เสียงหัวเราะคิกคักของกลุ่มไฮโซสาวที่ดังเล็ดลอดผ่านประตูห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ระดับห้าดาวเคลือบทองคำเปลวไม่ได้ทำให้คินน์รู้สึกระคายหูเท่ากับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลปะปนกับกลิ่นไวน์ชั้นดีในอากาศ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บอย่างประณีตยืนนิ่งสงبيอยู่ริมเสาหินอ่อน สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ด้านชาจนเกือบจะเรียกว่าว่างเปล่า
บนเวทีประดับดอกไม้ นำเข้าจากต่างประเทศ กานต์—ชายหนุ่มผู้สวมสูทสีขาวสะอาดตาและมีรอยยิ้มเย่อหยิ่งประดับอยู่บนใบหน้า—กำลังโอบเอวหญิงสาวทายาทธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังอย่างสนิทสนม แสงแฟลชจากสื่อสังคมออนไลน์สาดส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ราวกับเป็นงานวิวาห์จำลอง ทั้งที่เมื่อไม่กี่เดือนก่อน มือคู่นั้นยังเคยแบมือขอเงินเดือนก้อนสุดท้ายของคินน์เพื่อไปดาวน์รถสปอร์ตคันหรู
"ขอโทษด้วยนะคินน์... แต่คนอย่างนายที่มีดีแค่หน้าตาและความซื่อสัตย์แบบโง่ๆ มันพาฉันไปป์ถึงจุดสูงสุดของชีวิตไม่ได้หรอก"
เสียงไมโครโฟนไร้สายที่ก้องกังวานไปทั่วห้องจัดเลี้ยงเรียกสายตาทุกคู่ให้หันมาจับจ้อง กานต์จงใจยกไมโครโฟนขึ้นพูดประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ไร้ซึ่งความเกรงอกเกรงใจต่อความสัมพันธ์ที่คบหากันมานานหลายปี เสียงหัวเราะคิกคักดังระเบิดขึ้นอีกระลอก บรรดาแขกเหรื่อต่างซุบซิบและมองมาที่คินน์ด้วยสายตาสมเพชเวทนา ราวกับเขากำลังยืนเปลือื่อยกายอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่รอรุมทึ้ง
คินน์ไม่แม้แต่จะขยับตัว สีหน้าของเขาเรียบเฉยจนน่ากลัว ไม่มีหยดน้ำตา ไม่มีร่องรอยของความแตกสลาย มีเพียงประกายตาคู่คมที่วาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจับจ้องเหยื่อผู้โง่เขลา
"พูดจบหรือยังคะ?"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เริ่มก่อตัวขึ้น ลินินก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัวของเสาต้นข้างๆ ร่างระหงในชุดเดรสราตรียาวสีดำสนิทปักเลื่อมระยิบระยับราวกับท้องยามค่ำคืน ใบหน้างดงามเฉี่ยวคมเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองกานต์ด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง เธอคือคุณหนูตระกูลดังผู้กุมอำนาจเบื้องหลังวงการแฟชั่นระดับประเทศ และเป็นคนที่ใครๆ ก็รู้ว่าชาตินี้ไม่มีวันลดตัวลงมาคลุกคลีกับคนระดับกานต์
"คุณลินิน..." กานต์หน้าถอดสีไปชั่วขณะเมื่อเห็นทายาทมหาเศรษฐีสาวก้าวเข้ามาขัดจังหวะการเยาะเย้ยของตน รอยยิ้มเย่อหยิ่งเมื่อครู่เกร็งค้าง "เอ่อ คือว่าพวกเรา..."
"ฉันมาเพื่อเป็นพยานค่ะ" ลินินเดินตรงเข้าไปยืนเคียงข้างคินน์อย่างสง่างาม กลิ่นหอมเย็นเยียบของดอกไม้ป่าลอยละลิ่วเตะจมูก เธอยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่คมกริบยิ่งกว่ามีดโกน "เป็นพยานว่าคุณเพิ่งปล่อย 'เพชรเม็ดงามที่สุด' หลุดมือไปเพื่อแลกกับเศษกรวดไร้ค่า"
"คุณลินินพูดอะไรครับ คินน์เขาก็แค่พนักงานบริษัทกระจอกๆ ที่กำลังจะตกงาน..." กานต์พยายามหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่า แต่เหงื่อกาฬกลับเริ่มผุดขึ้นตามไรผม
"พนักงานบริษัทกระจอกๆ งั้นเหรอคะ?" ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่คมกวาดมองกานต์หัวจรดเท้าด้วยความเวทนาแท้จริง "น่าขันสิ้นดีที่คนตาบอดอย่างคุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองว่าคนที่คุณเพิ่งเหยียบย่ำเมื่อครู่ แท้จริงแล้วคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทที่คุณกำลังกราบกรานขอส่วนบุญอยู่"
ความเงียบสนิทราวกับป่าช้าเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง กานต์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือดบนใบหน้า ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก
คินน์ยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทของตนเองอย่างเชื่องช้า เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างสูงสง่าแผ่รังสีคุกคามที่กดดันให้ทุกคนรอบข้างต้องหายใจไม่ทั่วท้อง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริกของกานต์
"ขอบคุณที่บอกเลิกผมนะกานต์..." เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับดังชัดเจนก้องกังวานในความเงียบ "เพราะถ้าไม่มีความโง่เขลาของคุณในวันนี้ ผมคงไม่รู้ว่าขยะชิ้นไหนที่ผมควร 'เขี่ยทิ้ง' ออกจากชีวิตตั้งนานแล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น คินน์ไม่ได้รอให้กานต์ได้ตั้งตัวหรือแก้ตัวแม้แต่น้อย เขายื่นมือไปรับสมาร์ทโฟนเครื่องหรูจากมือของลินิน นิ้วเรียวยาวกดหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้ากานต์ เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกดังขึ้นลั่นห้อง พร้อมกับข้อความปฏิเสธการทำธุรกรรมของบริษัทกานต์ที่ถูกระكاتสิทธิ์ทั้งหมดในเสี้ยววินาที
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของคินน์ ขณะที่เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์เริ่มส่งเสียงคำรามกึกก้องอยู่เหนือหลังคาอาคาร พร้อมกับแสงไฟสปอตไลท์สีนวลที่สาดส่องลงมาผ่านกระจกใสรอบด้าน บ่งบอกว่าเกมการเอาคืนของจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น... และไม่มีใครหน้าไหนในที่นี้จะรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาไปได้
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสะใจในบทแรกนี้นะคะ!
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 1
ถูกเขี่ยทิ้งเหมือนขยะ
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!