ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 41

เช้าวันใหม่

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
กลิ่นอับของความทรงจำและฝุ่นผงที่เกาะกุมตามซอกมุมของเรือนไม้เก่า ไม่เคยน่ากลัวเท่ากับความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเปลือยเมื่อคืนนี้ รินรดากวาดสายตามองไปรอบห้องนั่งเล่นที่ครั้งหนึ่งเคยอบอวลไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ก่อนที่ความตายและการทรยศจะเข้ามาขีดเส้นแบ่งระหว่างเธอกับโลกทั้งใบ นิ้วเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายสีขาวบรรจงหยิบกรอบรูปบนชั้นวางขึ้นมาเช็ดอย่างเบามือ ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลายคามือ เช่นเดียวกับความรู้สึกของเธอในตอนนี้ ลายเซ็นต์เส้นนั้น... ลายเซ็นต์ที่ปรากฏอยู่บรรทัดสุดท้ายของจดหมายฉบับนั้นยังคงวนเวียนกรีดแทะอยู่ในหัวใจ ทุกหยดหมึกสีเลือดคือหลักฐานอัน ircorruptible ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนที่เธอเคารพรักและมอบความไว้วางใจให้มากที่สุด คือคนเดียวกันกับคนที่ผลักเธอลงสู่หุบเหวแห่งความมืดมิด ประตูบ้านไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน รินรดาไม่จำเป็นต้องหันไปมองเธอก็รู้ว่าใครคือผู้มาเยือน ฝีเท้าที่คุ้นเคยนั้นมั่นคงและเงียบเชียบเสมอ "คุณไม่ควรมาที่นี่ค่ะ ธันวา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ แต่กลับเย็นชาจนน่าใจหาย ธันวาหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู ร่างสูงโปร่งในเสื้อโค้ตสีเข้มทอดเงายาวทับร่างของเธอ เขามองแผ่นหลังที่สั่นเทาเล็กน้อยนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา มีความห่วงใยเจืออยู่ในความเงียบงัน แต่รินรดาในตอนนี้ ไม่ต้องการความเห็นใจจากใครทั้งสิ้น โดยเฉพาะจากเขา ผู้ชายที่เข้ามาในชีวิตเธอพร้อมกับความลับนับร้อย "ผมรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ริน" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย "การเก็บกวาดอดีตไม่ได้ช่วยให้คุณลบมันออกไปจากความทรงจำได้หรอกนะคะ ยิ่งคุณพยายามทำความสะอาดบ้านหลังนี้มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งฝังตัวเองลึกลงไปในหลุมศพที่พวกมันขุดไว้ให้เท่านั้น" รินรดาวางกรอบรูปลงบนโต๊ะอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างเงียบงันมาตลอดคืน แต่ไม่มีน้ำตาหลงเหลือให้อีกแล้ว มีเพียงประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวที่ลุกโชนขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังทางจิตใจ "แล้วคุณล่ะ ธันวา?" เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "คุณเข้ามาในชีวิตฉันเพื่ออะไรกันแน่ ในเมื่อความลับทุกอย่าง... คุณก็รู้อยู่แก่ใจดีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงปล่อยให้ฉันโง่งมอยู่คนเดียวตั้งนานสองนาน" ธันวาสบตากับเธอ นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดังเดิม "เพราะผมอยากปกป้องคุณ... จากความจริงที่มันโหดร้ายเกินกว่าที่คุณจะรับไหว" "ปกป้องเหรอคะ?" รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งผากและบาดลึก "การปล่อยให้ฉันใช้ชีวิตอยู่บนความหลอกลวง มันคือการปกป้องตรงไหนกันคะ ธันวา คุณก็เหมือนคนพวกนั้น... คนที่รู้ความจริงทุกอย่างแต่เลือกที่จะยืนดูฉันตลกคาดหวังอยู่ฝ่ายเดียว" เธอก้าวเดินผ่านเขาไปเพื่อหยิบผ้าและน้ำยาทำความสะอาดเตรียมเช็ดถูพื้นห้องต่อ แต่ธันวากลับคว้าข้อมือเธอไว้เบื้องหลัง แรงบีบนั้นไม่มากเกินไปจนเจ็บ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอต้องหยุดชะงัก "ฟังผมนะริน..." เสียงของเขาอ่อนลง เจือความเวทมนตร์บางอย่างที่เกือบจะทำให้เธอยอมแพ้ "จดหมายฉบับนั้นไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือจุดเริ่มต้นต่างหาก คนที่บงการเรื่องทั้งหมดไม่ได้ตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อสัปดาห์ก่อน และถ้าคุณยังดื้อดึงจะรื้อฟื้นทุกอย่างขึ้นมาตอนนี้ คุณนั่นแหละที่จะเป็นรายต่อไป" รินรดาหันกลับมามองหน้าเขา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นอายเฉพาะตัวของธันวาผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ จากภายนอก หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นด้วยความกลัวผสมผสานกับความโกรธแค้น "ถ้าฉันต้องตาย... ฉันก็อยากตายบนความจริงค่ะ ดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปด้วยความโง่เขลาแบบนี้" เธอพูดลอดไรฟัน ดวงตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ปล่อยมือฉันค่ะ ธันวา" เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ คลายมือออกอย่างไม่เต็มใจนัก รินรดารีบเบือนหน้าหนีแล้วก้มลงจัดการกับกองเอกสารเก่าๆ ที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เธอหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำเล่มหนึ่งขึ้นมา ปัดฝุ่นออกเบื้องหน้า แล้วเปิดพลิกดูหน้ากระดาษที่เหลืองกรอบ สมุดบันทึกเล่มนี้... เป็นของบุคคลที่เพิ่งปรากฏชื่อในจดหมายฉบับนั้น นิ้วของเธอสั่นเทาขณะไล่อ่านลายมือหวัดๆ ที่บันทึกเรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวเมื่อสิบปีก่อน ทุกตัวอักษรคือคำสารภาพบาปที่ถูกซ่อนเร้น และในหน้าสุดท้าย หน้าที่ถูกพับมุมไว้ รินรดาพบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กสอดอยู่ มันเป็นข้อความที่เขียนขึ้นด้วยลายมือสดใหม่ หมึกยังคงดำสนิท ราวกับเพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้เอง *‘ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะลูกรัก... ถ้าเธออ่านข้อความนี้ แปลว่าเธอฉลาดกว่าที่ฉันคิด แต่ก็น่าเสียดาย ที่ความอยากรู้อยากเห็น จะทำให้เธอไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้’* เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่หน้าประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังบ้าน เสียงกระจกแตกกระจายดังเพล้ง! เศษแก้วคมกริบปลิวว่อนไปทั่วห้อง ธันวาพุ่งเข้ามาคว้าตัวรินรดาหลบวิถีกระสุนที่เจาะทะลุผนังไม้เข้ามาอย่างเฉียดฉิว ก่อนที่เงาดำร่างหนึ่งจะก้าวข้ามกรอบหน้าต่างที่แตกละเอียดเข้ามา พร้อมกับปลายกระบอกปืนสีดำสนิทที่เล็งตรงมายังพวกเขา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%