ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า•ตอนที่ 1

กล่องดนตรีที่หยุดเดิน

ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
“ถ้าจะมาเพื่อทวงคืนสมบัติ ก็เชิญหยิบมันไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ แต่ถ้ามาเพื่อจะตอกย้ำเรื่องเมื่อสามปีก่อน... ธันวา ฉันแนะนำให้คุณเดินออกไปทางประตูเดิมที่เข้ามา” รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันไปมองร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงมุมห้อง กลิ่นอายของฝุ่นผงที่อบอวลอยู่ในบ้านไม้เก่าแก่หลังนี้ดูจะรุนแรงขึ้นกว่าทุกครั้งที่เธอสัมผัส มันเป็นกลิ่นของความทรงจำที่เน่าเปื่อย กลืนกินลมหายใจของเธอให้ติดขัด ชายหนุ่มที่ถูกพาดพิงไม่ได้ขยับกายตอบโต้ เขาเพียงแต่กวาดสายตามองร่องรอยของกาลเวลาที่กัดกินคฤหาสน์ตระกูลดารินทร์ผ่านกรอบหน้าต่างที่ปิดตาย “ผมไม่ได้มาทวงคืนอะไรทั้งนั้น ริน... ผมแค่มาดูว่า ‘ของตาย’ ชิ้นนี้ ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า” คำว่า ‘ของตาย’ กระแทกเข้ากลางใจหญิงสาวจนมือที่กำลังปัดฝุ่นบนโต๊ะไม้สักแกะสลักสั่นเทา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมา รินรดากำผ้าเช็ดฝุ่นในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเกลียดน้ำเสียงเยือกเย็นที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้นั่นเกลียดความรู้สึกที่ว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ชายผู้นี้ยังคงมีอิทธิพลต่อจังหวะหัวใจของเธอเสมอ “ชีวิตของฉันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการอนุญาตของคุณ” เธอหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่สวยที่เคยเต็มไปด้วยความสดใสบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ซ่อนความร้าวรานเอาไว้ “และที่นี่... ไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะเหยียบย่างเข้ามาอีก” ธันวาก้าวเท้าเข้ามาใกล้หนึ่งจังหวะ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้กระดานเก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดลึกราวกับเสียงกรีดร้องของบ้านทั้งหลัง เขาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมไม้กฤษณาจางๆ ที่คุ้นเคยของเขาทำเอารินรดาต้องถอยหลังไปชนกับตู้โชว์ใบเก่า “บ้านหลังนี้พังทลายลงไปพร้อมกับเขา... คุณเองก็รู้ดีแก่ใจ รินดา” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ ราวกับจะขุดคุ้ยความลับที่เธอฝังกลบไว้ใต้กองซากปรักหักพังของความรู้สึก “ทำไมต้องกลับมาขุดหลุมศพตัวเองขึ้นมาใหม่?” รินรดาไม่ตอบ เธอหันไปสนใจสิ่งที่วางอยู่บนชั้นตู้ที่เธอเพิ่งทำความสะอาด กล่องดนตรีไม้สนที่ดูหม่นหมองไร้ความแวววาว มันเป็นวัตถุชิ้นเดียวที่เธอยอมเปิดกล่องขนของกลับมาจากอพาร์ตเมนต์ในเมืองด้วย กล่องดนตรีที่ ‘นที’ คนรักที่จากไปมอบให้ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง นิ้วเรียวแตะลงบนฝาไม้อย่างแผ่วเบา รอยจารึกชื่อย่อ ‘R & N’ ที่สลักอยู่บนนั้นเริ่มเลือนลางไปตามกาลเวลา เธอออกแรงกดเปิดฝาออก *แกร๊ก...* เสียงเฟืองเหล็กขัดตัวกันดังสนั่นแทนที่จะเป็นท่วงทำนองเพลง Waltz ที่ควรจะลอยละล่องออกมา มันเป็นเพียงเสียงแหลมสูงของโลหะที่บดเบียดกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ ก่อนจะนิ่งสนิทไปเหมือนหัวใจของเธอที่ไม่เคยขยับเขยื้อนนับแต่วันนั้น “มันพังแล้ว” ธันวาพูดเรียบๆ “เหมือนกับทุกอย่างที่คุณพยายามรักษาไว้... พังไม่มีชิ้นดี” รินรดานิ่งงัน ปลายนิ้วยังคงแตะอยู่ที่แกนไขลานที่หยุดหมุน เธอหลับตาลง ภาพเหตุการณ์ในคืนฝนตกคืนนั้นหวนกลับมา... เสียงเบรกของรถยนต์ เสียงกระจกแตก และคำพูดสุดท้ายที่เขาทิ้งไว้ก่อนที่ลมหายใจจะขาดห้วง ความรู้สึกผิดที่กัดกินใจเธอมาตลอดสามปีถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ “ฉันไม่ได้พยายามรักษาอดีต” เธอพึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่า “ฉันแค่กำลังรอให้มันหยุดหมุน... แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่ยอมปล่อยให้ฉันได้พักเลย” ธันวาเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้ แรงบีบที่มั่นคงนั้นดึงสติเธอให้กลับมาเผชิญหน้ากับความจริง เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างหู “ถ้ามันหมุนไม่ได้ด้วยมือคุณ... บางทีคุณอาจจะต้องยอมให้ใครสักคนช่วยไขลานให้ใหม่” รินรดาสะบัดมือออกด้วยความตระหนก ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ต่อว่า สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ผิดปกติภายในกล่องดนตรีที่เธอคิดว่าว่างเปล่า แผ่นไม้รองด้านล่างของกล่องดนตรีไม่ได้เรียบสนิทเหมือนที่เคยเป็น มันมีรอยเผยอออกราวกับถูกงัดด้วยของมีคม เธอขยับแผ่นไม้นั้นออกด้วยความระมัดระวัง เผยให้เห็นช่องลับเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ มันไม่ใช่แค่เศษไม้ แต่มันคือจดหมายแผ่นเล็กๆ ที่พับจนยับยู่ยี่ และกุญแจเงินรูปร่างประหลาดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน “นั่นมันอะไร?” ธันวาขมวดคิ้ว แววตาที่เคยนิ่งเฉยของเขาเปลี่ยนไปทันที ราวกับกุญแจดอกนั้นคือสิ่งที่เขาตามหามาตลอดชีวิต รินรดาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่ออก ลายมือหวัดๆ ของนทีที่เธอจดจำได้ดีเขียนไว้เพียงไม่กี่บรรทัด แต่เพียงพอที่จะทำให้โลกทั้งใบของเธอสั่นสะเทือน *‘ริน... ถ้าเธอได้อ่านจดหมายฉบับนี้ แสดงว่าฉันไม่ได้อยู่เพื่อปกป้องความลับนี้อีกต่อไป กุญแจดอกนี้จะเปิดประตูที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่... อย่าไว้ใจใคร แม้แต่คนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอตอนนี้’* รินรดาชะงัก เธอค่อยๆ หันกลับไปมองธันวาที่ยืนอยู่ข้างหลัง ชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ เขาเพียงแต่หยิบปืนพกกระบอกเล็กออกมาจากเสื้อสูทเงียบๆ แล้วจ่อมาที่เธอด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยจนน่ากลัว “ส่งกุญแจมาให้ฉัน รินดา... แล้วฉันจะบอกความจริงว่าทำไมคนรักของคุณถึงต้องตาย ในคืนที่เขาวางแผนจะหักหลังตระกูลของผม” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกในหยาดน้ำค้างครับ - ไวโอเล็ตการ์เด้น
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ความลับในแปลงดอกไวโอเล็ต: บันทึกรักบานยามเช้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%