เสียงโลหะบิดตัวลั่นเอี๊ยดอ๊าดในความเงียบงัดของห้องเครื่องยนต์สำรอง คือดนตรีประกอบที่อาชวินคุ้นเคยดี มันคือเสียงร้องระคนเจ็บปวดของโครงสร้างไทเทเนียมที่แบกรับแรงดันมหาศาลจากภายนอกเนบิวลาคาร์รอน
ปลายนิ้วที่สวมถุงมือกันความร้อนของวิศวกรหนุ่มกำลังละเลียดขันสกรูตัวสุดท้ายบนแผงวงจรระบายความร้อนหลัก คราบน้ำมันเครื่องสีดำและเหงื่อกาฬผสมปนเปกันบนใบหน้าคมคายที่ฉาบด้วยแสงสีฟ้าเรื่อจากหน้าจอโฮโลแกรม
"ถ้าคุณยังดึงดันจะบายพาสระบบความปลอดภัยระดับสาม ผมคงต้องเขียนรายงานส่งศาลทหารอวกาศในอีกห้ามนทีข้างหน้า... อาชวิน"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ แต่เปี่ยมด้วยอำนาจกดดันอันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นจากความมืดตรงทางเข้า อีไลจาห์ก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ร่างในชุดเครื่องแบบผู้คุมกฎแห่งเนบิวลาดูลึกลับและน่าเกรงขามภายใต้แสงสลัว แสงไฟสีอำพันจากหน้าจอสะท้อนลงบนสันจมูกโด่งและดวงตาคมกริบที่จ้องมองการกระทำของอีกฝ่ายอย่างจับผิด
อาชวินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง เขายังคงขันสกรูด้วยความแม่นยำระดับไมครอน
"ถ้าผมไม่บายพาสระบบที่คุณว่า... สถานีอวกาศ 'เฮลิส' แห่งนี้ จะกลายเป็นเศษเหล็กกลวงๆ ที่ล่องลอยอย่างไร้จุดหมายภายในสิบสองชั่วโมงข้างหน้าครับ ผู้คุมกฎอีไลจาห์" อาชวินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นไม่แพ้กัน "บางที... ตำรากฎหมายที่คุณถือติดตัวจนกระดาษยับยู่ยี่ อาจจะไม่มีบทบัญญัติว่าด้วยวิธีหายใจอย่างไรให้รอดตายในยามที่อออกซิเจนสำรองเหลือแค่สิบเปอร์เซ็นต์"
อีไลจาห์ก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายและกลิ่นอายของความเป็นมืออาชีพที่แตกต่างขั้ว อีไลจาห์กวาดสายตามองแผงวงจรที่ถูกดัดแปลงด้วยสายตาที่เฉียบคมราวกับเอ็กซ์เรย์
"กฎหมายไม่ได้มีไว้เพื่อบีบคั้นให้คนตาย แต่มันมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ความโลภหรือความใจร้อนของคนบางกลุ่ม พาคนนับพันชีวิตบนสถานีนี้ไปสู่หายนะ" อีไลจาห์เอ่ยเสียงต่ำ ชวนให้รู้สึกอึดอัดแต่ก็น่าหลงใหลในคราวเดียวกัน "คุณกำลังเอาเครื่องปฏิกรณ์หลักไปเสี่ยงกับการโอเวอร์โหลดเพื่อซื้อเวลาแค่สองวัน มันไม่ใช่การแก้ปัญหา อาชวิน... มันคือการเลื่อนเวลาตาย"
อาชวินหยุดมือลงในที่สุด เขายืดตัวตรง หันกลับมาประจันหน้ากับผู้คุมกฎร่างสูง ดวงตาสสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย
"แล้ววิธีของคุณคืออะไรล่ะครับ? นั่งรอให้ศูนย์บัญชาการใหญ่ส่งยานอพยพที่อาจจะมาถึง หรือไม่มาเลยอย่างนั้นเหรอ? ในขณะที่พวกคุณนั่งจิบกาแฟอุ่นๆ ในห้องควบคุมความดัน ผมต้องมานั่งฟังเสียงลมหายใจที่ค่อยๆ แผ่วเบาลงของคนงานในเขตอุตสาหกรรม... พวกเขาไม่ใช่ตัวเลขในสถิติการใช้น้ำมันหล่อลื่นนะ อีไลจาห์ พวกเขาคือมนุษย์"
บทสนทนาหยุดชะงักลง ความเงียบที่เต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าแห่งความขัดแย้งเข้าปกคลุมพื้นที่ ทั้งสองจ้องตากันราวกับจะวัดใจ อีไลจาห์ขยับตัวเข้าประชิดจนอาชวินต้องถอยหลังไปชนกับแผงโลหะด้านหลัง ความสูงและรูปร่างที่ได้สัดส่วนของอีไลจาห์สร้างความกดดันทางจิตวิทยาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่วิศวกรหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว มีเพียงประกายความดื้อรั้นที่ฉายชัดในแววตา
"คุณมองโลกผ่านเลนส์ของวิศวกรรม... ทุกอย่างต้องซ่อมได้ ต้องปรับแต่งได้ แม้จะต้องฝ่าฝืนกฎ" อีไลจาห์โน้มตัวลงกระซิบชิดริมหู เสียงนั้นนุ่มนวลแต่บาดลึก "แต่มองโลกผ่านความจริง... กฎคือโครงสร้าง ถ้าโครงสร้างพังทลายลง แม้แต่คุณที่ฉลาดเป็นกรดคนนี้ ก็ไม่มีแผ่นดินให้ยืนหรอกนะ"
"บางครั้ง... โครงสร้างเฮงซวยนั่นแหละครับที่ควรพังทลายลง เพื่อให้คนข้างในได้มีทางรอด" อาชวินสวนกลับทันควัน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว ความโกรธเกรี้ยวและอุดมการณ์ที่สวนทางกันสุดขั้ว กลับสร้างแรงดึงดูดประหลาดระหว่างวิศวกรผู้แหกกฎกับผู้คุมกฎผู้เคร่งครัด มันคือความหลงใหลในความฉลาดของกันและกัน แม้จะรู้ว่าต่างฝ่ายต่างเป็นอันตรายต่อความเชื่อของอีกฝ่ายก็ตาม
อีไลจาห์หลุบตาลงมองริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ นั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาเช่นเดิม มุมปากของชายหนุ่มผู้ไร้รอยยิ้มยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน
"เรามาพนันกันไหมล่ะ... อาชวิน" อีไลจาห์เอ่ยเสียงพร่า "ถ้าวิธีของคุณล้มเหลว คุณจะต้องถูกถอดใบอนุญาตวิศวกรและถูกคุมขังในหน่วยทัณฑสถานเนบิวลาเป็นเวลาสิบปี"
"แล้วถ้าผมทำสำเร็จล่ะครับ?" อาชวินท้าทายกลับทันทีโดยไม่ลังเล
"ถ้าคุณทำสำเร็จ..." อีไลจาห์เว้นจังหวะ ดวงตาคมกريบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง "ผมจะเป็นคนเซ็นอนุมัติงบประมาณปรับปรุงระบบทั้งหมดตามที่คุณต้องการด้วยตัวเอง"
ก่อนที่อาชวินจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดโต้แย้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับฉุกเฉินสีแดงฉานก็สาดส่องวาบไปทั่วห้องเครื่องยนต์ พร้อมกับเสียงระบบAIของสถานีที่ประกาศก้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนขนหัวลุก
*<เตือนภัย: พบการเข้าถึงฐานข้อมูลลับระดับโอเมก้าจากปลายทางที่ไม่ทราบที่มา ไฟล์บันทึกการซ่อมบำรุงเมื่อสามปีก่อนกำลังถูกลบ>*
อีไลจาห์ขมวดคิ้วมุ่นในทันที รอยยิ้มท้าทายเมื่อครู่อันตรธานหายไป เหลือเพียงความตกใจระคนสงสัยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงัน อาชวินหันขวับกลับไปมองหน้าจอโฮโลแกรมที่ตนกำลังควบคุมอยู่ ปรากฏว่ารหัสผ่านที่ใช้ในการเจาะระบบเมื่อครู่ ไม่ใช่รหัสของเขา... และไม่ใช่รหัสของระบบรักษาความปลอดภัย
บนหน้าจอหลัก ปรากฏภาพสตรีมมิ่งสดจากห้องเก็บศพใต้ดินของสถานี ภาพของร่างไร้วิญญาณของหัวหน้าช่างคนที่แล้ว ผู้ซึ่งถูกระบุว่าเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุหัวใจวายเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่สิ่งที่ปรากฏบนจอภาพในขณะนี้ กลับไม่ใช่ร่องรอยของโรคหัวใจ... หากแต่เป็นรอยแผลไหม้จากกระสุนพลังงานพลาสมาที่ทะลุผ่านเกราะอกเหล็กกล้าอย่างแม่นยำ
และที่มุมขวาล่างของจอภาพนั้นเอง มีข้อความสั้นๆ ถูกพิมพ์ส่งเข้ามาแบบเรียลไทม์:
*-> พวกคุณกำลังไล่ล่าเงา... ในขณะที่ฆาตกรตัวจริงกำลังนั่งจิบไวน์อยู่ในห้องรับรองวีไอพีชั้นบนสุด<-*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดของเนบิวลานี้ไปกับผมนะครับ - ไฮเปอร์ไดรฟ์
วิศวกรไร้พรมแดนกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 6
ทัศนคติที่สวนทาง
ผลงานโดย ไฮเปอร์ไดรฟ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฮเปอร์ไดรฟ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรไร้พรมแดนกับผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!