"อย่ากดรับสาย ถ้าแกไม่อยากเห็นโลกทั้งใบของแกพังทลายลงในวินาทีนี้"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รินชะงัก นิ้วที่กำลังจะแตะหน้าจอโทรศัพท์สั่นไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะบังคับให้มันนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบกวาดมองไปในความมืดที่ไร้ร่องรอยของศิลา แต่กลิ่นน้ำหอมจางๆ กลิ่นดอกมะลิที่อบอวลด้วยไอเย็นของฤดูหนาว... กลิ่นที่เขาไม่เคยลืมตั้งแต่วันที่ฝังร่างของ 'รินดา' ลงสู่พื้นดินเมื่อห้าปีก่อน ยังคงวนเวียนอยู่รอบกาย
รินไม่ได้ถามว่าใครอยู่ตรงนั้น แต่เขากดรับสาย—ไม่ใช่เพื่อสนทนา แต่เพื่อพิสูจน์ว่านรกมีอยู่จริง
"ริน... ฉันรอเธออยู่นะ" เสียงปลายสายแหบพร่า เป็นเสียงที่เขาเคยฟังสลักลึกไว้ในความทรงจำ เสียงของรินดา... หญิงสาวที่ตายไปในกองเพลิงต่อหน้าต่อตาเขา คนที่เขาเคยสัญญาว่าจะปกป้องด้วยชีวิต แต่สุดท้ายกลับเป็นเขาเองที่ปล่อยให้มือที่กุมมือกันไว้หลุดลอยไปในเปลวไฟ
รินขบกรามแน่นจนได้ยินเสียงกล้ามเนื้อขากรรไกรบดเข้าหากัน "ตายไปแล้วก็อยู่อย่างคนตาย อย่ามาเล่นตลกกับวิญญาณคนอื่น"
"คนตายเหรอ? ริน..." เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังลอดออกมาจากโทรศัพท์ มันไม่ใช่เสียงของรินดาที่เขาจำได้ แต่มันเป็นเสียงของความตายที่สวมรอยมา "ถ้าฉันตาย ใครกันล่ะที่นั่งคัดชื่อ 'คนบาป' ในบัญชีแค้นให้เธอดูอยู่ทุกคืน? ลองดูที่หน้าอกของเธอสิ... จดหมายนั่นน่ะ"
รินก้มมองที่เสื้อโค้ทของตนเองทันที ที่กระเป๋าเสื้อด้านในมีซองจดหมายสีขาวสะอาดตาเสียบอยู่ ทั้งที่วินาทีก่อนหน้านี้เขามั่นใจว่ามันว่างเปล่า เขากระชากมันออกมาด้วยมือที่สั่นเทา ลายมือบนซองจดหมายนั้นคุ้นตาจนน่าขนลุก มันคือลายมือของเขาเอง... ลายมือของเขาในวันที่เขาสูญเสียทุกอย่าง
ภายในซองมีกระดาษแผ่นเดียวที่เขียนชื่อบุคคลไว้สามชื่อ: *ผู้พิพากษาธนิต, นายตำรวจวิทวัส, และ... ริน*
"นี่มันหมายความว่ายังไง" รินเค้นเสียงถาม แต่สายถูกตัดไปแล้ว ทิ้งให้เขายืนเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าภายในห้องทำงานที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวราวกับกลองรบ
ศิลาก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟสลัวจากท้องถนนสะท้อนใบหน้าของอดีตคู่หู เขาดูเปลี่ยนไป รอยแผลเป็นที่พาดผ่านดวงตาซ้ายไม่ได้ทำให้ความสง่างามลดลงแม้แต่น้อย แต่กลับเพิ่มความน่าเกรงขามแบบคนที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ศิลาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด กลิ่นควันจางๆ เข้ามาแทนที่กลิ่นดอกมะลิ
"อย่าพยายามหาคำตอบจากคนตาย ริน" ศิลาพ่นควันออกมาช้าๆ "ในโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่า 'บาปค้างคืน' บาปที่เราก่อไว้ในอดีต แต่มันดันมีชีวิตขึ้นมาเรียกร้องหนี้เลือดคืนเมื่อถึงเวลา"
"นายรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับรินดา" รินก้าวเข้าไปประชิดตัวศิลา มือขวาของเขาสอดเข้าไปในเสื้อสูทเพื่อเตรียมชักปืนที่พกติดตัว "นายเป็นคนบงการทั้งหมดนี้ใช่ไหม?"
ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขากลับยิ้ม—ยิ้มที่ดูเหมือนการเวทนา "ถ้าฉันเป็นคนทำ ป่านนี้แกคงไม่ต้องมายืนทำหน้าซากศพอยู่นี่แล้ว ริน สิ่งที่แกควรสนคือ... ทำไมชื่อของแกถึงไปอยู่ในรายการของ 'ผู้ล่า' พร้อมกับคนที่แกพยายามจะลากคอเข้าคุก"
รินชะงัก "ผู้พิพากษาธนิตกับวิทวัสเกี่ยวอะไรด้วย?"
"พวกเขาก็เหมือนแก" ศิลามองไปที่จดหมายในมือรินด้วยสายตาว่างเปล่า "พวกเขาเป็นคนที่เคยมีอำนาจในมือ และเคยใช้มันทำลายชีวิตคนอื่นโดยไม่กระพริบตา ความต่างเดียวคือพวกเขายังไม่รู้ว่ากำลังจะถูกใครบางคน 'ลบ' ทิ้งจากบัญชีโลก ส่วนแก... แกคือตัวหมากที่ถูกวางไว้ให้เป็นพยาน"
ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังของริน เมื่อเขานึกย้อนไปถึงคดีเมื่อห้าปีก่อน คดีที่เขาทำพลาดจนทำให้คนบริสุทธิ์ต้องสังเวยชีวิตให้กับการปิดคดีที่เร่งรีบของเขา เขาจำได้ว่ารินดาเคยเตือนเขาว่า 'ความยุติธรรมที่ได้มาด้วยการโกหก คือเมล็ดพันธุ์ของความวิบัติ'
เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า ศิลาค่อยๆ ถอยหลังออกไปที่ริมหน้าต่าง
"ศิลา! อย่าเพิ่งไป!" รินตะโกน แต่ชายหนุ่มเพียงหันมามองด้วยสายตาที่ทิ้งปมปริศนาทิ้งไว้
"ริน... หันไปดูข้างหลังสิ"
รินสะดุ้งสุดตัว หมุนตัวกลับไปในทันที ความมืดในห้องทำงานของเขาบัดนี้ไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป ร่างเงาของใครบางคนยืนนิ่งอยู่หน้าประตูทางออก ร่างนั้นสวมชุดเดรสสีขาวที่เขาสวมให้รินดาในวันสุดท้ายของชีวิต ชุดที่ถูกเผาไหม้ไปครึ่งหนึ่งเผยให้เห็นร่องรอยของบาดแผลที่น่าสะพรึงกลัว แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นจริงๆ ไม่ใช่ใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยผ้าคลุมหน้า หากแต่เป็นสิ่งที่อยู่ในมือของร่างนั้น
มือที่เปื้อนเลือดถือมีดสั้นเล่มเดียวกับที่รินดาเคยใช้ป้องกันตัว และบนคมมีดนั้น... มีรอยเลือดสดๆ หยดลงสู่พื้นพรมเสียงดัง *หยด... หยด...* เป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมหายใจที่สั่นพร่าของริน
ร่างนั้นขยับเข้ามาใกล้ แสงไฟกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงจนมืดสนิท ท่ามกลางความมืดมิด เสียงกระซิบที่คุ้นเคยที่สุดดังขึ้นติดใบหูของเขาจนเขาขนลุกเกรียว
"ริน... จดหมายฉบับที่สอง... อยู่ในมือของเธอแล้วนะ"
รินก้มมองมือตัวเองที่ไม่ได้ถืออะไรเลยนอกจากกระดาษแผ่นนั้น แต่ในความมืด เขากลับรู้สึกถึงสัมผัสเย็นเฉียบของโลหะที่วางแนบลงบนอุ้งมือของเขา มีด... มีดที่เปื้อนเลือดกำลังอยู่ในมือของเขาเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมนนี้... แล้วพบกันตอนหน้าครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ•ตอนที่ 2
คำเตือนจากเงามืด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาแห่งศรัทธา: บันทึกเลือดบนหน้ากระดาษ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!