เสียงกราวของกระดาษเนื้อดีที่ถูกเลื่อนไปบนพื้นโต๊ะหินอ่อนราคาแพง ดึงสายตาคมกริบของคณินให้ละจากหน้าจอแท็บเล็ตขึ้นมามองชั่วครู่
มันเป็นเพียงกระดาษแผ่นบางๆ สองสามแผ่นที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย ทว่ากลับสร้างแรงกระแทกมหาศาลใส่ความเงียบงันภายในห้องทำงานหรูหรา
"เซ็นซะ"
น้ำเสียงของรันยาเรียบนิ่ง เย็นชา และว่างเปล่าอย่างไร้ร่องรอยของความตัดพ้อ มันไม่ใช่เสียงสะอื้นไห้หรือการคร่ำครวญขอความเห็นใจแบบที่เขาเคยชินจนนึกรำคาญในอดีต น้ำเสียงของเธอบอกชัดเจนว่าความอดทนตลอดสามปีที่ผ่านมาได้มอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า
คณินเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มฉายแววดูแคลนและรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง เขายังจำภาพผู้หญิงตรงหน้าในฐานะภรรยาผู้แสนน่าเบื่อ อ่อนแอ และเกาะติดเขาเหมือนเงาได้เป็นอย่างดี ผู้หญิงที่ยอมทนกลืนก้อนสะอื้นทุกครั้งที่เขาพาผู้หญิงคนอื่นเข้าบ้าน หรือแม้แต่ในวันที่มินตราเดินเข้ามาประกาศความเป็นเจ้าของอย่างออกหน้าออกตา รันยาก็ทำได้เพียงก้มหน้ารับกรรมราวกับรูปปั้นดินเผา
แต่ในวินาทีนี้... รูปปั้นดินเผากลับกลายเป็นเหล็กกล้าคมกริบ
นิ้วเรียวยาวของคณินเคาะลงบนพนักเก้าอี้หนังอย่างเสียจังหวะ เขาไม่ได้แม้แต่จะชายตาแลมองกระดาษแผ่นนั้นด้วยซ้ำ เขากลับคิดว่านี่คือแผนการเรียกร้องความสนใจที่น่าสมเพชอีกรูปแบบหนึ่งของเธอ
"เล่นละครอะไรอีก รันยา" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเหยียดหยาม "อยากได้กระเป๋าใบใหม่ หรือจะเพิ่มเงินค่า 용배 (ค่าใช้จ่ายส่วนตัว) อีกเท่าไหร่ ถึงได้สรรหาวิธีไร้สาระมาใช้รบกวนเวลาทำงานของฉัน"
รันยาไม่แม้แต่จะกระพริบตา เธอยืนนิ่งหลังตรง สง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเบจที่ขับให้ผิวขาวเนียนยิ่งดูโดดเด่น แววตาคู่คมที่เคยฉายแววเจ็บปวดและเวทนา บัดนี้มีเพียงความว่างเปล่าเย็นเยียบราวกับกำลังมองสิ่งของไร้ค่าบนพื้นถนน
"คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ คณิน" เธอย้ำชื่อเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ฉันไม่ได้มาขอเศษเงินจากคุณ และไม่ได้มาเล่นละครตบตาอะไรทั้งนั้น สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณ... คืออิสรภาพที่คุณควรจะยินดีด้วยซ้ำไม่ใช่หรือคะ"
คณินชะงักไปนิดเมื่อเห็นดวงตาส่อประกายเด็ดเดี่ยวคู่นั้น มันไม่ใช่รันยาคนเดิม... รันยาผู้ยอมให้เขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ทางสู้คนนั้นได้ตายไปนานแล้ว ตั้งแต่วินาทีที่เธอตัดสินใจเก็บข้าวของออกจากคฤหาสน์หลังนี้เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน และตอนนี้เธอกลับมาเพื่อสะsางบัญชีชีวิตที่ค้างคาให้จบสิ้น
ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง เขาสืบเท้าเข้าไปใกล้ภรรยาตามกฎหมายอย่างคุกคาม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงผสมผสานกับความดุดันอันเป็นเอกลักษณ์แผ่ซ่านรอบตัว คณินก้มลงมองหน้าผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันกล้าบินหนีจากกรงทองแห่งนี้ ทว่าวันนี้เธอกลับเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"เธอคิดจะไปไหน รันยา? คิดว่าหย่าแล้วจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเงินก้อนโตที่ไหนอย่างนั้นเหรอ?" มือหนาเอื้อมไปบีบปลายคางมนของเธอไว้แน่นด้วยแรงอารมณ์ที่เริ่มพลุ่งพล่าน "จำใส่สมองเอาไว้ ว่าต่อให้เธอเซ็นชื่อลงไปในนั้น สถานะทางกฎหมายของเราก็ยังผูกติดกันอยู่ดี จนกว่าฉันจะเบื่อและเขี่ยเธอทิ้งด้วยตัวเอง!"
รันยาไม่สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ความเจ็บจากการถูกบีบคางเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดร้าวรานที่เธอเคยได้รับจากผู้ชายคนนี้ตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอทำเพียงแค่ส่งยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคณินจนเขาต้องขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิด
"เสียใจด้วยนะคะคณิน..." รันยาปัดมือหนาออกจากการจับกุมอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างถือตัว "ฉันไม่ได้ต้องการเงินของคุณแม้แต่บาทเดียว และใบหย่าแผ่นนั้น... ฉันกรอกข้อมูลและเซ็นชื่อสละสิทธิ์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ในฐานะอดีตสามี คุณควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำที่เปิดทางให้คุณไปใช้ชีวิตร่วมกับมินตราได้อย่างเต็มที่สักที"
ชื่อของมินตราทำให้คณินขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ทั้งที่ในอดีตเขามักจะพอใจเวลาที่มีมินตราคอยเอาอกเอาใจอยู่ใกล้ๆ แต่ในยามนี้ เมื่อได้ยินรันยาเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน เขากลับรู้สึกเหมือนมีหนามแหลมคมมาทิ่มแทงในอก
"รันยา! หยุดพูดจาประชดประชันแล้วเลิกทำตัวเป็นเด็กไร้เหตุผลสักที!" คณินคำรามต่ำอย่างเหลืออด เขาเอื้อมมือไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาหมายจะฉีกมันทิ้งให้แหลกคาตา
ทว่า... สายตาคมกริบกลับกวาดไปสะดุดเข้ากับข้อความบรรทัดสุดท้าย ลายเซ็นต์หวัดๆ ของรันยาปรากฏเด่นชัดเจน และข้างใต้ช่องลงชื่อพยาน มีข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมืออีกชุดหนึ่ง ซึ่งทำให้ลมหายใจของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใดถึงกับสะดุดกึก
*ข้อตกลงเรื่องบุตร: มารดาเป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว บิดาไม่มีสิทธิ์พบเจอหรือเกี่ยวข้อง...*
คณินเงยหน้าขึ้นขวับ นัยน์ตาคู่นคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ สายตาที่เคยมองเธอด้วยความดูแคลนเปลี่ยนเป็นความกรรโชกกระทันหันราวกับสัตว์ป่าที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกพรากของล้ำค่าไป
"บุตร? ลูกอะไรของเธอ รันยา!" คณินกระชากเสียงถาม ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสังเกตเห็นรอยยิ้มเยือกเย็นที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่มสวยของอดีตภรรยา "เธอหมายความว่ายังไง... ลูกที่ไหน?!"
รันยาสบตากับเขาตรงๆ นัยน์ตาสีดำสนิทไม่มีความหวาดหวั่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและสะใจที่ได้เห็นคนใจร้ายเริ่มสูญเสียการควบคุม
"ก็ลูกแฝดวัยสามขวบของฉันยังไงล่ะคะคณิน..." เธอเอ่ยชื่อลูกด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ ก่อนจะโน้มตัวกระซิบถ้อยคำประโยคสุดท้ายที่ทำให้โลกทั้งใบของคณินหยุดหมุนทันที "เด็กที่คุณเคยเหยียดหยามว่าเกะกะลูกตา และเป็นเหตุผลให้ฉันต้องหนีไปให้พ้นจากขุมนรกของคุณ... ตอนนี้พวกเขาปลอดภัยดี และจำไว้ให้ขึ้นใจว่า พวกเขาไม่มีวันได้รู้ด้วยซ้ำว่ามีพ่อสารเลวอย่างคุณอยู่บนโลกใบนี้!"
ฉับพลัน ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงเจื้อยแจ้วคุ้นหูดังเล็ดลอดเข้ามาจากด้านนอก
"หม่าม้าฮะ! น้องรินทำพายสตรอว์เบอร์รีหกเลอะเสื้อพี่รบหมดเลย!"
คณินแข็งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สมองอื้ออึงจนไม่ประมวลผลใดๆ เมื่อร่างเล็กป้อมของเด็กแฝดชายหญิงคู่หนึ่งวิ่งเตาะแตะเข้ามาเกาะชายกระโปรงของรันยา พร้อมกับใบจิ้มลิ้มถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
ทัณฑ์รักซ่อนพยานใจ•ตอนที่ 1
เศษกระดาษใบเดียว
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทัณฑ์รักซ่อนพยานใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!