พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 2

ระบบมหาเศรษฐีตื่นขึ้น

ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของอากาศยามค่ำคืนที่พัดผ่านช่องกระจกใสของอาคารสูงระฟ้า ผสมผสานเข้ากับเสียงคำรามกึกก้องของใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่กำลังกดดันบรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงจนแทบหายใจไม่ออก แรงลมมหาศาลจากเบื้องบนตีซัดจนผ้าม่านเนื้อดีปลิวไสว เอกสารและเศษแก้วบนพื้นกระจัดกระจายอย่างไร้ทิศทาง ทว่าใจกลางของพายุความโกลาหลนั้น กลับมีเพียงร่างของคินน์ที่ยืนนิ่งสงบ ราวกับพายุลูกใหญ่เป็นเพียงแค่สายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านเปลือกตา "คุณ... คุณกำลังเล่นตลกอะไรอยู่คินน์?" เสียงแหลมสูงของกานต์ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์ที่คำรามก้ำกึ่ง ใบหน้าที่เคยฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบิดเบี้ยวจนแทบเสียทรง นัยน์ตาของชายหนุ่มผู้เห็นแก่ตัวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อแสงไฟสปอตไลท์สีนวลจากเฮลิคอปเตอร์ด้านนอกสาดส่องเข้ามาจับจ้องที่ร่างของคินน์และลินิน ราวกับพวกเขากำลังยืนอยู่บนเวทีแสดงละครที่ถูกจัดฉากไว้อย่างสมบูรณ์แบบโดยผู้ทรงอิทธิพลที่ไม่มีใครกล้าต่อกร คินน์ไม่ได้ชายตามองกานต์แม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายังคงเคาะลงบนพื้นผิวโต๊ะกระจกเป็นจังหวะเชื่องช้า แต่มั่นคง สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองกลุ่มคนที่เคยหัวเราะเยาะเขาเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา จนทุกคนต้องรีบหลบสายตาและกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดหวั่น ความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม ท่ามกลางเสียงเฮลิคอปเตอร์ที่เริ่มลดระดับลง เสียงหนึ่งที่ไม่มีใครได้ยินด้วยหูเนื้อ กลับดังสะท้อนก้องกังวานขึ้นในโสตประสาทของคินน์อย่างชัดเจน *[ติ๊ง! ระบบมหาเศรษฐีพันล้านได้รับการปลุกเสกสมบูรณ์...]* เสียงสังเคราะห์ที่ฟังดูเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจล้นเหลือดังขึ้น พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าเรืองแสงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าคินน์ โดยมีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น *[ตรวจพบผู้ถือครอง: คินน์]* *[สถานะจิตใจ: เยือกเย็นและพร้อมทำลายล้าง]* *[ภารกิจแรกเริ่ม: ตบหน้าเหล่าผู้ดูถูกด้วยความมั่งคั่งที่ไร้ขีดจำกัด]* *[ของขวัญต้อนรับการเปิดระบบ: เงินสดหมุนเวียนในบัญชีพิเศษจำนวน 1,000,000,000 บาท (หนึ่งพันล้านบาท) ได้รับการโอนเข้าสู่บัญชีหลักเรียบร้อยแล้ว ยอดเงินพร้อมใช้งานทันที]* ทันทีที่เสียงแจ้งเตือนในหัวเงียบลง โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าในกระเป๋าเสื้อกั๊กของคินน์ก็สั่นระรัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารสีเขียวเด้งขึ้นมารัวราวกับกระสุนปืนกล พร้อมกับตัวเลขศูนย์จำนวนมหาศาลที่เรียงรายกันอยู่หลังเครื่องหมายบวก *+1,000,000,000.00 THB* ลินินที่ยืนอยู่เคียงข้างสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม เธอเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคินน์ที่ตอนนี้ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากอันตราย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจ็บปวด หรือเคียดแค้นแบบคนแพ้ แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ล่าที่กำลังมองเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสนุกสนาน "คินน์คะ..." ลินินกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลเล็กน้อย แต่ทว่าแววตาของเธอกลับฉายประกายแห่งความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม มือเรียวเล็กเอื้อมไปสัมผัสแขนเสื้อของเขาเบาๆ เป็นเชิงสนับสนุน "ไม่ต้องห่วงค่ะลินิน..." คินน์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ดังพอให้คนรอบข้างได้ยิน "การแสดงละครฉากยาวเรื่องนี้... ใกล้จะได้เวลาปิดฉากลงเสียที" คำพูดนั้นไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย มันลอยล่องไปตามสายลมและแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทของกานต์และกลุ่มเพื่อนร่วมงานที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล กานต์ที่เริ่มตั้งสติได้จากการตกใจกลัว ก็เปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ เมื่อเห็นว่าคินน์ยังคงทำท่าทางอวดดีไม่เลิกรา "แก... แกมันก็แค่ไอ้สวะตกอับ! อย่ามาทำเป็นไขหูพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้เลยนะคินน์!" กานต์ตะโกนแทรกเสียงเฮลิคอปเตอร์ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอายที่มีคนนับสิบกำลังมองดูความพยายามดิ้นรนของเขา "คิดว่าจ้างเฮลิคอปเตอร์เช่ามาทำเท่แล้วจะพลิกชีวิตได้หรือไงวะ? รู้ไหมว่างานเลี้ยงนี้ใครเป็นเจ้าภาพ? แกไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าเศษแก้วที่ทำแตกด้วยซ้ำไอ้จนตรอก!" เสียงหัวเราะแห้งๆ ของพนักงานบางคนที่พยายามเลียแข้งเลียขากานต์ดังขึ้นเพื่อช่วยกลบเกลื่อนสถานการณ์ แต่ทว่ามันช่างน่าสมเพชในสายตาของคินน์เสียเหลือเกิน คินน์ค่อยๆ หันกลับมามองกานต์ ชายหนุ่มก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวที่กระทบพื้นกลับสร้างความกดดันให้กานต์ต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ลินินเดินตามหลังมาติดๆ เสมือนเงาที่พร้อมจะปกป้องและยืนหยัดเคียงข้างเขาในทุกวินาที "จ่ายค่าเศษแก้วงั้นหรือคะกานต์?" คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริกของอดีตเพื่อนร่วมงาน "คุณคิดว่าโลกใบนี้มีแต่มนุษย์ที่ต้องก้มหน้าก้มตาหาเศษเงินประทังชีวิตไปวันๆ เหมือนอย่างที่คุณเคยทำลับหลังฉันหรือไง?" "แก... แกหมายความว่ายังไง?" กานต์กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างรุนแรง คินน์หยุดยืนห่างจากกานต์เพียงแค่ก้าวเดียว ร่างสูงโปร่งก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือที่หน้าจอแสดงยอดเงินหนึ่งพันล้านบาทเด่นชัด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากานต์ด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความรื่นรมย์ "ฉันไม่ได้มาเพื่อพิสูจน์ว่าฉันมีเงินเท่าไหร่หรอกนะกานต์..." คินน์เว้นจังหวะเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบสร้างความอึดอัดให้ฝ่ายตรงข้ามจนแทบคลั่ง "...แต่ฉันมาที่นี่ เพื่อซื้อตึกนี้ทั้งหลัง แล้วไล่พวกคุณทุกคนออกไปให้พ้นหน้าฉันต่างหาก" สิ้นคำพูดนั้น ร่างของชายในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบคนพร้อมป้ายชื่อผู้บริหารระดับสูงก็ก้าวเดินออกมาจากลิฟต์แก้วที่เพิ่งเปิดออก เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่หยุดยืนเรียงแถวตรงหน้าคินน์ ก่อนที่ผู้บริหารสูงสุดของอาคารแห่งนี้จะก้มศีรษะลงทำความเคารพอย่างนอบน้อมที่สุด จนคนทั้งห้องโถงต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบหยุดหายใจ *[ระบบแจ้งเตือนอัปเดต: ตรวจพบการทำธุรกรรมขนาดใหญ่เพื่อซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์ ณ จุดพิกัดปัจจุบัน ยืนยันคำสั่งซื้อด้วยวงเงินในระบบ...]* นิ้วเรียวของคินน์แตะลงบนหน้าจอโทรศัพท์เพื่ออนุมัติคำสั่งซื้อทันที ขณะที่เสียงแจ้งเตือนการรูดบัตรเครดิตสีดำไร้ขีดจำกัดดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ *ติ๊ง! — ธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ ท่านคือเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว* ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%