หมากกระดานสุดท้ายของมหาเสนาบดีหญิง•ตอนที่ 1

ฟื้นจากความตายใต้เรือนเงา

ผลงานโดย น้ำผึ้งหยดแรก
ความหนาวเหน็บมิใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุด แต่คือการที่ลมหายใจขาดห้วงราวกับถูกกระชากออกจากขั้วหัวใจ ซูเหม่ยฉีรู้สึกราวกับร่างทั้งร่างถูกฝังอยู่ใต้ก้อนน้ำแข็งนับหมื่นชั่ง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปตามเส้นประสาททุกเส้นประหนึ่งถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน กลิ่นอับชื้นของไม้ผุผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศกระตุ้นสัญชาตญาณแพทย์ของนางให้ตื่นขึ้น สติสัมปชัญญะที่เคยดับวูบไปคล้ายถ่านไฟที่ถูกพัดจนเริ่มคุกรุ่นขึ้นอีกครั้ง นางฝืนลืมตาขึ้นช้าๆ ทัศนียภาพเบื้องหน้าคือเพดานไม้ที่ผุกร่อนจนเห็นคราบเชื้อราสีดำคล้ำ หยาดน้ำฝนรั่วซึมลงมากระทบหน้าผากนางเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนับถอยหลังของมัจจุราช "ยังไม่ตายงั้นหรือ?" เสียงเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งกระทบหินดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง นางพยายามหันไปมอง ทว่าความอ่อนแรงทำให้ทำได้เพียงเหลือบสายตาไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทที่กลืนไปกับความมืดมิด เขาผู้นั้นยืนกอดอกพิงเสาไม้ สายตาที่มองมาประหนึ่งมองมดปลวกที่กำลังดิ้นรนก่อนจะเหยียบให้จมดิน "เจ้ายอมดื่มยาพิษนั่นเพื่อหนีการอภิเษกกับข้า ถึงขนาดทิ้งศักดิ์ศรีของบุตรีขุนนางไปนอนตายในเรือนร้างแห่งนี้เชียวหรือ... ซูเหม่ยฉี" ถ้อยคำนั้นบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด ซูเหม่ยฉีพยายามรวบรวมลมหายใจที่แผ่วเบา ความทรงจำที่มิใช่ของนางไหลบ่าเข้ามาในสมองประหนึ่งเขื่อนที่พังทลาย—อดีตบุตรีผู้สูงศักดิ์ที่ถูกกลั่นแกล้งจากพระสนมกุ้ยเฟย การถูกวางยาพิษในถ้วยชาและถูกลากมาทิ้งไว้ในเรือนร้างท้ายจวนเพื่อปิดปาก ความแค้นและแรงอาฆาตของร่างเดิมยังคงหลงเหลืออยู่จนทำให้นางเจ็บแปลบไปถึงทรวงอก นางไม่ใช่คนเดิมที่อ่อนแอและยอมจำนนต่อโชคชะตา "ท่าน... เป็นใคร" น้ำเสียงของนางแหบพร่าดั่งเศษแก้วที่บาดคอ ทว่าแววตาที่จ้องกลับไปนั้นกลับคมกริบดุจกระบี่ไร้ลักษณ์ ชายผู้นั้นขยับตัวก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านช่องว่างของหลังคาตกกระทบใบหน้าคมเข้มดั่งรูปสลักของเขา นัยน์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นลึกล้ำราวกับห้วงเหวที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เขาคือ 'จ้านเป่ยเฉิน' อ๋องผู้คุมกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬ บุรุษที่ใครต่อใครต่างหวาดเกรงในความโหดเหี้ยม "ข้าคือคนที่เจ้าเพิ่งปฏิเสธด้วยการสังหารตัวเองอย่างไรเล่า" เขาก้าวเข้ามาใกล้จนปลายเท้าของเขาหยุดอยู่หน้ามือนาง กลิ่นอายของอำนาจและเลือดจางๆ บนตัวเขาทำให้ซูเหม่ยฉีต้องระวังตัว นางฝืนยันกายลุกขึ้น แม้ร่างกายจะอ่อนปวกเปียก แต่นัยน์ตาของนางกลับมีความมั่นคงอย่างประหลาด นางไม่ได้ร่ำไห้ ไม่ได้เว้าวอนขอชีวิต สิ่งที่นางทำคือการเอื้อมมือไปคว้ากิ่งไม้ที่ตกอยู่ข้างตัวแล้วชี้ไปที่จุดชีพจรที่ลำคอของตนเองอย่างแม่นยำ ก่อนจะกดลงไปแรงๆ เพื่อกระตุ้นระบบประสาทและรีดพิษที่ค้างคางอยู่ในร่างกายออกผ่านการอาเจียน "เจ้าทำอะไร" จ้านเป่ยเฉินชะงัก สายตาที่เคยดูแคลนเปลี่ยนเป็นความฉงนแกมระแวง "ล้างพิษ" ซูเหม่ยฉีเค้นเสียงตอบหลังจากสำรอกของเหลวสีดำคล้ำออกมาจนหมดสิ้น นางเช็ดปากด้วยแขนเสื้ออย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ สตรีผู้เคยอ่อนหวานบัดนี้มีเพียงความเย็นชาที่น่าเกรงขาม "ข้าไม่ได้ต้องการตาย และข้าก็ไม่ต้องการแต่งงานกับท่าน... ท่านอ๋อง" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วเรือนร้าง จ้านเป่ยเฉินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยเย็นชามีประกายวูบไหวราวกับพบของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจกว่าเดิม เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของนาง "เจ้าเปลี่ยนไปมาก สตรีที่ข้าเคยรู้จักไม่มีวันกล้าสบตาข้าด้วยแววตาเช่นนี้" เขาใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางนางขึ้น บังคับให้สบตา "ซูเหม่ยฉี เจ้ากำลังวางแผนอะไร หรือยาพิษที่กินเข้าไปทำลายสติสัมปชัญญะของเจ้าไปจนหมดสิ้นแล้ว?" ซูเหม่ยฉีแค่นยิ้ม ยิ้มที่ไม่ได้มาถึงดวงตา แต่มันคือยิ้มของผู้ที่กุมหมากตานี้ไว้ในมือ "คนตายไปแล้วครั้งหนึ่งย่อมไม่มีสิ่งใดต้องกลัว หากท่านต้องการชีวิตข้า ท่านก็ฆ่าข้าเสียเดี๋ยวนี้ แต่หากท่านต้องการพันธมิตรที่รู้ทันกลเกมของพระสนมกุ้ยเฟย... ท่านก็น่าจะรู้ว่าควรทำอย่างไร" คำว่า 'พระสนมกุ้ยเฟย' ทำให้มือของจ้านเป่ยเฉินหยุดชะงัก แววตาของเขาเปลี่ยนจากความเย้ยหยันเป็นความเคร่งขรึมในฉับพลัน ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายสิบคนก็ดังขึ้นจากด้านนอกเรือนร้าง แสงคบเพลิงสว่างวาบไปทั่วบริเวณ ตามมาด้วยเสียงของนางกำนัลคนสนิทของพระสนมกุ้ยเฟยที่ตะโกนก้อง "ตามหาศพของคุณหนูซูให้พบ! ฝ่าบาทรับสั่งว่าไม่ว่าจะตายหรือเป็น ก็ต้องนำร่างกลับไปถวายรายงานให้ได้!" จ้านเป่ยเฉินถอยออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาคมปลาบจ้องมองซูเหม่ยฉีด้วยความหยั่งเชิง เขาขยับตัวว่องไวดั่งสายฟ้า คว้าข้อมือนางไว้แล้วกระชากเข้าหาตัวจนร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกัน ก่อนจะหยิบหน้ากากผ้าสีดำขึ้นมาคาดปิดบังใบหน้านางอย่างรวดเร็ว "ดูเหมือนว่า 'หมากตานี้' จะเริ่มเดินเร็วกว่าที่ข้าคิด" เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงของเขาแหบพร่าทว่าแฝงไปด้วยอันตรายที่สั่นประสาท "หากเจ้าอยากมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ ก็จงเงียบให้เหมือนคนตาย... เพราะนับจากวินาทีนี้ไป เจ้าคือเชลยของข้า ไม่ใช่บุตรีตระกูลซูที่ใครก็เหยียบย่ำได้อีกต่อไป" เขาดึงกระบี่พยัคฆ์ทมิฬออกจากฝัก แสงสะท้อนจากคมเหล็กวับวาวอาบไปทั่วใบหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นจากความตาย ซูเหม่ยฉีมองไปที่ประตูเรือนที่กำลังถูกพังเข้ามาโดยองครักษ์นับสิบชีวิต นางรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่ไม่มีวันหวนกลับ น้ำผึ้งหยดแรกหวังว่าทุกท่านจะหลงใหลในกลิ่นอายแห่งเล่ห์กลบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าด้วยความระทึกใจนะคะ
สารจากนักเขียน (น้ำผึ้งหยดแรก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานสุดท้ายของมหาเสนาบดีหญิง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%