รอยหมึกสีดำบนกระดาษฟูจิสีครีมยังคงสดใหม่ ราวกับเพิ่งถูกจรดปลายปากกาลงไปเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา หยดหมึกบางจุดยังซึมลึกเข้าไปถึงเนื้อกระดาษด้านหลัง สะท้อนความลังเลของผู้เขียนที่กดน้ำหนักมือลงไปอย่างไร้ทิศทาง
"คุณกำลังใช้ความคลุมเครือเป็นเกราะกำบัง หรือใช้มันเพื่อซ่อนความจริงที่เปราะบางเกินกว่าจะกล้าสู้หน้ากันแน่ครับ รวินท์"
เสียงของอลิษาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟดำคั่วเข้ม เธอนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งและดวงตาคู่คมที่กำลังจดจ้องกระดาษแผ่นนั้นราวกับจะเผามันให้ไหม้เป็นจุล
บนโต๊ะตรงหน้าคือต้นฉบับบทกวีชิ้นใหม่ล่าสุดจากนักเขียนมือรางวัลผู้เก็บตัวเงียบเชียบ รวินท์ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงยืนพิงกรอบหน้าต่างบานกว้าง ทอดสายออกไปมองละอองฝนที่โปรยปรายกระทบกระจกภายนอก เงาสสะท้อนจากกระจกเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยที่ยากจะคาดเดาความรู้สึก
"ความจริงหรือครับ..." รวินท์ทวนคำ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อยแต่ชัดเจนพอที่จะทำลายความเงียบ "คุณเองไม่ใช่หรืออลิษา ที่มักจะบอกว่าสิ่งที่เรียกว่า 'ความจริง' ในงานวรรณกรรม มันเป็นเพียงภาพลวงตาที่ผู้เสพเลือกจะเชื่อตามทัศนคติของตัวเอง"
อลิษาวางปากกาในมือลง เสียงกระทบกับผิวไม้ดังขึ้นเบาๆ แต่บาดหู เธอยืดตัวตรง ประสานมือไว้บนโต๊ะ ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรแต่ละบรรทัดที่เรียงร้อยอย่างประณีตแต่วกวนราวกับเขาวงกต
"ในฐานะบรรณาธิการ ผมมีหน้าที่ทำให้ตัวอักษรเหล่านี้สื่อสารกับผู้อ่านอย่างซื่อตรง ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่คุณสร้างขึ้นเพื่อสนองความรู้สึกผิดของตัวเอง" เธอกล่าว น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "บทกวีบทนี้... บรรทัดที่เจ็ด คุณเขียนว่า *'รอยเท้าบนพื้นทรายไม่เคยเป็นเจ้าของคลื่น'* มันหมายความว่าอะไรครับ? คุณกำลังหมายถึงความสัมพันธ์ของเรา หรือหมายถึงเรื่องที่คุณหนีหายไปเมื่อสามปีก่อนกันแน่"
รวินท์หันกลับมาเผชิญหน้า แววตาไหววับชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ บรรยากาศในห้องราวกับถูกบีบอัดด้วยแรงกดอากาศที่ต่ำลงจนแทบหายใจไม่ออก
"บางครั้ง... การพยายามหาความหมายที่แท้จริงจากสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อซ่อนมัน ก็เหมือนกับการควAควานหาเศษกระจกในความมืดครับอลิษา คุณอาจจะเจอสิ่งที่คมกริบพอที่จะกรีดนิ้วตัวเองให้เลือดออก แต่คุณไม่มีวันประกอบมันกลับคืนเป็นกระจกเงาบานเดิมได้หรอก"
"แต่ถ้าไม่หา เราก็จะได้แต่มืดบอดอยู่แบบนี้ไม่ใช่หรือครับ" อลิษาโต้กลับทันควัน ดวงตาไม่หลบเลี่ยง "คุณกลัวอะไร รวินท์? กลัวว่าถ้าผมถอดรหัสบทกวีนี้ได้สำเร็จ คุณจะไม่มีที่หลบซ่อนอีกต่อไปอย่างนั้นหรือ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงตกกระทบกระจกอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองจ้องตากันราวกับกำลังประลองกำลังภายในผ่านความเงียบ ความคิดและอุดมการณ์ที่แตกต่างสุดขั้ว—ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในตรรกะและความกระจ่างชัด อีกฝ่ายโอบกอดความคลุมเครือและความเจ็บปวด—กำลังดึงดูดและผลักไสกันในคราวเดียวกัน
รวินท์ยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความสุขเจือปนอยู่เลย เขายื่นมือออกไป หยิบกระดาษต้นฉบับแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกกลับด้านให้เธอเห็นข้อความที่เขียนด้วยลายมือดินสอจางๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ซึ่งอลิษาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนในแวบแรก
"ถ้าคุณอยากได้ความจริงนัก..." รวินท์กระซิบแผ่วเบา ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ลองอ่านสิ่งที่ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้ตีพิมพ์ดูสิครับ"
อลิษาก้มลงมองตัวอักษรบรรทัดสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ นั้น หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อตระหนักว่าข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียวนั้น ไม่ใช่บทกวี แต่มันคือที่อยู่ของบางสิ่ง... บางสิ่งที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ดินเมื่อสามปีก่อน และมันกำลังจะสั่นคลอนทุกความจริงที่เธอเคยเชื่อมั่น
ก่อนที่อลิษาจะได้เอ่ยปากถาม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาโดยไม่รอรับอนุญาต ร่างสูงของชายในชุดสูทเปียกชื้นจากสายฝนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือที่เปียกปอน
"ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะครับคุณอลิษา... แต่เราเพิ่งขุดพบวัตถุดิบชิ้นใหม่จากโครงการก่อสร้างเก่าหลังบ้านพักของคุณรวินท์ และตำรวจต้องการให้คุณทั้งคู่ไปดูของสิ่งนั้นเดี๋ยวนี้ครับ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรนี้นะครับ
วสันตฤดูที่ถ้อยคำไม่เคยถูกเอ่ย•ตอนที่ 2
วรรคที่หนึ่ง: ความสงสัยในเงาฝน
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วสันตฤดูที่ถ้อยคำไม่เคยถูกเอ่ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!