กุนซือสาวแห่งยุคเจ็ดสิบ กับนายพลผู้กุมทัพเหล็ก•ตอนที่ 6

เงาปริศนาในยามวิกาล

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
ความเงียบงันในยามวิกาลของหมู่บ้านจัดสรรยุคเจ็ดสิบ หาได้สงบดั่งเช่นผืนน้ำยามไร้ลมไม่ หากแต่เปรียบเสมือนผืนผ้าใบบนกระดานล้อมจับที่ซ่อนคมมีดไว้ทุกตารางนิ้ว แสงจันทร์สีนวลกระจ่างที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างกระดาษเก่าคร่ำคร่า ส่องกระทบลงบนร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ริมระเบียงห้องพักฝั่งตรงข้าม หลี่จ้าน... นายพลผู้กุมอำนาจกองทัพภาคเหนือ ผู้ซึ่งคนทั้งกองพลต่างหวาดผวาในความเยือกเย็นและเด็ดขาด ยามนี้ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้นกลับมิได้ทอดมองไปยังค่ายทหารหรือรายงานลับทางการเมือง หากแต่กำลังจดจ่ออยู่ ณ บานหน้าต่างไม้ที่เปิดแง้มไว้เพียงน้อยนิดของบ้านตระกูลไป๋ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมทหารสีเขียวเข้มไร้ประดับยศ ยืนตระหง่านราวกับรูปสลักหินแกรนิต สายตาของเขาไม่ได้กะพริบเลยแม้แต่น้อยยามที่สังเกตการณ์เคลื่อนไหวภายในห้องนั้น "ท่านผู้พัน... ให้กระผมเข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยรอบบริเวณอีกรอบหรือไม่ขอรับ?" เสียงกระซิบแผ่วเบาจากนายทหารคนสนิทดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง หลี่จ้านยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม ปลายนี้วนเวียนอยู่บริเวณขอบหน้าต่างไม้สักเก่าคร่ำคร่าของเขาเอง นัยน์ตาดุจเหยี่ยวหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อภาพเบื้องหน้าสะท้อนเข้าสู่โสตประสาทและครรลองสายตา สตรีที่เขากำลังจับตามองหาใช่หญิงชาวบ้านผู้ยากไร้และคุ้นชินกับการก้มหน้ายอมจำนนต่อโชคชะตาตามสภาพสังคมในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ไม่... ไป๋จินเฟิงในยามที่ไร้ซึ่งสายตาของผู้คนรุมล้อม นางกำลังนั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวเก่า แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงน้อยสาดส่องใบหน้างามล้ำที่ประดับด้วยความสุขุมลุ่มลึก ท่าทางการหยิบจับสมุนไพรจีนโบราณเพื่อคัดแยกตัวยาของนาง ช่างสง่างาม ละเมียดละไม และเต็มไปด้วยจังหวะจะโคนราวกับราชนิกุลสูงศักดิ์ผู้กำลังร่ายรำดาบในงานพิธีหลวง ทุกย่างก้าวของการขยับปลายนิ้ว ทุกจังหวะการผ่อนลมหายใจ ล้วนสะท้อนถึงการอบรมสั่งสอนที่ลึกซึ้งในราชสำนักโบราณ—สำนักที่ล่มสลายไปพร้อมกับกาลเวลา แต่มันยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของนางอย่างสมบูรณ์ หลี่จ้านขมวดคิ้วมุ่น หัวใจที่เคยด้านชาต่อเล่ห์กลและการเมืองมานับครั้งไม่ถ้วน กลับกระตุกวูบอย่างประหลาด *สตรีผู้นี้... นางเป็นใครกันแน่?* ภาพของบุตรสาวตระกูลขุนนางตกยากที่เคยถูกเหยียบย่ำ ถูกปัดเป่าทิ้งจนแทบไม่เหลือค่าในสายตาของพวกผู้ตรวจการรัฐ ลอยวนเวียนขัดแย้งกับภาพหญิงสาวผู้มีรัศมีแห่งอำนาจและความเย่อหยิ่งทระนงที่ฉายชัดออกมาจากทุกอณูผิว นางสวมใส่เพียงเสื้อผ้าฝ้ายเก่าๆ ทว่ากลับทำให้มันดูราวกับแพรไหมปักดิ้นทองชั้นดีได้ด้วยอิริยาบถอันสูงส่งของตนเอง ภายในห้องพัก ไป๋จินเฟิงหยุดชะงักมือจากการบดยา นางมิได้หันมามองทางหน้าต่าง ทว่ามุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ราวกับล่วงรู้เป็นอย่างดีว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังแอบลอบสำรวจนางอยู่ นางวางโถบดยาลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานใสดุจระฆังเงิน ท่ามกลางความเงียบงัดยามวิกาล "การแอบมองสตรีในยามวิกาลเช่นนี้... ดูจะไม่สมกับเกียรติของท่านนายพลผู้ยิ่งใหญ่แห่งกองทัพภาคเหนือกระมังเพคะ" คำพูดนั้นไม่ได้ดังมากนัก ทว่ากลับลอยผ่านสายลมยามค่ำคืนเข้ามาสู่โสตประสาทของหลี่จ้านอย่างชัดเจนราวกับนางมายืนกระซิบอยู่ข้างกาย ใบหน้าคมคายของนายพลหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ไหวพริบและความระแวดระวังของนาง... เหนือล้ำยิ่งกว่าสายลับมือดีในกองทัพเสียอีก หลี่จ้านไม่หลบซ่อนตัวอีกต่อไป เขาก้าวเท้าออกจากระเบียงด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับเสือดาว ย่างก้าวข้ามผ่านรั้วกั้นเตี้ยๆ และมาปรากฏกายอยู่เบื้องหน้าบานหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านบังแสงจันทร์เสียมิด ทว่าดวงตาคมกล้าคู่นั้นกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาวโดยไม่หลบเลี่ยง "เจ้าเป็นใครกันแน่... ไป๋จินเฟิง" หลี่จ้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำทุบ ทรงพลัง และเปี่ยมด้วยแรงกดดันอันมหาศาลที่มักใช้สยบแม่ทัพนายกอง "สตรีชาวบ้านธรรมดา ย่อมไม่มีท่าทางการเดิน การจับวาง หรือแม้แต่สายตาที่มองโลกเช่นเจ้า... เจ้าซ่อนตัวตนอันใดไว้เบื้องหลังคราบของบุตรสาวตระกูลตกยากผู้นี้กัน?" ไป๋จินเฟิงเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มบางเบายังคงประดับอยู่บนเรียวปาก ทว่าแววตาคู่นั้นกลับลึกล้ำดั่งก้นบึ้งของมหาสมุทร ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือเกรงกลัวต่ออำนาจของชายหนุ่มผู้กุมกองทัพเลยแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ท่วงท่าการขยับกายนั้นงดงามราวกับภาพวาดโบราณที่หลุดออกมาจากม้วนคัมภีร์ "ท่านนายพลกังวลเรื่องสถานะของหม่อมฉัน... หรือว่ากำลังหวาดกลัวต่อสิ่งอื่นกันแน่คะ?" เสียงหวานเอ่ยถามอย่างท้าทาย พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้หน้าต่างทีละน้อย จนกลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรจีนโชยปะทะนาสิกของชายหนุ่ม หลี่จ้านนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงมาตลอดกลับเริ่มปั่นป่วนด้วยแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ รอยยิ้มเย้ยหยันและแววตารู้ทันของหญิงสาวเบื้องหน้ากำลังท้าทายอำนาจทั้งหมดที่เขามี ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและชวนให้หัวใจเต้นระรัว จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องสว่างจ้าตัดผ่านความมืดมิด เสียงตะโกนก้องด้วยความตกใจของทหารยามดังลั่น "ท่านผู้พันครับ! มีคำสั่งด่วนจากส่วนกลาง... ส่งตรงถึงท่านโดยเฉพาะ!" หลี่จ้านละสายตาจากดวงตากลมโตคู่สวยของไป๋จินเฟิงอย่างไม่เต็มใจนัก เขากวาดตามองไปยังทิศทางที่มีเสียงเอะอะ ไป๋จินเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากของนางจางหายไปแทนที่ด้วยความระแวดระวัง นางเอ่ยกระซิบเบาๆ ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจของนายพลหนุ่ม "ดูเหมือนว่า... ค่ำคืนนี้แขกผู้ไม่ได้รับเชิญ จะไม่ได้มีเพียงแค่ท่านคนเดียวเสียแล้วกระมังคะ... ท่านนายพล" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านความมืดมิดไปพร้อมกันในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ... เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือสาวแห่งยุคเจ็ดสิบ กับนายพลผู้กุมทัพเหล็ก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%