กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา•ตอนที่ 19

เงาในเงามืด

ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
กลิ่นหอมหวานของกำยานจากแดนประจิมลอยอลวนอยู่ภายในห้องโถงแปดเหลี่ยม ทว่ากลับไม่อาจกลบกลิ่นคาวเลือดที่เจือจางอยู่ในอากาศได้ หลี่เฟยมองรอยยิ้มบนริมฝีปากของบุรุษในชุดคลุมผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงเบื้องหน้า ดวงตาคมกริบดั่งคมกระบี่หรี่แคบลงเล็กน้อย ความเงียบงันภายในห้องโถงนี้หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าขุนเขา ทว่าไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมือสังหารผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "เจ้าไม่แปลกใจเลยสักนิดหรือ... สหายเก่า" เสียงนั้นทุ้มนุ่มและเปี่ยมด้วยอำนาจ ก้องกังวานสะท้อนกับผนังหินหยกขาว หลี่เฟยแค่นเสียงเยียบเย็นออกมาจากลำคอ สายตาของเขากวาดมองไปยังเงาร่างระหงที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังบุรุษผู้นั้น นางเซียนจื่อเยว่... สตรีผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งในยุทธภพ บัดนี้แววตาของนางกลับสั่นไหวเล็กน้อยยามที่ประสานสายตากับเขา แม้ใบหน้าจะยังคงความเรียบเฉย ทว่าไอพลังปราณรอบกายกลับแปรปรวนจนแทบควบคุมไม่ได้ "หานเฟิง" หลี่เฟยเอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก "ข้าควรคาดคิดไว้แล้วว่า คนที่สามารถชักนำสำนักกระบี่เมฆาให้ตกอยู่ในหายนะ ย่อมไม่ใช่ศัตรูระดับปลายแถว แต่ไม่นึกเลยว่า... มือที่เคยถือกระบี่ผดุงคุณธรรมในอดีต บัดนี้กลับยอมก้มหัวให้แก่พิษร้ายและอำนาจมืด กลายเป็นสุนัขรับใช้ของแดนอสูรไปเสียแล้ว" รอยยิ้มบนใบหน้าของหานเฟิงแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะต่ำๆ อย่างเย้ยหยัน "คุณธรรม? หึ... ในยุทธภพที่ไร้ซึ่งความปรานี มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีสิทธิ์กำหนดกฎเกณฑ์ หลี่เฟย เจ้ายังคงยึดติดอยู่กับความโง่เขลาเหล่านั้น เจ้าคิดว่าการถือกระบี่โดดเดี่ยว ท่องไปในความมืด จะสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้งั้นหรือ? โลกใบนี้เน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยาแล้ว มีเพียงการทำลายและสร้างใหม่ภายใต้เงาของข้าเท่านั้น จึงจะนำมาซึ่งความสงบที่แท้จริง" บรรยากาศรอบกายพลันกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์เริ่มแผ่ซ่านออกจากร่างของหลี่เฟยทีละน้อย อุณหภูมิภายในห้องโถงลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างแข็งเกาะตามเสาหยก ในวินาทีนั้นเอง เซียนจื่อเยว่ก็ขยับตัว นางก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว มือเรียวดั่งหยกขาวกำด้ามกระบี่ประจำกายแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด นางเหลือบมองหลี่เฟยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน ความเจ็บปวด และความห่วงใยที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ท่าทีเยชา "หลี่เฟย..." เสียงหวานใสเอ่ยแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ "ถอยไปเสีย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรมา... นี่คือหลุมพราง" "ข้ารู้ว่านี่คือหลุมพราง" หลี่เฟยตอบโดยไม่ละสายตาจากหานเฟิง "และข้าก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อถอยกลับ" ดวงตาของหานเฟิงหรี่แคบลง รังสีสังหารพวยพุ่งออกจากร่างทันที พลังปราณระดับบรรลุขั้นเซียนแท้จริงระเบิดออกราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด "ในเมื่อเจ้าเลือกเส้นทางนี้เอง เช่นนั้นวันนี้ จงเอาชีวิตทิ้งไว้ที่นี่ พร้อมกับกระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้าเสียเถอะ!" สิ้นเสียงคำราม ร่างของหานเฟิงก็เลือนหายไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายลม ปราณกระบี่เพลิงผลาญสวรรค์พุ่งเข้าใส่หลี่เฟยอย่างดุร้าย ร้อนแรงจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว ฉับพลันนั้นเอง ประกายแสงสีฟ้าครามก็สว่างวาบขึ้นตัดผ่านความมืด เซียนจื่อเยว่ชักกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาด พุ่งเข้าไปขวางกั้นระหว่างการโจมตีของหานเฟิงและหลี่เฟยไว้! *เคร้ง!* ประกายไฟจากการปะทะกันของยอดฝีมือกระจายไปทั่วสารทิศ แรงสะเทือนทำให้ผนังหินหยกขาวแตกร้าวเป็นทางยาว เซียนจื่อเยว่ถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าขาวเนียนซีดเผือดลงเล็กน้อย มุมปากมีโลหิตสีแดงสดไหลรินออกมาหยดหนึ่ง "จื่อเยว่!" หลี่เฟยอุทานออกมาอย่างลืมตัว ความเย็นชาในแววตาแตกสลายลงในพริบตา แทนที่ด้วยโทสะอันรุนแรงที่แผดเผา "ข้า... ไม่เป็นไร" นางเซียนสาวเอ่ยเสียงกระซิบ ดวงตาคู่งามมองตรงไปยังหานเฟิงผู้เป็นอาจารย์และผู้นำสำนักที่นางเคยเคารพรัก "อาจารย์... พอได้แล้ว เส้นทางที่ท่านเดินอยู่ มีแต่จะนำพาสำนักไปสู่หายนะที่แท้จริง!" หานเฟิงหัวเราะลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังเด็กเนรคุณ! เจ้ากล้าเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องมันงั้นรึ? ดี! ในเมื่อเจ้าเลือกทรยศข้า วันนี้ข้าจะชำระล้างศิษย์อกตัญญูเช่นเจ้าด้วยมือของข้าเอง!" ทันใดนั้น หานเฟิงสะบัดมือวาบ ดาบมารโลหิตเล่มมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ พลังปราณมารสีดำสนิทแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งห้องโถง อักขระโบราณนับพันตัวส่องแสงเรืองรองบนใบดาบ บ่งบอกถึงวิชาต้องห้ามที่ทรงพลังและเหี้ยมเกรียมถึงขีดสุด หลี่เฟยสูดลมหายใจเข้าลึก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ในตันเถียนหมุนวนด้วยความเร็วสูงสุด ร่างกายของเขาผสานเข้ากับความมืดมิดรอบตัวอย่างไร้รอยต่อ เขาก้าวไปยืนเคียงข้างเซียนจื่อเยว่ ไหล่ชนไหล่ ประสานใจเป็นหนึ่งเดียว "เจ้ากลัวตายหรือไม่?" หลี่เฟยเอ่ยถามเสียงนุ่ม ทว่าเด็ดเดี่ยว เซียนจื่อเยว่แย้มยิ้มออกมาบางเบา รอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น รอยยิ้มที่มอบให้แก่เขาเพียงผู้เดียว "ตราบใดที่มีเจ้าเคียงข้าง ความตายก็เป็นเพียงการเดินทางไกลเท่านั้น" กระบี่ในมือของทั้งสองเปล่งประกายเจิดจ้าแข่งกับแสงจันทร์นอกหน้าต่าง ความมืดและความสว่างผสานกันเป็นหนึ่งเดียว เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีครั้งสุดท้ายที่จะตัดสินชะตากรรมของพวกเขาทั้งสาม ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระบี่จะกระทบกัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยก็ดังขึ้นจากเบื้องล่าง ตามมาด้วยเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวที่ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน ผนังด้านหลังของห้องโถงพังทลายลงอย่างไร้การป้องกัน ฝุ่นควันตลบอบอวล และท่ามกลางกลุ่มควันนั้น เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิท ปิดบังใบหน้าด้วยหน้ากากกระดูกอสูร ก็ก้าวเท้าเดินออกมาอย่างช้าๆ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของบุคคลปริศนานี้... น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าหานเฟิงเสียอีก มันคือพลังที่ก้าวข้ามขอบเขตแห่งเซียนไปสู่ระดับที่แม้แต่สวรรค์ยังต้องสั่นสะเทือน! หานเฟิงที่กำลังจะลงมือ ชะงักค้างทันที สีหน้าของจอมบงการผู้เย่อหยิ่งแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว และเมื่อบุคคลปริศนานั้นเอ่ยปากพูด ประโยคเดียวก็ทำให้หัวใจของหลี่เฟยและเซียนจื่อเยว่หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "เล่นสนุกกันพอหรือยัง... ว่าที่ร่างสถิตของข้า?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดและคมกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ **เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ**
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารจันทร์ดับดารา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%