ไพ่ทาโรต์นำทาง กับร่างทรงฝึกหัดข้างบ้าน•ตอนที่ 14

คนทรยศในเงามืด

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
ไอเย็นเฉียบที่แผ่ซ่านผ่านพื้นปูนเปลือย ไม่ได้มาจากระบบปรับอากาศในห้องพักของรวินท์ แต่มันคือกลิ่นอายของความตายที่ถูกสะกดไว้ด้วยอาคมโบราณ ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากตึกฝั่งตรงข้ามสาดส่องเข้ามา รวินท์กำลังยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะไม้สำรับไพ่ ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสผิวด้านของไพ่ทาโรต์ชุด *Rider-Waite* ที่เธอคุ้นเคย แต่ในยามนี้ พลังงานความร้อนรุมเร้าที่ปลายนิ้วกลับฟ้องชัดเจนว่า ไพ่ทุกใบในสำรับกำลังสั่นระริกราวกับมีชีวิต "ตั้งสติให้มั่นค่ะรวินท์... แขกของเราไม่ได้เดินมาทางประตูหน้า" เสียงนุ่มทุ้มแต่นิ่งสนิทของอาจารย์จันทร์เจ้าดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง หญิงสาวในชุดเสื้อคลุมสีเข้มทับด้วยผ้าพันคอไหมพรมเนื้อหนากำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น ทว่าดวงตาเรียวรีคู่นั้นกลับกวาดมองไปรอบห้องด้วยความระแวดระวัง ไอสีขาวที่ลอยกรุ่นจากถ้วยชาไม่ได้สะท้อนความกลัว แต่สะท้อนความตื่นตัวของนักล่าที่กำลังรอเหยื่อก้าวเข้าสู่เขตอาคม รวินท์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ สมองส่วนตรรกะประมวลผลข้อมูลทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น ตั้งแต่คดีปริศนาในมหาวิทยาลัย อาคมคาถาที่ใช้ควบคุมเงา ไปจนถึงร่องรอยพลังงานที่ซ้อนทับกันอย่างเป็นระบบ "ไม่ใช่แค่ไสยเวททั่วไปสินะคะ..." รวินท์พึมพำเบาๆ ขณะดึงไพ่ใบแรกขึ้นมาจากสำรับ ไพ่ใบนั้นปรากฏรูป *The Moon (พระจันทร์)* ทว่าลวดลายบนหน้าไพ่กลับบิดเบี้ยว ดวงจันทร์มีรอยร้าวและมีเงาประหลาดทาบทับสุนัขป่าและหมาป่า "ถูกต้องค่ะ มันคือ ‘อาคมสะกดเงาเงื่อนตาย’" อาจารย์จันทร์เจ้าวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบ "มีคนจงใจใช้พลังงานจากไพ่ทาโรต์ชุดใหญ่ *Major Arcana* บิดเบือนกระแสจิตของเหยื่อ เพื่อสร้างหุ่นเชิดมนุษย์ขึ้นมา และคนที่ทำแบบนี้ได้... ต้องมีความเข้าใจทั้งศาสตร์ไพ่ทาโรต์และคาถาอาคมโบราณในระดับลึกซึ้ง ซึ่งในเมืองนี้ มีคนที่มีคุณสมบัติแบบนั้นไม่เกินสองคนหรอกค่ะ" คำพูดของอาจารย์สาวทำให้รวินท์ชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงบุคคลที่น่าสงสัย ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยชื่อใดออกมา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* จังหวะการเคาะช้า เรียบ และไร้ซึ่งความลังเล รวินท์และอาจารย์จันทร์เจ้าสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ไม่มีใครขยับตัวไปเปิดประตู เพราะทั้งคู่ต่างรู้ดีว่า ผู้ที่อยู่หลังบานไม้นั้นไม่ได้มาด้วยไมตรีจิต *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงขึ้นเล็กน้อย แรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือปริศนาส่งผ่านเนื้อไม้จนกลอนประตูลั่นเอี๊ยดอาร์ด "เชิญค่ะ... ประจำตำแหน่ง" อาจารย์จันทร์เจ้าเอ่ยเสียงเรียบ พร้อมกับสะบัดมือขวาเบาๆ อักขระโบราณสีทองจางๆ ก็ปรากฏขึ้นวับวามบนพื้นห้อง ก่อตัวเป็นค่ายกลคุ้ม รวินท์พยักหน้ารับอย่างรู้หน้าที่ เธอหยิบไพ่ *The High Priestess (นักบวชหญิง)* ขึ้นมาหนีบไว้ระหว่างนิ้วชนวนความคิด พลังงานจิตวิญญาณถูกถ่ายเทลงสู่กระดาษเคลือบ สัมผัสเย็นเฉียบแล่นพล่านจากฝ่ามือเข้าสู่กระดูกสันหลัง รวินท์หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อเชื่อมโยงจิตกับสนามพลังงานรอบห้อง ดึงเอาความสามารถในการอ่านเจตจำนงที่ซ่อนเร้นออกมาใช้ *แกร๊ก...* ลูกบิดประตูด้านนอกถูกบิดหมุนอย่างเชื่องช้า บานประตูไม้ค่อยๆ แง้มเปิดออก เผยให้เห็นกลุ่มควันสีดำจางๆ ที่ลอยวนอยู่ตามขอบวงกบ และในวินาทีที่แสงไฟจากทางเดินสาดส่องเข้ามา ร่างของบุคคลผู้มาเยือนก็ก้าวล่วงเข้ามาในเขตอาคม รวินท์ลืมตาโพลงด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อสายตา บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือ **'อาจารย์ธนา'** อาจารย์ประจำภาควิชาจิตวิทยาผู้ใจดีและมักจะมีรอยยิ้มอบอุ่นให้รวินท์เสมอ ยามนี้ แววตาของเขาว่างเปล่าอย่างไร้ชีวิตชีวา ใบหน้าซีดเซียว และที่สำคัญที่สุด... บริเวณลำคอของเขามีรอยสักอักขระสีดำคล้ายเงาเลื้อยพันอยู่ ราวกับถูกพันธนาการไว้ด้วยบ่วงโซ่ที่มองไม่เห็น "อาจารย์ธนา..." รวินท์เผลอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง ไพ่ในมือเกือบจะหลุดร่วง "เขาไม่ใช่ 'อาจารย์ธนา' ที่เธอรู้จักแล้วค่ะรวินท์" อาจารย์จันทร์เจ้าเอ่ยเตือนเสียงเฉียบขาด พร้อมกับก้าวออกไปยืนบังหน้าลูกศิษย์คนเก่งไว้ครึ่งก้าว สายตาคมกริบจ้องมองร่างที่ยืนนิ่ง "จิตวิญญาณของเขาถูกแทนที่ด้วย 'ภาชนะ' ของคนอื่น... หรือพูดง่ายๆ ว่า เขาคือหุ่นเชิดตัวแรกที่ถูกชักใยจากเงาเบื้องหลัง" ร่างของอาจารย์ธนากระตุกเกร็งเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากซีดเซียวจะขยับยิ้มแปลกประหลาด เสียงที่เปล่งออกมาไม่ใช่เสียงของชายวัยกลางคนผู้สุภาพเรียบร้อยอีกต่อไป หากแต่เป็นเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกที่สะท้อนก้องในโสตประสาท "ฉลาดสมกับที่เป็นลูกศิษย์ของสำนักจันทร์เจ้าสินะครับ..." เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "น่าเสียดายจริงๆ ที่เด็กสาวอนาคตไกลอย่างเธอ... ต้องมาจบเส้นทางลง ณ ตรงนี้ เพราะความอยากรู้อยากเห็นแท้ๆ" สิ้นเสียงพูด ร่างของอาจารย์ธนาก็สะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว กลุ่มควันสีดำสนิทพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วกลายเป็นคมมีดเงาพุ่งตรงเข้าใส่ใจกลางห้องด้วยความเร็วสูง! "ระวังค่ะ!" อาจารย์จันทร์เจ้าพุ่งตัวเข้ามาพร้อมกับกางอาكتประโลมโลก ปะทะกับคมมีดเงาจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วห้อง แรงระเบิดจากพลังงานทำให้เอกสารบนโต๊ะกระจัดกระจายปลิวว่อน รวินท์กัดฟันกรอด ความโกรธและความสงสัยตีรวนอยู่ในอก เธอไม่ใช่เด็กสาวที่พึ่งพาไม่ได้อีกต่อไป ดวงตากลมโตจ้องมองร่างของอาจารย์ธนาที่กำลังถูกควบคุมด้วยสายตาที่เฉียบคม มือเรียวกวาดไพ่ในสำรับออกมารวดเดียวสามใบ แล้วซัดออกไปกลางอากาศพร้อมกับส่งเสียงตะโกนก้อง "ถ้าคิดจะเป็นคนชักใยในเเงามืด... ก็แสดงตัวออกมาซะ!" ไพ่ทั้งสามใบเปล่งแสงสีทองสว่างจ้ากลางอากาศ ก่อนจะแปรสภาพเป็นโซ่ตรอแสงที่พุ่งรัดร่างของอาจารย์ธนาไว้แน่นหนา ทว่า ในวินาทีที่โซ่แสงสัมผัสกับตัวหุ่นเชิด รวินท์กลับสัมผัสได้ถึงกระแสจิตอันคุ้นเคยที่แผ่พุ่งสวนทางมาจากอีกด้านหนึ่งของมิติพลังงาน—กระแสจิตของบุคคลที่เธอเคยไว้ใจที่สุด และเป็นคนเดียวกับที่ถือครองกุญแจไขปริศนาทั้งหมดของคดีนี้ แสงไฟในห้องกะพริบถี่รัว ก่อนจะดับวูบลงสนิท เหลือเพียงความมืดมิดที่มีเพียงลมหายใจหอบกระชั้นของรวินท์ และเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาทางหน้าต่างห้องพักชั้นสาม... พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังชิดริมหูของเธอจากด้านหลัง *"เกมจบลงแล้วล่ะค่ะ รวินท์... และคนที่จะต้องเลือกไพ่ใบสุดท้ายในคืนนี้ ไม่ใช่เธอหรอกนะ"* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเติบโตไปพร้อมกับรวินท์นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทาง กับร่างทรงฝึกหัดข้างบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%