กลิ่นอายของใบชาตากแห้งราคาถูกและกลิ่นสาบโคลนของดินเปียกชื้นยามฤดูฝนอบอวลอยู่ปลายนาสิก ทว่าสติสัมปชัญญะของมู่หรงชิงหลันกลับมิได้อยู่ที่นี่...
ปลายนิ้วเรียวที่เคยตวัดพู่กันวาดแผนที่ศึกและพลิกตำราพิชัยสงครามสามสภานภากลับสัมผัสได้เพียงเนื้อผ้าฝ้ายหยาบกระด้างที่ตัดเย็บอย่างลวกๆ ความเจ็บแปลบดั่งถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงแล่นริ้วขึ้นมาจากขมับ สมองของนางกำลังกรีดร้องภายใต้แรงกระแทกของความทรงจำสองภพที่ไหลทะลักเข้าใส่ราวกับเขื่อนแตก—ภาพตำหนักบูรพาอันวิจิตรอลังการที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นเลือดและเพลิงผลาญในคืนรัฐประหาร ซ้อนทับเข้ากับภาพบ้านดินเหนียวหลังเล็กทรุดโทรมในคอมมูนการเกษตรแห่งมณฑลทางเหนือ ปี ค.ศ. 1976
“นังเด็กนี่ ยังไม่ยอมฟื้นขึ้นมาอีกหรือ! หรือว่ามันตั้งใจจะแสร้งตายเพื่อหลบเลี่ยงงานเกี่ยวข้าวในแปลงคอมมูนกันแน่!”
เสียงแหลมสูงตวาดก้องผ่านประตูไม้ไผ่ผุๆ เข้ามา กระชากสติของอดีตกุนซือหญิงให้กลับคืนสู่ความจริงอันโหดร้ายในทันที มู่หรงชิงหลันหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาที่เคยนิ่งสงบดั่งบึงโบราณฉายประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก นางมิใช่เด็กสาวชาวนาซื่อบื้อผู้ยอมให้ใครรังแกอีกต่อไปแล้ว ร่างนี้คือกายเนื้อใหม่ของ ‘เหมิงชิงหลัน’ ทว่าวิญญาณภายในยังคงเป็นมู่หรงชิงหลัน ผู้กุมชะตากรรมคนนับแสนด้วยปลายปากกา
“ป้าซู ท่านอย่าเพิ่งเอะอะไปเลยเจ้าค่ะ...” เสียงหวานใสแต่แห้งผากเอ่ยขึ้นเบาๆ พลางยันกายลุกขึ้นพิงผนังดินเหนียวเย็นเยียบ นางกวาดสายตาสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็วและเยือกเย็น—เตียงไม้กระดานแข็งๆ ผ้าห่มปะชุนเก่าๆ และปฏิทินกระดาษหนังสือพิมพ์สีเหลืองซีดที่แขวนอยู่บนผนัง ระบุปี ค.ศ. 1976 อย่างเด่นชัด
โลกที่ไร้ซึ่งราชสำนัก ไร้ซึ่งกลลวงในวังหลัง และไร้ซึ่งอำนาจของบุรุษผู้กุมกองทัพพยัคฆ์... แต่กระนั้น กลิ่นอายของการแก่งแย่งชิงดีเพื่อความอยู่รอดในสังคมยุคเปลี่ยนผ่านนี้ กลับมิได้ต่างจากสนามรบที่นางคุ้นเคยแม้แต่น้อย
ประตูกถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ป้าซู หญิงวัยกลางคนร่างท้วมผู้ทำหน้าที่ดูแลเสบียงและแรงงานประจำคอมมูน ก้าวเข้ามาพร้อมถาดไม้ใส่แป้งข้าวโพดขึ้นราและน้ำซุปผักป่าใสแจ๋ว หล่อนส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความหมั่นไส้ “ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้ว! อย่าคิดว่านอนซมแล้วจะได้ส่วนแบ่งอาหารฟรีๆ วันนี้เธอมีหน้าที่ต้องไปขนปุ๋ยคอกที่แปลงนาทิศเหนือ หากทำไม่เสร็จตามโควตา ห้ามแม้แต่จะแตะต้องน้ำต้มผักชามนี้!”
มู่หรงชิงหลันมิได้แสดงความหวาดกลัวหรือลนลานออกมาแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองถาดอาหารตรงหน้าด้วยหางตา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับป้าซู นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นลุ่มลึกและกดดันจนป้าซูผู้ผ่านโลกมามากถึงกับชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
“ป้าซู...” ชิงหลันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานและเต็มไปด้วยอำนาจแฝงเร้นที่นางฝึกฝนมาจากการเจรจาสนธิสัญญาและการควบคุมขุนนางกังฉิน “ท่านบอกว่าโควตาการขนปุ๋ยคอกของวันนี้คือสามหาบ แลกกับแป้งข้าวโพดครึ่งแถมกระดอนนี้กระนั้นหรือ? ช่างเป็น ‘ข้อตกลง’ ที่ยุติธรรมเสียจริงในสายตาของท่าน”
“น...นี่นังเด็กนี่! กล้าต่อปากต่อคำกับฉันหรือ!” ป้าซูหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ หล่อนยกมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอนเด็กสาวผู้บังอาจจ้องหน้าตน
ทว่า ปลายนิ้วเรียวของชิงหลันกลับยกขึ้นแตะขอบถาดไม้ช้าๆ นางมิได้หลบเลี่ยง แต่กลับเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกเหมยท่ามกลางเหมันต์ แต่กลับเยือกเย็นเสียจนสันหลังของป้าซูวาบหวิว
“หากข้าไปขนปุ๋ยคอกตามที่ท่านต้องการ ข้าเกรงว่าพละกำลังอันน้อยนิดนี้คงหมดสิ้นไปก่อนจะถึงยามเย็น และเมื่อข้าล้มป่วยลงจริงๆ คนที่จะต้องรับผิดชอบต่อรายงานผลผลิตประจำไตรมาสที่บกพร่อง... คงหนีไม่พ้นหัวหน้าคอมมูนผู้ควบคุมดูแลแรงงานอย่างท่านกระมังเจ้าคะ?”
ป้าซูชะงักกка มือที่เงื้อมค้างตกลงข้างลำตัวทันที เหงื่อกาฬผุดซึมขึ้นตามไรผม หญิงวัยกลางคนลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หล่อนไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเด็กสาวชาวนาผู้เคยขี้ขลาดตาขาวและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมมาตลอด จึงเปลี่ยนไปราวกับคนละคน แววตานั้น... มันช่างน่าสะพรึงกลัวเสียยิ่งกว่าสายตาของพวกนายทหารตรวจการณ์จากในเมืองเสียอีก
ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องคับแคบกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก้าวเข้ามาหยุดที่หน้าประทีป พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งที่ทอดทาบทับลงมาบังแสงสว่างจนมิด
กลิ่นอายความกดดันอันดุร้าย เยือกเย็น และทรงอำนาจแผ่ซ่านเข้ามาในอากาศทันที มู่หรงชิงหลันหรี่ตาลงหัวใจเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง—กลิ่นอายแบบนี้... ความรู้สึกกดดันที่กดทับลงมาบนบ่าราวกับขุนเขาเช่นนี้ มันช่างคุ้นเคยเสียจนน่าหวาดหวั่น
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้อง ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บกวาดมองสถานการณ์ภายในห้องแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดสายตาลงที่ร่างระหงของหญิงสาวที่เพิ่งฟื้นคืนสติ
และก่อนที่ใครจะได้เอ่ยสิ่งใด บุรุษผู้นั้นก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น จนทำเอาป้าซูต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา
“หัวหน้าคอมมูนคนใหม่สั่งมาว่า... นับแต่วันนี้เป็นต้นไป กฎระเบียบเก่าๆ ที่กดขี่แรงงานในหมู่บ้านนี้ จะต้องถูก ‘รื้อถอน’ และ ‘จัดระเบียบ’ ใหม่ทั้งหมด”
ดวงตาคมกริบของหัวหน้าสหกรณ์หนุ่มผู้มาใหม่หันมาสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่สวยของชิงหลันพอดี ในเสี้ยววินาทีนั้น ราวกับกาลเวลาและมิติคู่ขนานนับพันปีได้หยุดนิ่งลง...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางข้ามมิติเวลามาด้วยกันในบทแรกนี้นะคะ
กุนซือวังหลังพลิกมิติสู่วิถีสหกรณ์รุ่งโรจน์•ตอนที่ 1
ห้วงนภาเปลี่ยนผ่าน
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลังพลิกมิติสู่วิถีสหกรณ์รุ่งโรจน์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
