กลิ่นอับของกระดาษโบราณผสมกับน้ำยาเคมีเคลือบเอกสาร คละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บรวบรวมข้อมูลใต้ดินของกรมศิลปากร แสงไฟนีออนสีขาวนวลส่องกระทบลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ รวินท์ขยับกรอบแว่นสายตา เลนส์แว่นสะท้อนภาพของเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดินและแปลนก่อสร้างชุดหนึ่ง ซึ่งถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยคลิปหนีบกระดาษสเตนเลส
สำหรับนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในระเบียบและหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างเขา เอกสารทุกแผ่นคือลมหายใจของอดีตที่รอการชำระล้างความจริง แต่สิ่งที่ปรากฏบนโต๊ะเวลานี้ กลับเป็นประกาศิตประหารชีวิตอารยธรรมโบราณอายุร่วมแปดร้อยปี
"คุณไม่มีสิทธิ์อนุมัติการรื้อถอนนี้ คินน์"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้น ทว่าเต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิทยา รวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ดวงตาหลังกรอบแว่นยังคงจดจ้องตัวเลขพิกัดบนแผนที่ ที่ระบุตำแหน่งตั้งของ "โบราณสถานป่าสัก" พื้นที่ป่าดิบชื้นทางภาคเหนือที่ถูกปิดตายจากสาธารณชนมานานนับทศวรรษ
เงาสะท้อนบนกระจกใสของตู้จัดเก็บเอกสารเผยให้เห็นร่างสูงโปรดในชุดสูทลำลองสีเข้ม คินน์ยืนกอดอกพิงขอบประตู รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นจางๆ เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความเย้ยหยันและความเหนื่อยหน่ายต่ออุดมคติอันไร้เดียงสาของคนตรงหน้า
"สิทธิ์ในการอนุมัติไม่ได้อยู่ที่ผม รวินท์ แต่อยู่ที่นายทุนผู้ถือโฉนด และสภาพโครงสร้างที่พร้อมจะพังลงมาทับคนได้ทุกเมื่อ" คินน์ก้าวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มวางแฟ้มเอกสารอีกชุดลงบนโต๊ะ เสียงกระดาษกระทบไม้ดังทึบ "ในฐานะสหน้าที่ของผมคือการออกแบบโครงสร้างใหม่เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่การนั่งเฝ้าซากอิฐผุๆ ที่รอวันถล่มทับนักศึกษาโบราณคดีหัวรั้นอย่างคุณ"
รวินท์เงยหน้าขึ้นช้าๆ สบตากับสถาปนิกหนุ่มนอกรีต ดวงตาคู่นคมองผ่านเลนส์แว่นอย่างประเมินค่า เขารู้ดีว่าคินน์ไม่ใช่คนประเภทที่จะยอมรับงานทำลายล้างแบบสุ่มสี่สุ่มสาม ฝีมือระดับนี้ย่อมมีเบื้องหลังที่ลึกซึ้งกว่าแค่เรื่องของผลกำไรทางธุรกิจ
"โครงสร้างนั้นไม่เคยพัง ถ้ามนุษย์ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันด้วยความโลภ" รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแผนที่ผืนเก่าแก่แผ่นหนึ่งขึ้นมา กางแผ่ออกบนโต๊ะ "สิบปีที่แล้ว ครอบครัวของผมเคยสูญหายไปในถ้ำลึกลักษณะเดียวกันนี้เพราะความประมาทของคนที่คิดว่าตนเองเหนือกว่าธรรมชาติ... ผมจึงรู้ดีว่าใต้ซากอิฐเหล่านั้น มันซ่อนความจริงอะไรไว้บ้าง"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รวินท์จงใจขุดคุ้ยบาดแผลในอดีตเพื่อทดสอบปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ทว่าคินน์กลับไม่มีทีสะท้าน ไหล่กว้างไหวเล็กน้อยก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาใช้มือยันขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นจางๆ ของบุหรี่เมนทอลและกาแฟดำ
"บางที... ความจริงบางอย่างก็ควรถูกฝังกลบเอาไว้ เพื่อไม่ให้มนุษย์ทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิม" คินน์กระซิบ น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนน่าขนลุก "คุณคิดว่าคุณกำลังปกป้องประวัติศาสตร์ รวินท์ แต่คุณกำลังเปิดประตูให้สิ่งที่ควรตายไปแล้วฟื้นคืนชีพขึ้นมาต่างหาก"
ก่อนที่รวินท์จะได้โต้แย้งสิ่งใด สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับรอยพับที่ผิดปกติของแผนที่โบราณบนโต๊ะ นิ้วเรียวของเขาใช้วิธีสัมผัสลูบไล้ไปตามเนื้อกระดาษสาหนาเตอะ พบว่ามีแผ่นกระดาษอีกแผ่นถูกซ่อนไว้ด้วยกาวลาเท็กซ์เก่าๆ ที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลา ระหว่างชั้นของแผนที่ฉบับทางการกับแผ่นรองหลัง
คินน์หรี่ตามองการกระทำนั้น สีหน้าเรียบเฉยเริ่มเปลี่ยนเป็นความระแวง
รวินท์หยิบมีดคัตเตอร์เล่มเล็กออกจากลิ้นชัก ปลายโลหะแหลมคมกรีดลงตามแนวรอยต่อด้วยความนิ่งและแม่นยำอย่างมืออาชีพ เสียงกรีดกระดาษดังแผ่วเบาในความเงียบ กลิ่นอับชื้นเฉพาะตัวของกาวอายุหลายสิบปีลอยแตะจมูก
*แคว่ก...*
ชั้นกระดาษถูกเปิดออก เผยให้เห็นแผนที่เขียนด้วยมือด้วยหมึกอินเดียสีดำสนิท เส้นสายลายเส้นสถาปัตยกรรมโบราณที่ละเอียดยิบ ปรากฏสัญลักษณ์ประหลาดที่ไม่อواยู่ในตำรามานุษยวิทยาเล่มใดในโลก และที่มุมล่างสุดของแผนที่ฉบับลับนั้น มีตัวเลขพิกัดที่ถูกเขียนทับด้วยหมึกสีแดงฉาน—พิกัดที่ไม่มีอยู่จริงในแผนที่ทางการของกรมการปกครอง
รวินท์ขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยสัญชาตญาณนักวิชาการ พิกัดนี้ไม่ได้ชี้ไปยังโบราณสถานป่าสักที่คินน์ได้รับมอบหมายให้ทำลายทิ้งตามสัญญาจ้างทั่วไป แต่มันชี้ไปยังจุดกึ่งกลางของหุบเขาปิดตาย ที่ซึ่งไม่มีแม้แต่เส้นทางเดินเท้าปรากฏในสารบบ
"นี่มันอะไรกัน..." รวินท์พึมพำกับตัวเอง ดวงตาไม่ละไปจากตัวเลขพิกัดนั้น
คินน์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแผนที่ที่ซ่อนอยู่ ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาควบคุมสีหน้าได้ทันทีอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ช้าเกินกว่าจะรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของนักมานุษยวิทยาผู้สังเกตพฤติกรรมมนุษย์เป็นอาชีพ
"คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม คินน์?" รวินท์เงີยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยที่พุ่งสูงถึงขีดสุด "สถานที่ที่คุณกำลังจะไปทำลาย... แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่?"
คินน์ไม่ได้ตอบทันที เขายืดตัวตรง ถอนหายใจยาวเหยียดราวกับตัดสินใจบางอย่างได้ ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มเย็นเยียบขณะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรวินท์เย็นเฉียบ
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักของคุณเองครับ รวินท์... เพราะพิกัดที่คุณเพิ่งเปิดอ่านเมื่อครู่ มันคือสถานที่ที่ทีมสำรวจของคุณสูญหายไปเมื่อสิบปีที่ก่อน และตอนนี้ ใครบางคนกำลังรอให้เราสองคนเดินลงไปเปิดประตูนั้นอีกครั้ง"
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านผลงานชิ้นนี้ครับ บันทึกนักโบราณคดี
สถาปนิกเถื่อนกับนักมานุษยวิทยาสายจัดระเบียบ•ตอนที่ 1
พิกัดที่ไร้ชื่อ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกเถื่อนกับนักมานุษยวิทยาสายจัดระเบียบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
