ปลายเข็มเงินที่จุ่มลงไปในถ้วยชาอุ่นระอุแปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำอย่างรวดเร็วดั่งหมึกหยดลงในธารน้ำใส ซูเหม่ยฉีมิได้ตกใจตระหนกจนทำสิ่งใดหลุดมือ นางเพียงแย้มสรวลบางเบาราวกับกำลังทักทายสหายเก่าที่คุ้นเคย กลิ่นหอมหวานปนฉุนกึกของ "บุปผานิจนิรันดร์" ยาพิษโบราณที่ออกฤทธิ์กัดกร่อนอวัยวะภายในอย่างเงียบเชียบ ลอยเตะจมูกนางทันทีที่ฝาถ้วยถูกเปิดออก
นี่มิใช่ครั้งแรกที่ความตายมาเคาะประตูเรือนของนาง ในโลกยุคปัจจุบัน นางคือศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ผ่านสมรภูมิห้องผ่าตัดมานับร้อยนับพันครั้ง ที่ซึ่งความเป็นและความตายคั่นอยู่เพียงปลายมีดสเตนเลส แต่วันนี้ ในร่างของสตรีผู้ถูกตราหน้าว่าไร้ค่าแห่งจวนมหาเสนาบดี ปลายมีดนั้นถูกแทนที่ด้วยเข็มเงินเล่มบาง และเดิมพันของนางมิใช่ลมหายใจของผู้ป่วย หากแต่เป็นบัลลังก์อำนาจและลมหายใจของตัวนางเอง
"พระสนมกุ้ยเฟยช่างโปรดปรานของขวัญชิ้นนี้เสียจริง..." น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางทอดสายตามองไปยังคราบสีดำบนเข็มเงินด้วยแววตาวาวโรจน์ นางตักผงสมุนไพรสีขาวบริสุทธิ์จากถุงผ้าแพรไหมที่ซ่อนไว้ในชายแขนเสื้อ รสชาติขมปร่าของสารละลายถ่านกัมมันต์และเกลือแร่สูตรเร่งด่วนถูกผสมลงในถ้วยชาอีกถ้วยอย่างแม่นยำ ทุกสัดส่วนคำนวณด้วยความแม่นยำระดับมิลลิกรัมราวกับนางกำลังปรุงยาถอนพิษในห้องปฏิบัติการปลอดเชื้อ
ในยุคที่เต็มไปด้วยพิษสงและการแพทย์ที่งมงาย ความรู้ทางวิทยาศาสตร์สมัยใหม่คืออาวุธลับที่คมกริบที่สุด ซูเหม่ยฉีจำต้องกระตุ้นกลไกการขับสารพิษของร่างกายอย่างเร่งด่วน นางฝังเข็มลงบนจุดชีพจรสำคัญสี่จุดบน1แผ่นหลังและลำคอด้วยตนเอง แม้ความเจ็บปวดจะเสียดแทงจนหยาดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้าขาวเนียน แต่นางกลับไม่ส่งเสียงครางแม้แต่ครึ่งคำ ฟันเรียวคมกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ขณะที่สมองอันปราดเปรื่องยังคงประเมินอาการของตนเองอย่างเยือกเย็น
"หากข้าพลาดพลั้งไปแม้แต่วินาทีเดียว เกสรบุปผานิจนิรันดร์คงแผ่ซ่านเข้าสู่หัวใจ และข้าคงกลายเป็นเพียงศพไร้วิญญาณที่ถูกโยนทิ้งอย่างไร้ค่า..." นางพึมพำกับตนเอง ลมหายใจเริ่มกลับมาสม่ำเสมอเมื่อปฏิกิริยาเคมีในร่างกายเริ่มขับพิษร้ายออกทางเหงื่อและลมหายใจ
ขณะที่ซูเหม่ยฉีกลังพยายามควบคุมลมปราณและปรับสภาวะร่างกายให้กลับสู่ปกติ ประตูห้องนอนชั้นในกลับถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง สายลมยามราตรีพัดพาเอาไอเย็นเยือกและกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ เข้ามาพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบราวกับพยัคฆ์ร้ายล่าเหยื่อ
อ๋องจ้านเป่ยเฉิน... แม่ทัพผู้กุมกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬ ผู้ที่ผู้คนต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสภาพที่เหงื่อท่วมกายและถ้วยชาที่มีคราบพิษของซูเหม่ยฉีด้วยประกายตาที่อ่านไม่ออก
"เจ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่... พระชายา" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องราวกับคมดาบที่กรีดผ่านอากาศ
ซูเหม่ยฉีมิได้แสดงอาการหวาดกลัว นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแคว้น รอยยิ้มเย้ายวนแต่ทว่าลึกล้ำปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง
"หม่อมฉันเพียงกำลังดื่มชารสเลิศที่เสด็จพี่ส่งมาให้ลิ้มลอง... เพคะ" นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับเปล่งประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
จ้านเป่ยเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย ก้าวเข้าไปใกล้ร่างระหงที่นั่งอยู่บนตั่งเตียง กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่ซ่าย
ทว่าในจังหวะที่เขายื่นมือมาเช็ดหยาดเหงื่อบนหน้าผากนางด้วยปลายนิ้วที่หยาบกร้านจากคราบไคลสงคราม ประตูห้องด้านนอกก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงรายงานร้อนรนจากองครักษ์เงาที่ตะโกนเข้ามาว่า "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระราชโองการลับจากฮ่องเต้... ถูกส่งมาถึงหน้าจวนแล้ว!"
น้ำผึ้งหยดแรกหวังว่าทุกท่านจะหลงใหลในกลิ่นอายแห่งเล่ห์กลบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความระทึกใจนะคะ
หมากกระดานสุดท้ายของมหาเสนาบดีหญิง•ตอนที่ 2
กลิ่นโอสถบนความลับ
ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายของมหาเสนาบดีหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
