ไพ่ทาโรต์นำทาง กับร่างทรงฝึกหัดข้างบ้าน•ตอนที่ 15

วิชาอาคมที่ถูกลืม

ผลงานโดย ขวัญเนตรทายใจ
"เกมจบลงแล้วล่ะค่ะ รวินท์... และคนที่จะต้องเลือกไพ่ใบสุดท้ายในคืนนี้ ไม่ใช่เธอหรอกนะ" คำพูดของเงาร่างปริศนายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับเสียงกระซิบจากห้วงลึกของความตาย กลิ่นอายความเย็นเยียบของไสยเวทสายดำยังคงอบอวลอยู่รอบตัว จนฉันต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ในห้องทำงานของอาจารย์จันทร์เจ้าเวลานี้ ไม่มีแสงไฟอื่นใดนอกจากเปลวเทียนสีเหลืองนวลที่สั่นไหวตามแรงลมจากหน้าต่างแง้มปิดไม่สนิท ฉันก้มมองสำรับไพ่ทาโรต์ในมือ รอยนิ้วมือของฉันเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก ไพ่ใบสุดท้ายที่เปิดค้างไว้บนโต๊ะไม้สักคือ *The Tower* ที่ด้านบนปรากฏภาพหอคอยถูกสายฟ้าฟาดพังทลาย มันไม่ใช่ลางบอกเหตุที่ดีเลยสักนิด... แต่มันคือความเป็นจริงอันโหดร้ายที่เราต้องเผชิญในค่ำคืนนี้ "อย่ามัวแต่เหม่อค่ะ รวินท์ สมาธิของคุณหลุดไปสามวินาทีแล้วนะ" เสียงนุ่มแต่นิ่งสงบของอาจารย์จันทร์เจ้าดังขึ้นจากมุมห้อง ร่างเพิ่งสวมเสื้อคลุมสีเข้มทับชุดทำงานเรียบร้อยกำลังก้าวเข้ามาใกล้ แสงเทียนตกกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลแต่ก็เด็ดเดี่ยวในคราวเดียวกัน ในมือเรียวของเธอถือสมุดข่อยโบราณเล่มหนาที่ถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าซึ่งกระดาษเหลืองกรอบตามกาลเวลา ฉันวางสำรับไพ่ลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น "ฉันแค่กำลังคิดถึงคำพูดของมันค่ะอาจารย์... คนที่อยู่เบื้องหลังพิธีกรรมเมื่อครู่ เขาไม่ได้ต้องการแค่ทดสอบพวกเราใช่ไหมคะ" อาจารย์จันทร์เจ้าไม่ตอบทันที เธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานจันทน์เทศลอยแตะจมูก ซึ่งเป็นกลิ่นที่ช่วยสงบประสาทและดึงสติสัมปชัญญะของฉันให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว นี่คือเคล็ดลับอย่างหนึ่งในการฝึกฝนจิตวิญญาณที่เธอพร่ำสอนเสมอ—*ความนิ่งคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด* "ถูกต้องค่ะ" อาจารย์สาวทอดถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะวางสมุดข่อยลงตรงหน้าฉัน "สิ่งที่พวกมันต้องการในคืนนี้ ไม่ใช่ชัยชนะเหนือไพ่ทาโรต์ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือน... ว่าวิชาอาคมที่ถูกลืมไปแล้ว กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง" สมุดข่อยเล่มนั้นเผยให้เห็นภาพวาดลายเส้นโบราณ เป็นรูปวงอักขระขอมที่ซับซ้อนและแตกต่างจากยันต์ทั่วไปที่ฉันเคยเห็น มันมีความมืดมนและแฝงด้วยแรงอาฆาตมาดร้าย แม้จะเป็นเพียงภาพวาดบนกระดาษเก่าๆ แต่ฉันกลับรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานประหลาดที่แผ่ซ่านออกมาจนขนลุกซู่ "นี่คืออะไรหรือคะอาจารย์?" ฉันถามพร้อมกับใช้นิ้วแตะลงบนหน้ากระดาษเบาๆ ตามสัญชาตญาณของการเป็นนักวิเคราะห์ที่ต้องการหาเหตุผลรองรับความลี้ลับตรงหน้า "มันคือ 'ยันต์ย้อนสุริยัน' ค่ะ" อาจารย์จันทร์เจ้าอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขยับแว่นกรอบบางเล็กน้อย "เป็นศาสตร์ไสยเวทขั้นสูงที่ถูกกวาดล้างและบันทึกไว้ว่าเป็น ‘วิชาต้องห้าม’ เมื่อหลายสิบปีก่อน มันไม่ใช่ไสยศาสตร์ทั่วไปที่ใช้เพื่อทำร้ายคน แต่มันคือวิหาที่ใช้ 'บิดเบือนชะตากรรม' และ 'ดูดกลืนพลังชีวิต' ของผู้ที่มีญาณทิพย์เพื่อต่ออายุขัยให้กับผู้ร่ายอาคม" คำว่า *ดูดกลืนพลังชีวิต* ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพเหตุการณ์ในอดีต—วันที่สูญเสียครอบครัวไปอย่างไร้ร่องรอย—ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้งโดยไม่ได้รับเชิญ ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกทำให้ฉันต้องกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ อาจารย์จันทร์เจ้าสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอเอื้อมมือมาแตะไหล่ฉันเบาๆ สัมผัสอุ่นจากเธอดึงฉันกลับมาจากหลุมดำแห่งความทรงจำ "รวินท์ มองหน้าฉันค่ะ" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นแต่เต็มไปด้วยพลัง "อดีตเราแก้ไขไม่ได้ แต่ปัจจุบัน... เรากำลังยืนอยู่บนกระดานที่ต้องเดินต่อ ถ้าคุณอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับการตายของครอบครัวคุณ วิชาขั้นสูงในสมุดเล่มนี้คือสิ่งเดียวที่จะพาเราไปถึงเป้าหมายค่ะ" ฉันเงยหน้าสบตากับอาจารย์ พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น ฉันเป็นนักศึกษาสายตรรกะที่ก้าวเข้ามาสู่โลกของไสยเวท เพราะฉะนั้น ทุกอย่างต้องมีเหตุผลและมีวิธีแก้เสมอ "ฉันพร้อมแล้วค่ะอาจารย์ โปรดสอนวิธีควบคุมพลังขั้นสูงนี้ให้ฉันด้วยนะคะ" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของอาจารย์จันทร์เจ้าเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง เธอยื่นแท่งเทียนสีเงินเล่มเล็กให้ฉันถือไว้ "การเรียนรู้ศาสตร์ไสยเวทขั้นสูง ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการท่องคาถาค่ะ รวินท์ แต่เริ่มต้นด้วย 'การเปิดตาที่สาม' ผ่านการเชื่อมโยงพลังงานของไพ่ทาโรต์เข้ากับจิตวิญญาณของคุณโดยตรง หลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ แล้วบอกฉันสิคะว่า... ตอนนี้คุณรู้สึกถึงอะไรบ้าง" ฉันหลับตาลงตามคำสั่ง ปล่อยให้ความมืดมิดเข้าโอบล้อม แต่ในความมืดนั้น ฉันไม่ได้ยินแค่เสียงลมหายใจของตัวเองอีกต่อไปแล้ว... ฉันเริ่มได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาจากสำรับไพ่บนโต๊ะ เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะ และที่สำคัญที่สุด—เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวขึ้นบันไดไม้นอกห้องของเราอย่างเชื่องช้า มันไม่ใช่ฝีเท้าของมนุษย์ทั่วไป... แต่มันคือน้ำหนักของการก้าวเดินที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ฉันลืมตาโพลงขึ้นทันที หันไปสบตากับอาจารย์จันทร์เจ้าซึ่งตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาและจริงจังถึงขีดสุด เปลวเทียนในห้องดับลงพร้อมกันทั้งห้องโดยไม่มีลมพัดผ่าน! ในความมืดสลัว มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* ตามด้วยเสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุกดังลอดเข้ามาจากหน้าห้อง "อาจารย์คะ... รวินท์คะ... เปิดประตูต้อนรับเจ้าของวิชาตัวจริงให้หน่อยสิคะ" ร่างของหญิงสาวในชุดโบราณที่ฉันควรจะเผชิญหน้าในความฝัน กลับมายืนอยู่หน้าประตูห้องนี้แล้วจริงๆ ในยามวิกาลเช่นนี้! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับรวินท์ในทุกๆ บทตอนนะคะ
สารจากนักเขียน (ขวัญเนตรทายใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไพ่ทาโรต์นำทาง กับร่างทรงฝึกหัดข้างบ้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%