“ถ้าผมปฏิเสธล่ะ? คุณจะปล่อยให้คนบริสุทธิ์พวกนั้นกลายเป็นเถ้าถ่านในตึกที่กำลังจะถล่มลงมาจริงๆ หรือ?”
เสียงของรินเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาของศิลาที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของห้องโถงที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรอยกระสุน กลิ่นดินปืนที่อบอวลอยู่ทำให้ลมหายใจของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย แต่ท่วงท่าของชายหนุ่มยังคงสงบนิ่ง ทว่ากำปั้นที่กุมแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนใต้ถุงมือหนังนั้นบอกเล่าความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายใน
ศิลาไม่ตอบในทันที เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบเบาๆ ราวกับกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันตึงเครียดนี้ แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนลงบนใบหน้าซีกหนึ่งของเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก “ริน... คุณยังมองโลกด้วยเลนส์ของศีลธรรมที่บิดเบี้ยวอยู่เสมอ คุณคิดว่าการช่วยชีวิตคนสิบคนในวันนี้ จะล้างมลทินให้ความล้มเหลวในอดีตของคุณได้งั้นหรือ? ความตายคือส่วนหนึ่งของกลไกที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ และบางครั้ง เราก็ต้องเลือกที่จะเหยียบย่ำมันเพื่อก้าวไปข้างหน้า”
“กลไกงั้นรึ?” รินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเขากวาดมองไปยังมอนิเตอร์บนโต๊ะที่แสดงภาพของเหล่าตัวประกันที่ถูกมัดอยู่กลางห้องขังชั้นใต้ดิน “มันก็แค่คำพูดสวยหรูของคนหิวกระหายอำนาจที่พยายามทำความชั่วให้ดูมีเหตุผลเท่านั้นเอง”
“เอาล่ะ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อโต้วาทีเรื่องจริยธรรม” ศิลาวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ ก่อนจะก้าวเข้ามาประชิดตัวริน แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมาจากร่างของอดีตคู่หู เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาวางตรงหน้า “นี่คือพิกัดของระเบิดและรหัสปลดชนวนที่ผมเป็นคนติดตั้งเอง ถ้าคุณตกลงจะเซ็นชื่อในสัญญานี้—สัญญาที่จะร่วมงานกับผมในฐานะเงาใต้หน้ากากขององค์กร... ชีวิตของคนเหล่านั้นจะเป็นของคุณ แต่ถ้าไม่... คุณก็แค่นั่งมองพวกเขาหายไปในเปลวเพลิงพร้อมกับความผิดบาปที่ไม่มีวันลบเลือนได้อีกครั้งเหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่นั่น”
นิ้วมือของรินกระตุก เขาจำสถานที่นั้นได้ดี... เหตุการณ์ที่เขาสูญเสียทุกอย่างไป ทั้งความเชื่อมั่น ทั้งมิตรสหาย และกลายเป็นคนไร้ศรัทธาในระบบยุติธรรม ความทรงจำที่ขมขื่นเหมือนรสของเหล้าเข้มจัดไหลย้อนกลับมาเตือนใจ เขาพยายามคุมลมหายใจให้คงที่ สายตาเหลือบไปเห็นรายชื่อของตัวประกัน หนึ่งในนั้นมีชื่อของพยานปากเอกที่เขากำลังปกป้องอยู่
“คุณใช้พวกเขาเป็นตัวประกัน... เพื่อบีบให้ผมกลายเป็นปีศาจเหมือนคุณ” รินพึมพำ น้ำเสียงแฝงความเหนื่อยล้าทว่าแววตากลับวาวโรจน์ด้วยความมุ่งมั่นที่จะแก้แค้น
“ผมไม่ได้บีบ คุณมีทางเลือกเสมอ” ศิลาเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาของเขามีความคาดหวังที่น่าสะพรึงกลัว “ทางเลือกคือการยอมจำนนต่อความเป็นจริง หรือการเสียสละเพื่อความพยศที่ไร้ความหมาย คุณเป็นคนฉลาด ริน คุณรู้ดีว่าในเกมนี้ไม่มีใครเป็นผู้บริสุทธิ์ เราทุกคนแค่แต่งแต้มรอยเลือดลงบนหน้ากระดาษเพื่อเขียนประวัติศาสตร์ในแบบของเราเท่านั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของคนทั้งสอง รินมองดูซองเอกสารนั้นราวกับมันเป็นกล่องของขวัญที่ซ่อนงูพิษเอาไว้ข้างใน หากเขาเซ็นชื่อ นั่นหมายถึงจุดจบของตัวตนที่เขาพยายามรักษาไว้มาตลอดหลายปี แต่หากเขาปฏิเสธ ชีวิตของผู้บริสุทธิ์เหล่านั้นก็จะดับสูญไปเพราะความดื้อรั้นของเขาเอง
รินค่อยๆ เอื้อมมือออกไป ปลายนิ้วแตะที่ซองเอกสารนั้นเบาๆ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกมา เขาเงยหน้าขึ้นมองศิลาด้วยสายตาที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าเดิม “ถ้าการร่วมมือกับคุณคือทางเดียวที่จะลากพวกคุณทุกคนลงนรกไปพร้อมกับผม... ผมก็จะยอมเป็นปีศาจในแบบที่คุณต้องการ”
ปากกาด้ามหรูถูกวางลงบนโต๊ะ รินจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ สัมผัสของหมึกที่ซึมลงบนผิวสัมผัสเรียบเนียนนั้นราวกับกำลังลงทะเบียนวิญญาณของเขาไว้กับความมืดมิด ทันทีที่ขีดเขียนลายเซ็นเสร็จสิ้น ศิลาก็ยิ้มกว้างออกมา—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความยินดี แต่เป็นความสำเร็จที่น่าขนลุก
“ยินดีต้อนรับสู่เงามืดครับ เพื่อนเก่า” ศิลาเอ่ยพลางยื่นแท็บเล็ตที่แสดงรหัสปลดชนวนให้ริน “แต่จำไว้นะ การช่วยพวกเขาได้ ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นคนดีอีกต่อไป คุณแค่กำลังเรียนรู้ว่าการควบคุมชะตากรรมคนอื่นน่ะ... มันหอมหวานแค่ไหน”
รินหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา นิ้วของเขารัวรหัสอย่างคล่องแคล่วเพื่อหยุดเวลาที่กำลังนับถอยหลัง ทว่าในวินาทีที่ตัวเลขหน้าจอเปลี่ยนเป็นศูนย์ เสียงกริ่งโทรศัพท์ที่ศิลาวางไว้ก็ดังขึ้น
ศิลาขมวดคิ้ว เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ฟังอยู่เพียงครู่เดียวใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป สีหน้ามั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น กลายเป็นความตื่นตระหนกที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน
“หมายความว่ายังไงที่ว่าระเบิดไม่ได้อยู่ที่นั่น?” ศิลาตวาดใส่โทรศัพท์ “ผมเป็นคนวางมันเองกับมือ!”
รินชะงักไป วินาทีนั้นเองที่เขารู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เขาไม่ได้ถูกหลอกให้ร่วมมือเพียงคนเดียว แต่เขาทั้งคู่กำลังถูก ‘ใครบางคน’ ชักใยอยู่เบื้องหลังอีกที และดูเหมือนว่าคนที่อยู่เหนือศิลาขึ้นไปนั้น... จะไม่ใช่คนที่ปรานีต่อใครทั้งสิ้น
มหายุทธ์ไร้เทียมทานหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับจุดเปลี่ยนของเกมในครั้งนี้นะครับ
เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ•ตอนที่ 22
พันธสัญญาเลือด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!