"ถ้าคุณคิดว่างานจัดดอกไม้มันเป็นแค่เรื่องจับกั้นกิ่งไม้ใส่แจกันตามอำเภอใจ... ฉันแนะนำให้คุณไปเรียนอนุบาลใหม่นะคะ สถาปนิกผู้ประเสริฐ"
น้ำเสียงหวานใสทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่าىกลางห้องประชุมใหญ่ที่เงียบกริบจนได้ยินเสียงแอร์หายใจ ภัครัตน์ยืนกอดอกหลังตรง แววตาสีเข้มมองตรงไปยังชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เกรงกลัว
เธอคือ 'ภัครัตน์' นักจัดดอกไม้ฝีมือฉกาจผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าโปรเจกต์นั้นจะมูลค่าหลักล้านหรือสิบล้าน ถ้างานศิลปะของเธอถูกเหยียบย่ำด้วยอีโก้ของผู้ชายหน้าไหน เธอก็พร้อมจะสาดคำพูดใส่หน้าให้อีกฝ่ายหงزไปเหมือนกัน
และวันนี้ เหยื่อผู้โชคร้าย (หรือโชคดีก็ไม่รู้) คือ 'รัชชานนท์' สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ เจ้าระเบียบ เย็นชา และปากร้ายเป็นที่หนึ่ง
รัชชานนท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไว้ท่า เขานั่งไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้รอยยิ้ม แววตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกระอาแกมหมั่นไส้
"ผมไม่ได้บอกว่างานของคุณไร้สาระครับ คุณภัครัตน์..." รัชชานนท์เน้นเสียงคำว่า 'ครับ' ด้วยโทนเสียงราบเรียบชวนประสาทเสีย "แต่คอนเซปต์ 'มินิมอลโมเดิร์น' ที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก มันไม่ได้หมายความว่าคุณจะเอาดอกไม้สีแดงฉานราวกับกองเลือดมาประดับในล็อบบี้โรงแรมหรูหราขนาดนี้ มันทำลายทัศนียภาพและคอนเซปต์งานออกแบบทั้งหมดของผมพังไม่เป็นท่า"
"กองเลือดเหรอคะ? โห... สายตานี่เรดาร์พังหรือว่ารสนิยมมีปัญหาคะเนี่ย ถึงมองดอกกุหลาบสีเบอร์กันดีพรีเมียมว่าเป็นกองเลือด!" ภัครัตน์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโมโห "ความจริงพื้นที่ตรงนั้นมันดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวาจนเหมือนห้องดับจิตต่างหาก ฉันถึงต้องใส่เรดร้อนแรงนี่เข้าไปเพื่อดึงฮอร์โมนคนมองให้ตื่นตัว ไม่ใช่เดินเข้าโรงแรมแล้วอยากล้มตัวนอนตายบนโซฟาแบบที่คุณออกแบบ!"
เสียงกระแอมเบาๆ ดังขึ้นจากรินรดา เพื่อนสนิทและผู้ช่วยสาวที่นั่งเหงื่อตกอยู่ข้างกายภัครัตน์ รินรดารีบดึงชายเสื้อเพื่อนสาวเบาๆ พร้อมส่งสายตาวิงวอนว่า *ใจเย็นแก นี่ลูกค้ารายใหญ่ระดับเมกะโปรเจกต์นะเว้ย!*
แต่มีหรือที่ภัครัตน์จะสน เจ้าตัวเชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง ไม่มีความกลัวเจือปนอยู่ในแววตาสักนิด รัชชานนท์เองก็ไม่ยอมลดราวาศอก ดวงตาคมกริบจดจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก... ยัยนี่เถียงเก่งชะมัด ดื้อด้าน และดึงดูดสายตาอย่างประหลาด
"คุณกำลังใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาทำลายมาตรฐานงานสถาปัตยกรรม" รัชชานนท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดฝั่งที่ภัครัตน์ยืนอยู่ช้าๆ สร้างแรงกดดันรอบตัวให้พุ่งสูงขึ้น "จำไว้ด้วยว่าตึกนี้ผมเป็นคนออกแบบ ทุกตารางนิ้วต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของผม ไม่ใช่ตามใจอารมณ์ติสต์แตกของคุณ"
"อ๋อเหรอคะ? งั้นก็เชิญเชิดใส่ตึกที่ไร้ชีวิตชีวาของคุณไปคนเดียวเถอะค่ะ เพราะถ้าไม่มีดอกไม้ของฉัน โรงแรมห้าดาวของคุณก็ไม่ต่างอะไรกับแท่งปูนเปลือยดีๆ นี่เอง!" ภัครัตน์ก้าวเท้าสู้ ไม่ถอยหลังแม้แต่เซนติเมตรเดียว ปลายจมูกแทบจะชนกับอกเสื้อเชيرสีขาวรีดเรียบของเขาอยู่รอมร่อ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นบุหรี่มวนโปรดผสมผสานกับกลิ่นอายความเย็นชา พัดเข้ามารุกولประสาทสัมผัสของเธอจนหัวใจกระตุกวูบอย่างไม่คาดคิด
บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่าน รินรดาแทบจะยกมือขึ้นกุมขมับกับเคมีที่ปะทะกันรุนแรงราวกับน้ำมันกับไฟ ประกายไฟแลบแปล๊บๆ ระหว่างคนทั้งคู่ชัดเจนจนคนนอกยังรู้สึกได้
รัชชานนท์ก้มมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขา ระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวเธอ ความโกรธเคืองเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกวูบวาบแปลกประหลาดในช่องท้องอย่างกะทันหัน ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อย ปากที่เคยเตรียมคำพูดเชือดเฉือนพลันหนักอึ้งขึ้นมาดื้อๆ
ดวงตาสีเข้มคมกริบของสถาปนิกหนุ่มเลื่อนลงมองริมฝีปากที่ยังคงขยับเถียงเขาไม่หยุดโดยอัตโนมัติ ความนิ่งงันชั่วขณะทำให้ห้องประชุมเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด
ภัครัตน์สังเกตเห็นประกายไหววูบในแววตาคู่นั้น เธอกะพริบตาปริบๆ ความดุดันในแววตาของเขาเมื่อครู่หายไปไหนหมด ทำไมตอนนี้เขากลับจ้องเธอนิ่งนานราวกับถูกสะกดจิตแบบนี้ล่ะ
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนทิศทางในเสี้ยววินาที ความโกรธเกรี้ยวแปลเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่งที่อบอวลไปด้วยความใกล้ชิดอันตราย รัชชานนท์โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้เธออีกนิด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนภัครัตน์เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าคุณยังเถียงผมด้วยสายตาแบบนี้อีกคำเดียว..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลือนกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหูของเธอ ชิดเสียจนขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง "ผมจะถือว่าคุณท้าทาย... และบทลงโทษของผม มันไม่ได้จบแค่การแก้แบบแน่นอนครับ, คุณภัครัตน์"
หัวใจของนักจัดดอกไม้สาวเต้นรัวผิดจังหวะ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เธออ้าปากจะสวนกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า...
*ปัง!*
เสียงเปิดประตูห้องประชุมผลักเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงหอบแฮกของเลขาหน้าห้องที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขัดจังหวะความเป็นความตายระหว่างคนทั้งคู่
"คุณนนท์คะ! แย่แล้วค่ะ! ฝ่ายบริหารจากบริษัทแม่บินมาถึงล็อบบี้แล้วค่ะ! พวกเขาบอกว่าจะมาตรวจงานจัดดอกไม้กะทันหันตอนนี้เลย!"
รัชชานนท์ชะงักกึก ดวงตาคมละจากใบหน้าของภัครัตน์อย่างเสียดายเล็กน้อย ก่อนที่ความนิ่งขรึมจะกลับมาเคลือบทับใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง เขากวาดสายตามองหญิงสาวที่ยังคงยืนอึ้งอยู่ตรงหน้า แล้วริมฝีปากหยักลึกก็ยกยิ้มมุมปากอย่างมีความหมาย
"หมดเวลาเถียงกันแล้วล่ะครับ... นักจัดดอกไม้คนเก่ง" รัชชานนท์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู "ลงไปพิสูจน์ฝีปากของคุณให้พวกผู้บริหารดูหน่อยสิ ว่า 'กองเลือด' ของคุณมันจะรอดหรือจะร่วงในมือผม"
พูดจบ รัชชานนท์ก็หมุนตัวเดินนำลิ่วออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ภัครัตน์ยืนกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจแกมสั่นสะท้านในอก... ผู้ชายอะไร ทั้งปากร้าย เย่อหยิ่ง แถมยังอันตรายต่อหัวใจเป็นบ้าเลย!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูห้องหัวใจดวงนี้ร่วมกันนะคะ แล้วมาลุยโปรเจกต์หัวใจระอุนี้ไปด้วยกันในตอนต่อไปค่ะ!
เซฟโซนที่รัก (ไม่) ได้แปลว่าเราเป็นแฟนกัน•ตอนที่ 1
ดอกไม้กับงานหิน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่รัก (ไม่) ได้แปลว่าเราเป็นแฟนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!