ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80•ตอนที่ 1

ลืมตาตื่นในกลิ่นอายดินโคลน

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
เสียงทุบโต๊ะไม้สนกระแทกเสียงดังลั่นเรือนพักเก่าคร่ำคร่า จนเศษฝุ่นที่เกาะตามขื่อหลังคาโปรยปรายลงมาคล้ายหิมะยามฤดูใบไม้ร่วง "ไป๋ลี่อิน! อย่ามาทำเป็นสำออยนอนตายซากอยู่บนเตียงนะ! งานในแปลงนาขั้นบันไดท้ายหมู่บ้านยังกองเป็นภูเขา ค่าแรงที่แกสมควรหามาส่งเสียตระกูลไป๋เมื่อเดือนก่อนก็ยังไม่ได้เห็นแม้แต่เหมาเดียว เงินทองที่แต่งเข้าบ้านเราไปผลาญกินผลาญนอนจนหมดตัวแล้วหรือยังไง!" เสียงแหลมสูงบาดหูของป้าสะใภ้ใหญ่ 'หลี่ชุนหัว' แผดลั่นทะลุผนังดินเหนียวที่ผุพังเข้ามาในโสตประสาท ไป๋ลี่อินขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บแปลบที่ขมับซ้ายแล่นริ้วขึ้นมาประหนึ่งมีเข็มนับพันเล่มกำลังทิ่มแทง สติที่เคยดับวูบลงท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและเสียงสัญญาณชีพที่ยาวเป็นเส้นตรงในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลระดับประเทศเมื่อชาติก่อน กลับค่อยๆ แจ่มชัดขึ้น *นี่เธอยังไม่ตายอย่างนั้นหรือ? หรือนรกภูมิมีจริง และสำนักงานของพญายมราชก็ช่างจำลองบรรยากาศความยากจนข้นแค้นของชนบทจีนยุคปี 1980 ออกมาได้สมจริงเสียเหลือเกิน* แต่แล้ว... ความเย็นเฉียบที่แผ่ซ่านจากปลายนิ้วมือทั้งสิบ พร้อมกับเสียงก้องกังวานประหลาดที่ดังขึ้นในห้วงความคิด ก็ทำให้เأธอดวงตาสว่างวาบในทันที *[ ติ๊ง! ระบบห้องตรวจแพทย์อัจฉริยะและซุปเปอร์ฟาร์มเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ 100% ]* *[ ตรวจพบภาวะขาดสารอาหารรุนแรงและบาดแผลช้ำที่ศีรษะของเจ้าของร่าง เริ่มต้นกระบวนการสมานเซลล์อัตโนมัติ... ]* เพียงชั่วพริบตา ความเจ็บปวดที่ขมับก็มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นไหลเวียนไปทั่วร่างราวกับมีกระแสธารแห่งพลังชีวิตบริสุทธิ์หล่อเลี้ยง ไป๋ลี่อินลืมตาขึ้น ชัยภูมิเบื้องหน้าคือเพดานมุงจากที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน นี่คือห้องหับคับแคบในบ้านตระกูลไป๋ ช่วงเวลาที่เธอเพิ่งแต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้รองได้เพียงปีเศษ และเป็นช่วงเวลาที่เธอโง่เขลา ยอมให้พวกเปรตไร้ยางอายเหล่านี้สูบเลือดสูบเนื้อจนตรอมใจตาย! ในชาติภพก่อน เธอมัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนัก ยอมให้ตระกูลไป๋โขกสับ ส่งเงินที่สามีส่งมาให้จากค่ายทหารและหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเองให้ลุงใหญ่และป้าสะใภ้ผลาญเล่น สุดท้ายเมื่อหมดประโยชน์ เธอก็ถูกขับไสไล่ส่งราวกับหมอูกลุ่มสุนัข แถมยังต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ ทิ้งให้สามีผู้ซื่อสัตย์ต้องกลายเป็นไอ้โง่ที่ถูกใส่ร้ายจนอนาคตพังทลาย "นังตัวดี! หูหนวกเป็นใบ้ไปแล้วหรือไง ข้าพูดไม่ได้ยินรึ!" เสียงฝีเท้าหนักหน่วงกำลังก้าวเข้ามาใกล้ประตูกระดาษสาที่ขาดวิ่น ไป๋ลี่อินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน อดีตศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ควบตำแหน่งศาสตราจารย์แพทย์ผู้เยือกเย็น ไม่ใช่คนเดิมที่ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว กึก! ประตูไม้ผุพังถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท หลี่ชุนหัวเท้าสะเอว ใบหน้าอ้วนท้วมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางเงื้อมมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอนสตรีที่นอนป่วยบนเตียงให้หลาบจำสักฉาก ทว่า... มือที่หมายจะฟาดลงมา กลับต้องหยุดชะงักกลางอากาศอย่างกะทันหัน ไป๋ลี่อินค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นนั่งอย่างสง่างาม ท่าทีและรัศมีที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอบัดนี้ ช่างเยือกเย็น สงบนิ่ง และกดดันจนหลี่ชุนหัวถึงกับชะงักกึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยหม่นหมอง บัดนี้กลับเปล่งประกายคมกริบราวนใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะเฉือนเนื้อร้ายทิ้งได้ทุกเมื่อ "ใครอนุญาตให้ป้าเดินเข้ามาในห้องส่วนตัวของฉัน?" น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทุ้มต่ำและก้องกังวานจนหลี่ชุนหัวเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยความตกใจ "นะ... นังนี่! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน! แกเป็นแค่สะใภ้ที่กินข้าวบ้านไป๋อย่างไร้ประโยชน์ ถ้าไม่มีข้าวปลาอาหารจากบ้านเรา แกคงอดตายไปนานแล้ว กล้าดียังไงมาทำเสียงแข็งใส่ฉัน!" หลี่ชุนหัวแผดเสียงกลบเกลื่อนความประหลาดใจเมื่อครู่ ไป๋ลี่อินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ร่างกายจะผอมบางไปบ้างตามสภาพความเป็นอยู่ยุค 80 แต่ส่วนสูงและบุคลิกภาพที่ฝึกฝนมาจากการเป็นแพทย์ระดับแนวหน้า ทำให้เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้จอมโลภได้อย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย "กินข้าวบ้านไป๋?" ไป๋ลี่อินทวนคำพลางหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แฝงไอสังหารจางๆ ทำให้หลี่ชุนหัวรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "ตั้งแต่วันที่ฉันแต่งเข้าตระกูลไป๋ ข้าวทุกเมล็ด เงินทุกหยวนที่สามีฉันส่งมาจากค่ายทหาร รวมถึงหยาดเหงื่อที่ฉันก้มหน้าก้มตาทำงานในนาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ มันตกท้องใครกันแน่ ป้าสะใภ้ใหญ่... ลองให้ฉันบัญชีดูสักตั้งไหมล่ะ ว่าตระกูลไป๋ติดค้างเงินทองฉันไว้เท่าไหร่!" "แก! นังสะใภ้อกตัญญู! แกกล้ากล่าวหาว่าครอบครัวฉันโกงเงินแกงั้นรึ!" หลี่ชุนหัวหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราดด้วยความโมโหที่ถูกจี้จุดดำ "เงินทหารของสามีแก มันก็คือเงินส่วนรวมของตระกูลไป๋! ถ้าไม่มีพวกเราคอยดูแลคุ้มครองหัวนอนปลายเท้าให้ แกจะใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนี้ได้อย่างสงบสุขหรือไง!" "คุ้มครอง?" ไป๋ลี่อินสาวเท้าก้าวเข้าไปใกล้ป้าสะใภ้ทีละก้าว แววตาคมกริบราวกับกำลังวินิจฉัยโรคผู้ป่วยระยะสุดท้าย "คุ้มครองด้วยการส่งฉันไปทำงานหนักจนแทบกระอักเลือด คุ้มครองด้วยการแอบยักยอกแป้งสาลีและไข่ไก่ที่ฉันควรจะได้กินเพื่อบำรุงร่างกาย ไปให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของป้าเอาไปกินจนอ้วนพีอย่างนั้นสินะ?" หลี่ชุนหัวสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีในทันที ความลับเรื่องที่นางแอบยักยอกเสบียงของสะใภ้รองไปให้น้องชายและลูกชายของตนเองกินอย่างลับๆ เหตุใดนังเด็กนี่ถึงล่วงรู้ได้ ทั้งที่ผ่านมามันโง่งงและยอมคนมาตลอดแท้ๆ! "แก... แกพูดเพ้อเจ้ออะไร! ฉันไม่คุยกับแกแล้ว! วันนี้ถ้าแกไม่ลุกไปเกี่ยวข้าวที่แปลงนาทิศใต้ แกก็ไม่ต้องกินข้าวเย็น!" หลี่ชุนหัวถอยกรูดด้วยความร้อนตัว ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเตรียมจะเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป "ช้าก่อน." เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นหยุดฝีเท้าของหลี่ชุนหัวไว้ ไป๋ลี่อินยกยิ้มมุมปาก เดินไปหยิบกาน้ำชาเก่าๆ บนโต๊ะ รินน้ำร้อนใส่ชามกระเบื้องบิ่นๆ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังประกาศิตประกาศิตชีวิตของคนตรงหน้า "เงินสิบหยวนที่สามีฉันส่งมาให้เมื่อเดือนก่อน วางไว้บนโต๊ะทำงานของลุงใหญ่ใช่ไหม? และจดหมายที่เขาเขียนมาหาฉัน ป้าก็เป็นคนแอบเผาทำลายทิ้งเพื่อตัดขาดการติดต่อสินะ..." ไป๋ลี่อินเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอันตราย "คิดจะสูบเลือดสูบเนื้อฉันไปถึงเมื่อไหร่กัน? หลี่ชุนหัว... จำคำฉันไว้ให้ดี ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ของอะไรที่เป็นของฉัน แม้แต่เศษทองแดงแดงเดียว... ป้าก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง!" "นัง... นังสารเลว! แกกล้าขู่ฉันเรอะ!" หลี่ชุนหัวโกรธจนตัวสั่นเทา เงื้อมมือหมายจะพุ่งเข้ามาตบสั่งสอนให้สะใภ้จอมพยศผู้นี้รู้สำนึก ปัง! ยังไม่ทันที่มือของหลี่ชุนหัวจะแตะโดนชายเสื้อของไป๋ลี่อิน ประตูไม้หน้าเรือนพักที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกแรงมหาศาลผลักกระแทกเปิดผางจนบานประตูแทบหลุดออกจากวงกบ! ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่คุ้นเคย ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง รัศมีความกดดันดุจพญาเสือโคร่งแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ แผ่นหลังกว้างและใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล แต่แววตากลับดุดันและเยียบเย็นจนน่ากลัว ชายหนุ่มกราดสายตามองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ร่างภรรยาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แล้วจึงหันไปจ้องมองป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังหน้าซีดเผือดตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "เมื่อครู่นี้... ใครบอกว่าภรรยาผมไม่มีสิทธิ์ในเงินของตระกูลไป๋งั้นหรือครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเฉียบ แต่กลับทำเอาหลี่ชุนหัวเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นในทันที ไป๋ลี่อินเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อหันไปสบตากับชายหนุ่มผู้เพิ่งก้าวเข้ามา... 'เฉินเฟิง' สามีหนุ่มผู้เงียบขรึมและทรงพลัง ที่ในชาติก่อนมักจะมาถึงช้าไปก้าวเดียวเสมอ แต่ในชาตินี้ เขากลับยืนอยู่ตรงนี้ เพื่อปกป้องเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่เธอลืมตาตื่น! [โปรดติดตามตอนต่อไป] --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและสั่งสมความสะใจไปด้วยกันนะครับ จากใจจริง "หมอภัทรแก้ไขชะตา" ครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ห้องตรวจหมอหญิงกับซุปเปอร์ฟาร์มยุค 80 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%