"บอกเป็นรอบที่สิบแปดแล้วนะคะคุณรัชชานนท์ ว่างานดีไซน์โครงสร้างซุ้มดอกไม้งานแต่งของโครงการคุณ ฉันรับปากแค่เรื่องจัดดอกไม้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยอมให้คุณมานั่งจ้องหน้าทวงแบบแปลนถึงในสตูดิโอส่วนตัวแบบนี้!"
เสียงห้วนจัดที่ตวัดขึ้นอย่างไม่ไว้หน้าใคร ทำให้กรรไกรตัดก้านกุหลาบในมือเรียวแทบจะสะบัดพลาดไปโดนนิ้วตัวเอง ภัครัตน์ยืนพิงเคาน์เตอร์ไม้สักเก่าๆ สายตาคมกริบมองร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มที่ก้าวเข้ามาหย่อนกายลงนั่งบนเก้าอี้สตูลตัวโปรดของเธอหน้าตาเฉย ราวกับที่นี่เป็นห้องรับแขกวีไอพีในบริษัทอสังหาฯ ของเขาเอง ไม่ใช่ร้านดอกไม้เล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของดินชื้นและกลิ่นหอมเย็นของยูคาลิปตัส
รัชชานนท์ปรายตามองดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าครามในแจกันเซรามิกเบื้องหน้า ชายหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปไร้รอยยับยกมือขึ้นปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างใจเย็น ท่าทางเย่อหยิ่งและถือดีนั่นยิ่งทำให้คนมองอยากจะคว้ากระถางต้นกระบองเพชรปาใส่หัวสักที สองปีที่รู้จักกันในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ รัชชานนท์ไม่เคยเปลี่ยนความเจ้าระเบียบและนิสัยชอบบงการลงได้เลยสักนิด
"ผมไม่ได้มาทวงแบบแปลนครับ... ผมแค่มาดูว่าคุณทำงานคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ถึงได้กล้าส่งอีเมลมาปฏิเสธการแก้ไขดีไซน์รอบที่สามเมื่อคืนนี้" รัชชานนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความกดดันไว้ทุกอณูคำพูด ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาสุดเนี้ยบช้อนขึ้นสบตากับคนตัวเล็กกว่าที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางของ "คุณภัครัตน์เป็นมืออาชีพจริงหรือเปล่า ถึงได้ใช้อารมณ์ตัดสินงานออกแบบที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดี"
"อารมณ์?" ภัครัตน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นอย่างเย้ยหยัน เธอโยนกรรไกรลงบนโต๊ะเสียงดัง *เคร้ง!* จนรินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการมัดช่อดอกไม้ด้านหลังสะดุ้งโหยง "คุณต่างหากล่ะคะที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล โครงสร้างเหล็กที่คุณออกแบบมาน่ะ มันรับน้ำหนักดอกไม้สดหน้างานจริงไม่ได้หรอกค่ะคุณสถาปนิกผู้ทรงเกียรติ ถ้าฉันทำตามที่คุณสั่ง มีหวังซุ้มดอกไม้ล่มลงมาทับบ่าวสาวกลางงานแต่ง ฉันคงได้ดังระเบิดระเบ้อในหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แน่ๆ"
"ผมคำนวณสถิติตามหลักวิศวกรรมมาอย่างดี..."
"แต่นี่มันศิลปะค่ะ! และมันคือธรรมชาติของดอกไม้!" ภัครัตน์ก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะทำงานตัวยาว ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ร่างบางจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเก่งนัก เก่งหนา จนไม่ต้องฟังเสียงคนหน้างานเชิญกลับบริษัทไปเลยนะคะ! เชิญไปออกแบบโครงสร้างเหล็กเปล่าๆ แล้วเอาไปตั้งโชว์เองเถอะค่ะ ไม่ต้องมาจ้างฉันให้เสียเวลา!"
บรรยากาศในร้านเงียบกริบลงทันที รินรดาแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของทั้งคู่ ภัครัตน์อกกระเพื่อมด้วยความโกรธ ขณะที่รัชชานนท์ยังคงนั่งนิ่ง ดวงตาคมกริบไล่มองตั้งแต่ปลายคางเรียวที่เชิดขึ้นอย่างถือดีริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความขัดแย้ง ไปจนถึงหยาดเหงื่อพราวที่ไรผมของหญิงสาว
ใครจะรู้ว่าภายใต้ท่าทีเย็นชาและปากร้ายที่ชอบหาเรื่องเถียงกับเธอทุกวัน รัชชานนท์กลับรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าในยามดุดันและมีไฟเช่นนี้ ช่างมีเสน่ห์จนแทบทำให้เขาละสายตาไม่ได้เลย
"ปากเก่ง..." รัชชานนท์เอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววขบขันระคนมันเขี้ยว "พูดเก่งแบบนี้... ไม่แปลกใจเลยทำไมลูกค้าถึงบ่นว่าคุณดุ แต่เสียดายนะ... ดุยังไงผมก็ไม่ยกเลิกสัญญาหรอก เพราะงานแต่งงานของโครงการนั้น ผมต้องการฝีมือคุณ"
"แต่ฉันไม่ต้องการเงินของคุณค่ะ!" ภัครัตน์สวนกลับทันควัน มือเรียวเอื้อมไปหยิบป้าย 'ปิดร้านชั่วคราว' มาถือไว้ในมือ แล้วผายมือไปยังประตูทางออกอย่างไร้เยื่อใย "เชิญค่ะคุณรัชชานนท์ ทางออกอยู่ตรงนั้น กรุณาไสมprasert ตัวเองออกไปจากร้านของฉันก่อนที่ฉันจะแจ้งข้อหาบุกรุกและทำลายสุขภาพจิต!"
รัชชานนท์ไม่ยักโกรธ กลับแค่นسมุมปากขึ้นน้อยๆ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้าคมคายนั้นทำให้ภัครัตน์ชะงักไปชั่วขณะ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขยับสูทให้เข้าที่อย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนภัครัตน์ต้องผถอยหลังกรูดจนสะโพชนิดติดกับโต๊ะจัดดอกไม้
"ผมจะไป... แต่บอกไว้ก่อนนะภัครัตน์ ว่าพรุ่งนี้ผมก็จะมาอีก" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู จนความร้อนผ่าวแล่นริ้วไปทั่วผิวแก้มของคนฟัง "เตรียมกาแฟดำเข้มๆ ไว้ต้อนรับผมด้วยล่ะ"
พูดจบ รัชชานนท์ก็หมุนตัวเดินสาวเท้าออกไปจากร้านด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ทิ้งให้ภัครัตน์ยืนกำป้ายในมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธปนความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
"โอייה แก... ผู้ชายอะไร หน้ามึนเป็นบ้า!" รินรดาโผล่พรวดออกมาจากหลังร้าน พร้อมทำมือไม้ประกอบท่าทางฟินจิกหมอน "แต่เมื่อกี้ตอนเขาก้มลงมาพูดข้างหูนะแกร... ฉันนี่แทบอยากจะลมจับ เคมีมันพุ่งกระฉูดจนฉันต้องหลบตาแทนเลยอ่ะ"
"ริน!" ภัครัตน์ตวัดเสียงดุเพื่อนสนิททันควัน "ถ้าแกยังเข้าข้างตาบ้านั่นอีกคน ฉันจะไล่ออกไปจัดดอกไม้ตากแดดหน้าร้านแทน!"
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่เธอกำลังจะเดินไปหยิบกรรไกรมาตัดแต่งก้านกุหลาบต่อ เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ภัครัตน์จำได้แม่นว่าคือใคร...
ใบหน้าของแขกไม่速เชิญคนนั้นทำให้ลมหายใจของภัครัตน์สะดุดกึก รินรดาอ้าปากค้าง ส่วนหญิงสาวผู้มาใหม่กลับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มมาให้ พร้อมกับเอמהคำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบของภัครัตน์หยุดหมุนไปชั่วขณะ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ
เซฟโซนที่รัก (ไม่) ได้แปลว่าเราเป็นแฟนกัน•ตอนที่ 3
คาเฟ่ที่เป็นมากกว่าที่พัก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่รัก (ไม่) ได้แปลว่าเราเป็นแฟนกัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!