คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง•ตอนที่ 19

กำแพงที่พังทลาย

ผลงานโดย หมอภัทรแก้ไขชะตา
"ถ้านายยังขุดเรื่องพวกนั้นขึ้นมาพูดอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะถือว่านายไม่ให้เกียรติความเป็นมนุษย์ของฉัน" เสียงของภัทรไม่ได้ดัง แต่กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้บรรยากาศภายในห้องครัวแคบๆ ของบ้านพักหลังน้อยพลوكเย็นเยียบลงถนัดตา เปลวไฟจากเตาถ่านที่กำลังเคี่ยวซุปไก่ตุ๋นโสมส่งเสียงเดือดปุดๆ แข่งกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุม สรรพสิ่งรอบตัวคล้ายถูกแช่แข็งด้วยสายตาคมกริบที่มักจะซ่อนความเยือกเย็นไว้หลังกรอบแว่นเสมอ จางเหว่ยหยุดมือที่กำลังหยิบชามกระเบื้องเคลือบ เขาไม่ได้ถอยหนี ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนก ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมฝ้ายเก่าๆ ค่อยๆ วางชามลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างเบามือที่สุด ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองตรงมายังภัทรด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก มีทั้งความห่วงใย ความอดทน และความเจ็บปวดที่สะท้อนลึกอยู่ภายใน ในยุคปี 1978 ที่ความยากจนและสายตาตัดสินจากคนรอบข้างคืออาวุธที่เฉียบคมที่สุด การมีชีวิตรอดในหมู่บ้านชนบทห่างไกลไม่ใช่เรื่องง่าย ภัทรผ่านความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลังในชาติภพก่อน—ความโหดร้ายของญาติพี่น้องที่จ้องจะสูบเลือดเนื้อ และความตายอันโดดเดี่ยวบนเตียงผ่าตัดที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ รอยแผลเป็นในใจเหล่านั้นไม่เคยจางหาย แม้เขาจะย้อนเวลากลับมาแก้ไขชะตากรรมของตัวเองและสร้างเนื้อสร้างตัวจากมิติลับในกำมือได้แล้วก็ตาม แต่กำแพงที่เขา construite (สร้าง) ขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกภายนอก กลับมีรอยร้าว... เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะรื้อฟื้นเรื่องเจ็บปวดของคุณนะภัทร" จางเหว่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงใจ ร่างหนาก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าวอย่างระมัดระวังราวกับกำลังเข้าใกล้สัตว์ป่าที่บาดเจ็บ "แต่ผมเห็นคุณสะดุ้งตื่นกลางดึกทุกครั้งที่ฝนตก... ผมเห็นรอยแผลเป็นบนข้อมือของคุณที่พยายามซ่อนมันไว้... คุณแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวไม่ไหวหรอกครับ ให้ผมได้ช่วยแบกด้วยคน... เถอะนะ" ภัทรเม้มริมฝีปากแน่น มือเรียวที่ถือทัพพีตักซุปสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกบางอย่างที่เขากลัวที่สุด—ความรู้สึกที่ว่า "มีคนมองเห็น" ตัวตนที่แท้จริงของเขา ความเงียบกินเวลานานนับนาที มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอกหน้าต่างกระดาษสา "นายอยากรู้จริงๆ งั้นเหรอ..." ภัทรแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไหววูบอย่างน่าใจหาย "เรื่องราวของคนที่ตายอย่างอนาถบนเตียงสีขาว... คนที่ถูกคนที่ตัวเองรักที่สุดและไว้ใจที่สุดผลักไสให้กลายเป็นเครื่องมือหาเงิน... นายคิดว่าคนแบบฉัน สมควรได้รับความรักจากใครจริงๆ งั้นเหรอ จางเหว่ย?" จางเหว่ยไม่ตอบด้วยคำพูด เขาตัดสินใจก้าวเข้าไปประชิดตัว ใช้สองมือหนาประคองใบหน้าเรียวของภัทรขึ้นอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับจอบจับเสียมและอาวุธปัดป้องความหนาวเหน็บ ค่อยๆ เกลี่ยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาบนดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นอย่างแผ่วเบา "สำหรับผม คุณไม่ใช่เครื่องมือใครทั้งนั้น... คุณคือบ้าน คือลมหายใจ และคือความหมายเดียวที่ทำให้ผมอยากตื่นขึ้นมาสู้ชีวิตในทุกๆ วัน" จางเหว่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงนั้นจริงจังจนหัวใจของภัทรสั่นสะท้าน "ไม่ว่าอดีตของคุณจะเน่าเฟะหรือโหดร้ายแค่ไหน ผมไม่ได้รักแค่อนาคตของคุณ... ผมรักทุกรอยแผล ทุกความดื้อรั้น และทุกหยดน้ำตาที่คุณพยายามซ่อนไว้" กำแพงน้ำแข็งที่ภัทรสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นหัวใจมาตลอด พังทลายลงในวินาทีนั้นเอง ร่างเพรียวทรุดฮวบลงในอ้อมกอดอุ่นของสามี นายทหารหนุ่มรวบร่างนั้นเข้าแนบอกแน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคงผ่านอ้อมกอดที่เปี่ยมด้วยความรัก ความเงียบงันเปลี่ยนเป็นเสียงสะื้นไห้เบาๆ ที่ถูกกลืนหายไปกับลาดไหล่กว้างของคนตรงหน้า ภัทรปล่อยให้ความเจ็บปวด ความแค้น และความหวาดกลัวที่สะสมมานานนับปีระบายออกมาผ่านหยาดน้ำตา โดยมีมือหนาคอยลูบแผ่นหลังปลอบโยนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งกลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารบางอย่างลอยเข้ามาแตะจมูก กลิ่นหอมกรุ่นของ "ไก่ตุ๋นโสมยาจีนป่า" จากมิติลับที่ผสมผสานกับเครื่องเทศชั้นเลิศและโสมอายุร้อยปี ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัวและทะลุออกไปนอกหน้าต่าง ลอยไปตามสายลมหนาวจนกระทั่งไปเตะจมูกของใครบางคนเข้า... ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางความมืดมิดยามวิกาล ขัดจังหวะช่วงเวลาอันลึกซึ้งของคนทั้งสอง ภัทรชะงัก รีบผละออกจากอ้อมอกของจางเหว่ยแล้วยกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว แววตาเด็ดเดี่ยวกลับมาฉายชัดอีกครั้ง จางเหว่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจที่มีคนมารบกวน แต่เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมเอ่ยเสียงเรียบ "เดี๋ยวผมออกไปดูเอง... ดึกดื่นป่านนี้ใครกันที่มาเคาะประตู" จางเหว่ยเดินสาวเท้าก้าวไปที่ประตูบ้าน มือหนาปลดกลอนออกแล้วกระชากเปิดกว้าง ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้าภายใต้แสงจันทร์สลัว กลับทำให้ลมหายใจของนายทหารหนุ่มต้องสะดุดกึก เมื่อผู้ที่ยืนอยู่หน้าบ้านในสภาพเนื้อตัวมอมแมมและหอบหายใจสะท้าน คือ "สะใภ้ใหญ่บ้านตระกูลเฉิน" คู่ปรับตัวแสบที่เพิ่งถูกภัทรตบหน้าหงายไปเมื่อไม่กี่วันก่อน นางกำลังถือตระกร้าเปล่าด้วยมือที่สั่นเทา พร้อมกับรอยยิ้มบิดเบี้ยวที่ซ่อนความประสงค์ร้ายเอาไว้จนน่ากลัว "คุณหมอภัทรอยู่ใช่ไหม?... ฉัน... ฉันมีเรื่องด่วนชีวิตแลกด้วยความตายจะมาบอก!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง และอินไปกับหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักและการเยียวยาของหมอภัทรนะครับ
สารจากนักเขียน (หมอภัทรแก้ไขชะตา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหมอผู้เย็นชากับแผนล้างบางบ้านทุ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%