"ก้าวล้ำเข้ามาอีกเพียงครึ่งชốn... ชีวิตของพวกเจ้าก็จะหลุดลอยดั่งควันไฟในสายลมหนาวแล้วนะครับ"
สุ้มเสียงราบเรียบ เย็นเยียบจนบาดลึกถึงกระดูกดำดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของค่ายกลรกร้าง ณ หุบเขาสามพันศพ ไอสังหารสีเทาเข้มแผ่พุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของแผ่นหิน ราวกับเงาพญายมที่กำลังอ้าแขนรอรับวิญญาณบาป หลี่เฟยยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดเสาหินศิลาโบราณ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองลอดผ่านความมืดไปยังเบื้องล่าง ในมือขวาของเขาไม่ได้ถือกระบี่... แต่กลับเป็นเพียงกิ่งไม้แห้งไร้ราคาเล่มหนึ่ง ทว่าในสายตาของเหล่ามือสังหารจากพรรคอสูรโลหิตที่ล้อมกรอบเข้ามา กิ่งไม้ธรรมดาเล่มนั้นกลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอาวุธวิเศษระดับนภาเสียอีก
เบื้องล่าง หมาป่าโลหิต "สื่อคง" ผู้นำหน่วยล่าสังหารแห่งพรรคอสูรโลหิต ขบกรามจนได้ยินเสียงกรอด มันกวาดตามองรอบกายด้วยความระแวง ค่ายกลอัคคีผันแปรที่พวกมันใช้เวลาเตรียมการถึงสามวันสามคืน บัดนี้กลับถูกพลิกผันกลายเป็นกับดักที่ปิดตายเส้นทางถอยร่นของพวกมันเองอย่างไร้ร่องรอย
"หลี่เฟย! เจ้าเด็กสารเลว คิดจะใช้กลลวงตื้นเขินเช่นนี้หลอกล่อพวกเรางั้นรึ?" สื่อคงคำรามลั่น เสียงของมันแหบพร่าและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่แผดเผา "คิดว่าเจ้าคนเดียวจะต้านทานยอดฝีมือระดับหลอมรวมวิญญาณสิบแปดคนได้หรือ? วันนี้ต่อให้เจ้ามีปีกบินได้ ก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือของข้า!"
หลี่เฟยเพียงแย้มยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความทะนงตนอันไร้ขอบเขต ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตan tian (ตันเถียน) หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ ในลำคอ
"กลลวงงั้นรึ? สื่อคง... เจ้าประเมินคำว่า 'ปัญญา' ต่ำเกินไปแล้วนะครับ" หลี่เฟยเอ่ยแผ่วเบา "ในยุทธภพ ผู้ที่ใช้กำลังมักตายด้วยกำลัง ผู้ที่ใช้เล่ห์มักตายด้วยเล่ห์... แต่ผู้ที่โง่เขลาและมั่นใจในตัวเองจนเกินเหตุเช่นเจ้า ย่อมตายด้วยความหยิ่งยโสของตนเอง"
สิ้นคำพูดของหลี่เฟย พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเหล่ามือสังหารพรรคอสูรโลหิตก็พลันเรืองแสงสีชาดขึ้นมา อักขระโบราณนับพันตัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ชั้นดินระเบิดออกพร้อมกัน! คลื่นพลังปราณสะท้อนกลับรุนแรงนับร้อยเท่าพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลายเป็นกรงขังอัคคีทมิฬที่แผดเผาทุกสรรพสิ่ง แรงดันมหาศาลกดทับร่างของยอดฝีมือทั้งสิบ-แปดคนจนกระอักเลือดสดๆ ออกมาพร้อมกัน
"อาร์ค... นี่มันค่ายกลอะไรกัน!" สื่อคงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันเพิ่งสำเหนียกได้ในวินาทีนี้เองว่า ทุกย่างก้าวที่พวกมันไล่ล่าหลี่เฟยเข้ามายังหุบเขานี้ แท้จริงแล้วคือการเดินตามหมากที่หลี่เฟยร้อยเรียงไว้ล่วงหน้าอย่างแยบยล ทุกการปะทะ ทุกร่องรอยการหลบหนี ล้วนเป็นการจงใจ "ล่อเสือออกจากถ้ำ" เพื่อต้อนพวกมันเข้าสู่เตาหลอมโลหิตแห่งนี้
ในขณะเดียวกัน ที่ยอดผาอีกด้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ลึกลงไปในม่านหมอกหนาทึบ ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะกำลังยืนประทับอยู่ เซียนจื่อเยว่ถือกระบี่วิเศษ "จันทราสยบดารา" ไว้ในมือเรียวบาง ไอเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปรอบรัศมีสิบลี้ ดอกบัวน้ำแข็งนับพันดอกเบ่งบานขึ้นกลางอากาศและร่วงหล่นลงมาสะกดจุดชีพจรของมือสังหารสำนักมารที่แอบซุ่มอยู่รอบนอกจนหมดสติไปในพริบตา
สายตาอันเย็นชาแต่ลึกล้ำของนางมองตรงไปยังร่างของหลี่เฟยที่ยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง แม้ใบหน้าของนางจะไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ แต่ลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นกลับสะท้อนความห่วงใยและความผูกพันที่ยอมมอบให้บุรุษผู้นี้แต่เพียงผู้เดียว
"ไอ้เด็กบ้า... เจ้าชอบเล่นกับไฟอยู่เรื่อย" เซียนจื่อเยว่พึมพำกับตัวเองเบื้องล่าง น้ำเสียงของนางเจือความระอาใจเล็กน้อย แต่ริมฝีปากบางกลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่งดงามจนล่มเมืองได้ "หากเจ้าพลาดพลั้งแม้แต่นิดเดียว... ข้าจะเผาหุบเจ้านี้ให้ราบเป็นหน้ากลองให้ดู"
หลี่เฟยย่อมสัมผัสได้ถึงกระแสปราณอันคุ้นเคยและอบอุ่นที่แผ่มาจากเบื้องล่าง หัวใจที่ด้านชามาตลอดชีวิตมือสังหารพลันกระตุกวูบอย่างอ่อนโยน เขากระชับกิ่งไม้ในมือมั่น ก่อนจะทอดสายตากลับมายังสื่อคงที่กำลังดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อทำลายค่ายกล
"สื่อคง เจ้ายังมีเวลาสั่งเสียอีกสามลมหายใจ... ว่ามาสิว่าใครคือผู้บงการเบื้องหลังที่สั่งให้พวกเจ้าตามล่าตระกูลหลี่เมื่อสิบปีก่อน?" หลี่เฟยเอ่ยถาม น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่ากลัว บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
สื่อคงหัวเราะร่าทั้งที่เลือดทะลักออกจากปาก มันแววตาเหี้ยมเกรียมขึ้นมากะทันหัน "ฮ่าๆๆ... หลี่เฟย เจ้าคิดว่าเจ้าชนะแล้วงั้นรึ? เด็กน้อยโง่เขลา ผู้บงการที่แท้จริงหาใช่คนของพรรคอสูรโลหิตไม่... แต่เป็นคนที่พวกเจ้าคาดไม่ถึงที่สุดต่างหาก!"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของสื่อคง แผ่นดินทั่วทั้งหุบเขาก็สั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะมืดมิดกลับถูกฉีกกระชากออกเป็นทางยาวด้วยรังสีดาบสีดำสนิท สายฟ้าสีม่วงเข้มผ่าฟาดลงมาตรงกลางค่ายกลอัคคีทมิฬอย่างแม่นยำ
*เปรี้ยง!*
แรงระเบิดมหาศาลซัดร่างของหลี่เฟยและสื่อคงกระเด็นถอยหลังไปคนละทาง หมอกควันสีดำทึบแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่เฟยต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความตกใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คือกลิ่นอายลมปราณสายหนึ่งที่เพิ่งปรากฏขึ้น... มันเป็นกลิ่นอายที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใด คลื่นกระบี่ที่เปี่ยมด้วยความเมตตาแต่กลับแฝงไว้ด้วยความเหี้ยมโหดปานกระบี่มาร!
เงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกหนาทึบอย่างช้าๆ สวมหน้ากากเงินลายพยัคฆ์ซ่อนจันทร์ ในมือถือกระบี่โบราณที่หยดหยาดเลือดสดๆ ลงสู่พื้นดินทีละหยด...
"ศิษย์พี่รอง...?" หลี่เฟยพึมพำออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ขณะที่ปลายกระบี่ในมือของอีกฝ่ายกำลังชี้ตรงมาที่หัวใจของเขาพอดี!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 17
แผนซ้อนกล
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!