"เสียงไม้คานหักดังเปรี๊ยะ... ตามด้วยแรงถีบที่ทำให้บานประตูไม้สนเก่าแก่หลุดออกจากสลัก!"
เศษฝุ่นละอองและหยดน้ำฝนที่สาดซัดเข้ามาตามแรงลมพายุไต้ฝุ่นนอกบ้าน ตีปะทะเข้ากับใบหน้าของภัทรทันที แววตาของแพทย์หนุ่มจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้ทึบ ในมือซ้ายถือถ้วยน้ำกระชายผสมน้ำผึ้งป่าที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จ รอร้อนกรุ่น ไอระเหยสีขาวลอยอ้อยอิ่งตัดกับความมืดมิดภายในห้องที่ไฟตะเกียงน้ำมันก๊าดกำลังไหววูบ
กลุ่มชายฉกรรจ์สี่คนในชุดเสื้อกันฝนพลาสติกสีทึบ กลิ่นเหล้าขาวและกลิ่นโคลนสาบควายคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง นำโดย "เฉินต้าเหอ" ลูกพี่ลูกน้องฝั่งตระกูลเฉินผู้มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดพาดผ่านแก้มซ้าย มันกวาดสายตาหิวกระหายมองไปรอบบ้าน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ตู้เก็บสมุนไพรและหีบไม้ที่ภัทรใช้เก็บเงินจากการขายโสมป่าเมื่อสัปดาห์ก่อน
"ไอ้หมอสำอาง... อยู่บ้านคนเดียวท่าทางเหงาพิลึกนะมึง" เฉินต้าเหอยิ้มเยาะจนเห็นฟันเหลือง ร่างหนาใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมท่อนไม้ในมือ "ลุงกับป้าของมึงบอกว่า ของในบ้านหลังนี้ครึ่งหนึ่งเป็นของตระกูลเฉิน วันนี้พายุเข้า... ข้ามาขนของแทนพวกแก่เอง ไม่ต้องขอบใจหรอกวะฮ่าๆ!"
ภัทรวางถ้วยน้ำกระชายลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา เสียงกระทบของก้นถ้วยกับเนื้อไม้ดัง "กริ๊ก" ชัดเจนท่ามกลางเสียงคำรามของสายฝนด้านนอก เขาสบตาอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นทำให้อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงหลายองศา
"ของในบ้านหลังนี้ แม้แต่เศษดินติดรองเท้า ก็ไม่มีส่วนไหนเป็นของพวกปลิงไร้ยางอายอย่างพวกแก..." ภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวาน "และที่สำคัญ... พวกแกก้าวเท้าเข้ามาผิดจังหวะไปหน่อยนะ"
"ปากดีนักนะมึง! จับตัวมันไว้ อย่าให้มันส่งเสียง!" เฉินต้าเหอตะคอก พร้อมส่งสัญญาณให้ลูกน้องอีกสองคนพุ่งเข้าหาภัทรทันที
ทว่า... ก่อนที่มือหยาบกร้านจะทันได้แตะชายเสื้อกาวน์สีขาวที่ภัทรพับเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ เสียงคำรามต่ำที่ทรงพลังดั่งพญาเสือโคร่งก็ดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้องครัว
"ใครกล้าขยับ... ก้าวเดียว หัวมันจะหลุดออกจากบ่า"
ร่างสูงใหญ่ของจางเหว่ยโผล่พ้นเงาสลัวของเสาเรือน ในมือของเขาไม่ได้ถือปืนหรือมีดดาบ แต่เป็น "ขวานผ่าฟืนด้ามยาว" ที่ผ่านการลับจนคมกริบ แววตาดุดันคู่นั้นจ้องมองกลุ่มผู้บุกรุกราวกับมองซากศพที่ไร้ลมหายใจ ไอสังหารที่สะสมมาจากการผ่านสนามรบและชีวิตในค่ายทหารแผ่ซ่านกดทับจนลูกน้องของเฉินต้าเหอถึงกับขาอ่อนแรง
เฉินต้าเหอหน้าถอดสี ชักสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นอดีตทหารช่างผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุร้ายยืนขวางทางอยู่ "จ-จางเหว่ย! แก... แกไม่ได้ออกไปซ่อมสะพานท้ายหมู่บ้านหรอกรึ พายุเข้าแบบนี้ทำไมแกถึง..."
"ถ้าข้าไม่อยู่... ข้าจะรู้หรือวะ ว่ามีหมาบ้าฝูงไหนแอบเข้ามาเหยียบย่ำบ้านของภัทร" จางเหว่ยสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงย่ำเท้าหนักแน่นราวกับค้อนทั่งตีเหล็ก ทุกย่างก้าวบีบหัวใจคนฟังจนแทบหยุดหายใจ
จางเหว่ยขยับตัวบังหน้าภัทรไว้ครึ่งก้าว มือใหญ่วางทับลงบนบ่าบางของภัทรเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณความอบอุ่นและปกป้องอย่างเต็มเปี่ยม ภัทรสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่มาจากฝ่ามือของสามี หัวใจที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที เขาส่งยิ้มบางๆ ให้จางเหว่ย เป็นรอยยิ้มที่รู้กันดีว่า "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามีผู้ซื่อสัตย์คนนี้เถอะ"
"เห้ย! กลัวอะไรวะ มันมีแค่คนเดียว รุมมันเลย!" เฉินต้าเหอพยายามฮึดสู้ สั่งลูกน้องให้พุ่งเข้าใส่พร้อมกัน
แต่จางเหว่ยหาได้สะทกสะท้าน เขากวาดขวานในมือเป็นวงกว้างด้วยพละกำลังมหาศาล เสียงเหล็กกระทบกับท่อนไม้ในมือของอีกฝ่ายดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้พวกมันกระเด็นกระดอนคนละทิศละทาง ท่อนไม้หักเป็นสองท่อนในพริบตาเดียว จางเหว่ยใช้ด้ามขวานกระแทกเข้าที่ท้องของลูกน้องคนสนิทของเฉินต้าเหอจนทรุดลงไปนอนกองกับพื้น สำรอกน้ำลายเหนียวหนืดออกมาด้วยความจุก
ในจังหวะที่ชุลมุนนั้นเอง ภัทรที่ยืนอยู่ด้านหลังก็หยิบ "เข็มเงินฝังจุดชีพจร" ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ร่างเพรียวเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดั่งภูตผี พริบตาเดียวก็เข้าไปประชิดตัวชายฉกรรจ์อีกคนที่ถือท่อนเหล็กเตรียมจะลอบทำร้ายจางเหว่ยจากด้านหลัง
"ฉึก!"
เข็มเงินเล่มบางถูกกดลงที่จุดหลังใบหูอย่างแม่นยำ ชายคนนั้นแข็งค้างไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างก่อนจะล้มพับหมดสติไปอย่างไร้เสียง
เฉินต้าเหอหน้าซีดเผือดเป็นกระดาษ เมื่อเห็นลูกน้องมือดีสองคนหมดสภาพในเวลาไม่ถึงอึดใจ มันกัดฟันกรอด ถอยหลังกรูดไปจนติดประตูที่พังเสียหาย พร้อมชี้หน้าคาดโทษด้วยความแค้นเคือง "พวกแก... ฝากไว้ก่อนเถอะวะ! นายอำเภอเฉินไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่!"
"อยากไปนักใช่ไหม..." เสียงทุ้มต่ำของจางเหว่ยดังขึ้น พร้อมกับที่เขาเหวี่ยงขวานปักลงกับพื้นไม้ห่างจากปลายเท้าของเฉินต้าเหอไม่ถึงคืบ คมขวานจมลึกเข้าไปในเนื้อไม้จนเกิดรอยแตก
เฉินต้าเหอสะดุ้งสุดตัว ร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัว รีบหันหลังวิ่งหนีหายไปกับสายฝนและมืดมิดในค่ำคืนอันโหดร้ายอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งลูกน้องที่สลบไสลไว้เบื้องหลัง
บรรยากาศภายในบ้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงฝนที่ยังคงโปรยปรายกระทบหลังคากระเบื้องอย่างต่อเนื่อง ภัทรผ่อนลมหายใจยาว ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองสามีที่ตอนนี้รีบหันกลับมาสำรวจร่างกายของเขาด้วยความห่วงใยทันที
"ภัทร... เจ็บตรงไหนไหม? พวกมันทำอะไรคุณหรือเปล่า?" สุ้มเสียงแข็งกร้าวเมื่อครู่หายวับไป กลายเป็นความอ่อนโยนและร้อนรนจนน่าเอ็นดู มือหนาลูบตามแขนและไหล่ของภัทรเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย
"ผมไม่เป็นไรครับคุณ... แต่คุณนั่นแหละ เปียกฝนหมดแล้ว" ภัทรยื่นผ้าขนหนูแห้งที่หยิบมาจากตู้ให้จางเหว่ย พร้อมกับรินน้ำกระชายอุ่นๆ ที่ยังคงเหลือควันกรุ่นยื่นให้อีกฝ่าย "ดื่มนี่หน่อยนะครับ จะได้คลายความหนาว"
จางเหว่ยรับถ้วยน้ำสมุนไพรมาดื่มจนหมดกระปุก ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องอก เขาวางถ้วยลงก่อนจะรวบเอวบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับซอกคอของภัทรเพื่อสูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่คุ้นเคย ราวกับต้องการยืนยันว่าภรรยาคนนี้ปลอดภัยดีแล้วจริงๆ
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังดื่มด่ำกับความอบอุ่นท่ามกลางพายุฝนภายนอก เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ไม่ใช่เสียงพายุซัด... แต่เป็นเสียงเคาะสามครั้งที่หนักแน่นและจงใจ และตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกจากชายผู้หนึ่งที่ทำให้จางเหว่ยต้องชะงักฝ่ามือที่กำลังกอดภัทร
"คุณหมอภัทร... อยู่ข้างในไหมครับ? ทางการส่งข่าว่วน... เกิดเรื่องใหญ่ที่โรงพยาบาลอำเภอแล้วครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง และอินไปกับหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักและการเยียวยาของหมอภัทรนะครับ
คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง•ตอนที่ 22
คืนพายุโหม
ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!