วสันตฤดูที่ถ้อยคำไม่เคยถูกเอ่ย•ตอนที่ 1

บทนำ: หมึกที่หยดลงบนรอยแยก

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและฝนแรกของฤดู คล้ายละอองฝุ่นพิสุทธิ์ที่โรยตัวลงเคลือบผิวโลก รวินท์นั่งอยู่หลังกองหนังสือปกหนังสีเข้มที่หลุดลุ่ย มุมร้านหนังสืออิสระ "หมึกและกาลเวลา" แห่งนี้คือหลุมหลบภัยที่เขาเลือกใช้ซ่อนตัวจากสายตาของโลกภายนอก นิ้วเรียวยาวจรดปลายปากกาหมึกซึมลงบนกระดาษสา ทว่าไม่มีคำใดถูกบันทึกลงไป ปลายปากกานิ่งค้างอยู่เช่นนั้น ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความจริงที่แหลมคมกับความเงียบงันที่ปลอดภัย "หมึกหมด หรือว่าความจริงหมดกันแน่ครับ คุณรวินท์" เสียงนั้นไม่ดัง แต่คมกริบพอจะกรีดผ่านเสียงฝนที่ซัดสาดกระทบกระจกหน้าร้าน รวินท์ไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมอง เขาก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของเธอ—อลิษา บรรณาธิการสาวผู้เปรียบเสมือนเงาตามตัวในโลกวรรณกรรมที่เขาพยายามหลบหนี หล่อนยืนอยู่ตรงนั้น สวมเสื้อโค้ทสีเทาเข้มที่เปียกชื้นเล็กน้อยช่วงไหล่ แววตาหลังกรอบแว่นทรงเหลี่ยมฉายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง แต่คมปลาบราวกับใบมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลงบนชั้นเนื้อเยื่อทุกประโยคที่เขาเขียน รวินท์ค่อยๆ วางปากกาลงเงียบๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับหญิงสาว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างสุภาพ ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น "บางครั้ง... ความจริงก็เป็นสิ่งฟุ่มเฟือยเกินกว่าจะใช้หมึกราคาแพงสิ้นเปลืองนะครับ คุณอลิษา" รวินท์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าราบเรียบ อลิษาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ กลิ่นไอฝนและกาแฟดำจางๆ ลอยมาแตะจมูก หล่อนกวาดสายตามองโต๊ะทำงานรกๆ ของเขา ก่อนจะหยิบต้นฉบับบทกวีชุดใหม่ที่เขาส่งให้สำนักพิมพ์เมื่อสัปดาห์ก่อนขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ นิ้วเรียวของหล่อนเปิดไปยังหน้าที่ถูกพับมุมไว้ "คุณเรียกว่านี่คือบทกวี?" อลิษาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เจือความเย้ยหยันอย่างมีระดับ "แต่นักวิจารณ์สายสืบสวนเขาเรียกว่า 'รหัสลับ' ต่างหากครับ คุณรวินท์ บทกวีเจ็ดบท บรรทัดสุดท้ายของแต่ละบทซ่อนพิกัดของคดีฆาตกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสามเดือนก่อน... คุณบังเอิญเขียนมันขึ้นมาก่อนตำรวจพบศพได้อย่างไร หรือคุณแค่ระลึกชาติได้?" บรรยากาศในร้านหนังสือเก่าพล L พลันเงียบงันลงทันที เสียงฝนด้านนอกราวกับถอยร่นออกไปไกลเหลือเกิน มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ในอกของกวีหนุ่มผู้รักความสันโดษ รวินท์ไม่สะดุ้งสะเทือน เขายังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสุขุม สายตาสอดประสานกับนัยน์ตาคู่คมของบรรณาธิการสาวอย่างไร้ความหวาดหวั่น ความฉลาดและทันกันของทั้งคู่ทำให้บทสนทนามีบรรยากาศราวกับเกมหมากรุกที่เดินหมากกันด้วยสายตา "คุณก็รู้ว่ากวีมักมองเห็นสิ่งที่คนตาบอดมองไม่เห็นเสมอไม่ใช่หรือครับ" รวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แววตาสีเข้มไหววูบเพียงชั่วเสี้ยววินาที "หรือบางที... สิ่งที่คุณกำลังตามหา อาจไม่ใช่ความผิดพลาดในงานเขียนของผม แต่อาจเป็นเงาของตัวคุณเองที่สะท้อนอยู่ในนั้นต่างหาก" อลิษาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด หล่อนไม่ได้ตอบโต้ในทันที แต่กลับยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อโค้ทวางกระแทกลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ เสียงกระดาษกระทบผิวไม้ดังทึบ แต่น้ำหนักของมันหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า "ถ้ามันเป็นแค่ภาพสะท้อน... แล้วนี่คืออะไรครับ" อลิษากล่าวพร้อมกับใช้นิ้วเคาะเบาๆ บนซองเอกสาร "สำเนาบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจท้องถิ่น และภาพถ่ายที่ถูกส่งมาที่โต๊ะทำงานของฉันเมื่อเช้า... ซึ่งมีลายมือของคุณเขียนกำόบไว้ที่ด้านหลัง ว่า 'ความยุติธรรมเริ่มต้นเมื่อหมึกหยดสุดท้ายแห้งสนิท'" รวินท์นิ่งอึ้ง รอยยิ้มสุภาพบนใบหน้าเลือนหายไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบจ้องมองซองเอกสารนั้นอย่างพิจารณา หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะกลับกระตุกวูบ ทว่า ก่อนที่รวินท์จะได้กล่าวคำแก้ต่างใดๆ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ทาบทับลงบนกระจกใสเปียกฝน—เงาร่างที่ถือร่มสีดำสนิท และกำลังหมุนลูกบิดประตูเข้ามาในร้านที่ควรจะปิดทำการแล้ว ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับตัวอักษรนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วสันตฤดูที่ถ้อยคำไม่เคยถูกเอ่ย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%