ปลายมีดพับเล่มเล็กที่สะท้อนแสงจันทร์สลัวคมกริบเสียจนน่ากลัว เงาของชายแปลกหน้าทาบทับลงบนร่างของธันวาและรินรดาอย่างมิดชิด ความเย็นเยียบจากเหล็กกล้าดูจะเทียบไม่ได้กับบรรยากาศรอบตัวที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ รินรดากำชายเสื้อของชายหนุ่มแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อเงาร่างสีดำอีกหลายสายเริ่มขยับออกจากพุ่มไม้รอบด้าน ปิดตายทุกเส้นทางหนี
"นึกว่าจะหนีฉันพ้นเสียอีกนะ... ธันวา"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของชายแปลกหน้าผู้ก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่พวกเขา เต็มไปด้วยประกายแห่งความตายและคำสั่งเด็ดขาดที่ไม่มีวันปฏิเสธได้ "นายใหญ่ฝากบอกว่า... คนทรยศ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเลือกทางเดินของตัวเอง"
ธันวาก้าวออกไปข้างหน้าครึ่งก้าวเพื่อบังร่างของหญิงสาวไว้มิดชิด แม้บาดแผลจากการเดินทางไกลจะยังคงสร้างความปวดร้าวทุกครั้งที่ขยับตัว แต่แววตาของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและประกายไฟแห่งการท้าทายที่ลุกโชน
"ฝากบอกนายของแกด้วย ว่าฉันคืนอิสรภาพให้ตัวเองตั้งแต่วันที่เหยียบเข้ามาที่นี่แล้ว" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานในความเงียบสงัด มือขวาของเขาแอบไขว้ไปด้านหลังเพื่อสัมผัสด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้แจ็กเก็ตหนังอย่างเงียบเชียบ "และถ้าอยากจะได้ชีวิตฉันคืน... ก็ต้องถามกระสุนในนี้ดูก่อน"
ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเย็นยะเยือกของค่ำคืน รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามข่มความกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ เธอกวาดสายตามองกลุ่มชายฉกรรจ์ไม่ต่ำกว่าห้าคนที่ปิดล้อมอยู่รอบด้าน นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาอ่อนแอ หากพวกเขาจะตาย... อย่างน้อยก็ได้ตายในสถานที่ที่หัวใจโหยหาไม่ใช่หรือ
"ธันวา..." รินรดากระซิบเบาๆ มือบางเอื้อมไปแตะที่ข้อศอกของเขาอย่างแผ่วเบา ส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดที่มีผ่านปลายนิ้ว "เราสัญญากันไว้แล้วนะคะ ว่าจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันที่นั่น... ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาพรากเราจากสัญญานั้นหรอกค่ะ"
ชายหนุ่มเหลือบสายตากลับมามองหญิงสาวครู่หนึ่ง แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลงชั่วขณะ ความรู้สึกผิดและคราบน้ำตาในอดีตของเธอย้อนกลับมาเป็นแรงผลักดันให้หัวใจของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่แห้งผากของธันวา
"ครับ... เอ่อ, ค่ะ" ธันวาเกือบเผลอหลุดคำคุ้นเคยออกมา แต่ก็เปลี่ยนคำพูดทันทีเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่เจือรอยยิ้มของรินรดา "เราจะต้องไปถึงที่นั่นด้วยกัน... สัญญาค่ะ"
สิ้นเสียงคำมั่นสัญญา ร่างสูงก็พุ่งเข้าใส่เงาดำด้านหน้าทันทีราวกับเสือชีตาร์ที่รอจังหวะตะครุบเหยื่อ เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นทำลายความเงียบสงัดของป่าใหญ่ นกน้อยตื่นตกใจบินหนีขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามเข้ม
การต่อสู้ตะลุมบอนเกิดขึ้นท่ามกลางความมืด รินรดาหัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดเสียว เธอย่อตัวหลบกิ่งไม้และเศษหินที่กระเด็นจากการปะทะ ธันวาใช้วิชาการต่อสู้ที่สั่งสมมาแลกหมัดและหลบหลีกคมมีดอย่างยากลำบาก เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากหัวไหล่ของชายหนุ่มที่ถูกเฉือนด้วยคมมีด แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ ความห่วงใยที่มีต่อหญิงสาวด้านหลังทำให้เขาดึงพลังเฮือกสุดท้ายออกมาจัดการกับศัตรูทีละคนจนล้มลงไปนอนกองกับพื้น
ทว่า ชายแปลกหน้าหัวหน้ากลุ่มผู้มีรอยแผลเป็นที่หางตา กลับฉวยโอกาสพุ่งตัวเข้ามาด้านหลังของรินรดาในเสี้ยววินาทีที่ธันวากำลังติดพันกับลูกน้องอีกคน
"ระวังค่ะ ริน!" ธันวาตะโกนสุดเสียง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
คมมีดเล่มยาวถูกจ่อเข้าที่ลำคอระหงของรินรดาอย่างรวดเร็ว ความเย็นเฉียบของโลหิตและคมมีดทำให้หญิงสาวตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"วางอาวุธลงซะ! ไม่อย่างนั้น ผู้หญิงคนนี้คอขาดแน่!" หัวหน้ากลุ่มโจรตะโกนด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม เลือดที่ซึมออกจากรอยมีดเฉี่ยวผิวเนียนทำให้ธันวาต้องหยุดชะงักทันที
ธันวายืนหอบหายใจโยนปืนในมือทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่ลังเล ดวงตาคมกริบทอดมองไปยังรินรดาด้วยความรู้สึกเจ็บปวดลึกซึ้ง ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่หัวใจของเขาอีกครั้ง ทั้งหมดเป็นเพราะเขา... เป็นเพราะอดีตอันดำมืดของเขาที่ตามมาหลอกหลอนผู้หญิงบริสุทธิ์คนนี้
"ปล่อยเธอไป... เธอยุ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้" ธันวาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปหาด้วยท่าทีจำนน "นายอยากได้ชีวิตฉันไม่ใช่หรือไง เอาไปสิ!"
"หึ! ฉันไม่ได้ต้องการแค่ชีวิตแกคนเดียวหรอก... นายใหญ่ต้องการให้พวกแกสองคนหายไปจากโลกนี้พร้อมๆ กันต่างหาก" หัวหน้าโจรหัวเราะเยาะในลำคอ นิ้วที่กำด้ามมีดยังคงกดน้ำหนักลงบนลำคอของรินรดาจนเลือดสีแดงซึมออกมาชัดเจนขึ้น "ลาก่อนนะ... คู่รักผู้โชคร้าย"
รินรดาหลับตาลงชั่วขณะ เธอไม่ได้หวาดกลัวความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่เธอกลับเสียดาย... เสียดายที่พวกเขายังไม่ทันได้เดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางตามสัญญาใจที่ให้ไว้ต่อกัน ภาพความทรงจำในอดีต ภาพรอยยิ้ม และความอบอุ่นในอ้อมแขนของธันวาไหลย้อนเข้ามาในห้วงคำนึง น้ำใสๆ ไหลรินผ่านแก้มเนียนเงียบๆ
แต่ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ก่อนที่คมมีดจะกรีดลึกเกินกว่าจะเยียวยา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังสนั่นก้องมาจากเบื้องหลัง พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างจ้าที่สาดส่องตรงมายังจุดเกิดเหตุจนแสบตา
"วางอาวุธลงทั้งหมด! นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ! พวกคุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว!" เสียงตะโกนทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับเสียงกระชับปืนของเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่จ่อตรงมายังกลุ่มโจร
หัวหน้าโจรหน้าถอดสีทันทีด้วยความตกใจ มันผละถอยหลังออกจากรินรดาโดยอัตโนมัติเพื่อหาทางหลบหนี แต่ทว่า... สายเกินไปแล้ว เจ้าหน้าที่กรูเข้ามาควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เพียงไม่กี่วินาที กลุ่มโจรทั้งหมดก็ถูกกดให้นอนราบกับพื้น
ธันวารีบพุ่งเข้าไปคว้าตัวรินรดาดึงเข้ามาสวมกอดไว้แน่นทันทีที่เธอเป็นอิสระ อ้อมกอดนั้นแน่นแฟ้นและสั่นเทาเล็กน้อย รินรดาซบใบหน้าลงกับอกแกร่งของชายหนุ่ม ปล่อยให้น้ำตาแห่งความโล่งใจไหลรินออกมาเปื้อนเสื้อเชื้อชุ่มเหงื่อของเขา
"ปลอดภัยแล้วนะคะ... รินปลอดภัยแล้ว" ธันวาพกระซิบเสียงสั่น พลางกดจูบลงบนขมับของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม
หลังจากจัดการเคลียร์พื้นที่และส่งตัวคนร้ายทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแล้ว ทั้งสองก็เดินเคียงคู่กันออกมาจากเขตป่าทึบจนกระทั่งมาถึงจุดหมายปลายทางที่พวกเขาวาดฝันไว้ หน้าผาสูงชันที่มองเห็นผืนน้ำกว้างใหญ่ไพศาลและเส้นขอบฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมชมพู แสงแรกแห่งรุ่งอรุณกำลังทอประกายขึ้นขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนอันยาวนาน
รินรดาสูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์เข้า It's breathtaking. ความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้นเมื่อได้มายืนอยู่ ณ จุดนี้ เคียงข้างชายหนุ่มผู้กุมหัวใจของเธอ
"เราทำได้แล้วนะคะ ธันวา" รินรดาหันไปยิ้มให้เขา แววตาคู่นั้นสุกสกาวกว่าแสงอาทิตย์ยามเช้า
ธันวายิ้มรับพลางโอบไหล่บางให้แนบชิดกับตัวมากขึ้น เขากำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างเพื่อยืนยันคำสัญญาในใจ แต่ทว่า... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของเขากลับสั่นครืนขึ้นทำลายความเงียบสงบ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาหน้าจอแสดงเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้ แต่เขารู้จักมันดี... มันคือเบอร์สายตรงจาก "คนคนนั้น" ผู้ทรงอิทธิพลที่เขาเพิ่งประกาศตัวเป็นศัตรู
รินรดาสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของธันวา หัวใจของเธอกลับมากระตุกวูบอีกครั้งด้วยความสังหรณ์ใจประหลาด
ธันวากดรับสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย แนบโทรศัพท์เข้ากับใบหู ท่ามกลางเสียงคลื่นลมสงบและแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า เสียงทุ้มแหบพร่าและเย็นเยียบจนน่าขนลุกก็ดังลอดออกมาจากปลายสาย ทำเอาลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก
*"คิดจริงๆ หรือธันวา... ว่าการส่งพวกมันเข้าคุก จะทำให้แกหลุดพ้นจากเงื้อมมือของฉันได้?"* เสียงนั้นกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ *"หันไปมองข้างหลังเธอนสิ... ของขวัญต้อนรับเช้าวันใหม่จากฉัน กำลังรอให้อยู่ร่วมเฉลิมฉลองด้วยนะ"*
ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขารีบหันขวับกลับไปมองเบื้องหลังตามคำท้าทายนั้นทันที... และภาพที่ปรากฏตรงหน้า ก็ทำให้เลือดในกายของเขากลายเป็นน้ำแข็งในพริบตาเดียว!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครมาจนถึงบทนี้ด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนสุดท้ายค่ะ!
ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 44
สัญญาใจ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!