลียดชังที่สุดที่ถูกสร้างขึ้นมาเลียนแบบเขา
“ยินดีที่ได้พบกันนะ คริส” เสียงที่ลอดออกมาจากลำโพงนั้นแหบพร่าและเย็นชาจนน่าขนลุก “หวังว่าการเตรียมพร้อมที่นายพยายามสร้างมาตลอดชีวิต จะเพียงพอที่จะปกป้องนายจาก... สิ่งที่นายกำลังจะกลายเป็น”
มือของคริสเอื้อมไปหยิบดาบคู่ใจที่วางอยู่ข้างโต๊ะ ความเย็นของเหล็กกล้าทำให้เขากลับมามีสติที่เฉียบคมอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่านี่คือกลลวงของมอนสเตอร์ หรือความผิดพลาดของระบบที่เขาสร้างขึ้นกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัดคือ เกมนี้ไม่ได้มีแค่เขาที่เป็นคนคุมกระดานอีกต่อไปแล้ว
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและเผชิญความกดดันไปพร้อมกับผมในบทนี้ แล้วเรามาพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 42
การเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!