เสียงตบโต๊ะประชุมดังสะท้อนก้องห้องกระจกใสเก็บเสียงของบริษัทโฆษณาชั้นนำ "โกลบอล มีเดีย กรุ๊ป" จนพนักงานที่นั่งอยู่ด้านนอกสะดุ้งเฮือก กานต์ยืนค้ำหัวด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว รอยยิ้มเยาะหยันบนริมฝีปากนั้นฉาบไว้ด้วยความสะใจระคนดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"แกยังมีความหน้าด้านกลับมาเหยียบที่นี่อีกเหรอ คินน์?" กานต์หัวቋเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยพิษสง ขณะกวาดสายตามองชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า "คิดว่าแต่งตัวด้วยสูทปลอม ๆ ราคาถูกแล้วจะดูเป็นคนมีระดับขึ้นมาหรือไง? สวะก็คือสวะวันยังค่ำ ลืมไปแล้วหรือไงว่าเพิ่งโดนฉันเตะส่งออกไปเพราะไม่มีปัญญาแม้แต่จะจ่ายค่าเช่าห้องหรู ๆ นั่นน่ะฮะ!"
คินน์ไม่ได้ตอบโต้เขาทันที ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองไปรอบห้องประชุมที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อผลงานของบริษัท ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยดขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความขบขันแม้แต่น้อย หากแต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังมองดูเหยื่อตัวน้อยดิ้นรนบนฝ่ามือ
ข้างกายของคินน์ ลินินยืนกอดอกด้วยท่าทีสง่างาม ชุดเดรสยาวเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นออร่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ของเธอให้โดดเด่นยิ่งขึ้น นัยน์ตากลมโตคู่สวยมองกานต์ด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับกำลังมองแมลงสาบตัวหนึ่งที่กำลังไต่พล่านอยู่บนกองขยะ เธอเป็นคนเอ่ยปากทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก
"คนที่ไม่มีปัญญาและสายตาสั้นจนมองไม่เห็นเพชรในตม... น่าจะเป็นพวกคุณมากกว่านะคะ" ลินินแค่นPยิ้มเบา ๆ "และเท่าที่ฉันจำได้ ห้องพักหรูที่คุณอวดอ้างนักหนานั่นน่ะ... คินน์เขาเป็นคนเซ็นสัญญาซื้อขาดเป็นเจ้าของตึกทั้งตึกตั้งแต่วันแรกที่คุณยังเดินมาขอส่วนบุญเรื่องโปรเจกต์กับเขาเสียอีก"
สีหน้าของกานต์กระตุกวูบ ความมั่นใจที่เคยมีพังทลายลงชั่วพริบตา แต่เขาก็ยังฝืนหัวเราะกลบเกลื่อนความไหวหวั่นในแววตา "ตลกสิ้นดี! สามีแกมันก็แค่ไอ้กระจอกไม่มีหัวนอนปลายเท้า! อย่ามาแต่งเรื่องหลอกเด็กหน่อยเลย ลินิน ถ้าเธออยากได้ผู้ชายรวยนัก ทำไมไม่มาซบหน้าตักฉันตั้งนานแล้วล่ะ เผื่อฉันจะเมตตาให้เป็นเด็กเลี้ยงเล่นสักเดือนสองเดือน!"
คำพูดส่อเสียดและหยาบคายนั้นทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ลินินยังไม่ทันได้ขยับตัวเพื่อตบหน้าคนปากเสีย คินน์ก็ยกมือขึ้นแตะไหล่บางของหญิงสาวเบา ๆ เป็นเชิงห้ามปราม สัมผัสนั้นอบอุ่นและเด็ดขาดในคราวเดียวกัน
คินน์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนกานต์ต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เริ่มกัดกินขั้วหัวใจ
"กานต์... นายจำคำพูดเมื่อเดือนก่อนได้ไหม ที่บอกว่าบริษัทนี้ไม่มีที่ยืนให้คนไร้ค่าอย่างฉัน" คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล แต่กลับเยือกเย็นเสียจนคนฟังขนลุกซู่
"ก... แกจะทำไมวะ! ที่นี่ฉันเป็นถึงผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์! แกไม่มีสิทธิ์มา..."
"สิทธิ์งั้นเหรอ?" คินน์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ควักสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ปลายนิ้วเรียวยาวแตะหน้าจอเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะโยนมันลงบนกระจกโต๊ะประชุม เสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารและอีเมลองค์กรดังขึ้นพร้อมเพรียงกัน
ประตูกระจกห้องประชุมถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท "โกลบอล มีเดีย กรุ๊ป" ทั้งสามคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า พวกเขากวาดสายตามองหาคินน์ก่อนจะพากันคุกเข่าลงกับพื้นห้องต่อหน้าชายหนุ่ม ท่ามกลางความตกตะลึงตาค้างของพนักงานทุกคนที่แอบดูอยู่ด้านนอก
"ท... ท่านประธานคินน์ครับ! เรื่องการควบรวมกิจการและการเข้าซื้อหุ้นสามัญร้อยเปอร์เซ็นต์... เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วครับ!" เสียงสั่นเครือของผู้บริหารอาวุโสเอ่ยรายงานอย่างนอบน้อม
กานต์หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ไร้สีเลือด ตัวสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่ ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด สมองของเขาขาวโพลนเมื่อประมวลผลคำว่า 'ประธาน' และ 'ซื้อหุ้นร้อยเปอร์เซ็นต์' เข้าด้วยกัน
คินน์ก้มลงมองกานต์ที่ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สายตาคู่นั้นเยียบเย็นไร้ความปรานี ราวกับกำลังมองเศษฝุ่นผงที่ต้องปัดกวาดทิ้ง
"ตอนนี้... ฉันคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดและเป็นเจ้าของตัวจริงของบริษัทนี้แล้ว" คินน์ก้มตัวลงกระซิบข้างหูกานต์ด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่วห้อง "และในฐานะเจ้านายคนใหม่... คำสั่งแรกของฉันคือ..."
คินน์ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง กวาดสายตามองกานต์ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะสะบัดมือออกคำสั่งอย่างไร้เยื่อใย
"ไล่ออกจากบริษัททันที และขึ้นบัญชีดำห้ามไม่ให้วงการสื่อไหนรับคนไร้ความสามารถอย่างมันเข้าทำงานอีกตลอดชีวิต!"
"ไม่! คินน์! นายทำแบบนี้กับฉันไม่ได้! ปล่อยฉันนะ! ฉันขอร้อง..." เสียงกรีดร้องโหยหวนและเสียงทุบพื้นของกานต์ดังระงม แต่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะชายตามองเขา ร่างของกานต์ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคนลากตัวออกไปจากห้องอย่างไม่ใยดี ทิ้งไว้เพียงเสียงโอดครวญที่ค่อย ๆ เงียบหายไปตามทางเดิน
ลินินมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอขยับเข้าไปใกล้คินน์ ใช้ปลายนิ้วเรียวจัดปกเสื้อสูทให้เขาเบา ๆ อย่างรักใคร่
"สะใจดีไหมคะ นายท่านของฉัน?" ลินินเอ่ยกระซิบเย้าแหย่ริมหูเขา ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความคลั่งไคล้
คินน์โอบเอวบางของเธอเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น ปลายจมูกโด่งคลอเคลียกับพวงแก้มเนียนอย่างสนิทสนม "ยังหรอกลินิน... นี่มันแค่เริ่มต้นความบันเทิงเท่านั้น"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยกลิ่นAอายแห่งชัยชนะ จู่ ๆ หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะประชุมที่ยังคงเปิดคาไว้ก็มีสายเรียกเข้าปริศนาปรากฏขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนด่วนจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวที่เด้งขึ้นมาขัดจังหวะ—
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบความเคลื่อนไหวของบุคคลต้องสงสัย "ตระกูลอัครเดชา" กำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ พร้อมหมายศาลอายัดทรัพย์สินส่วนตัวของคุณคินน์...]*
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
--- ไอศกรีมมินต์ช็อก ---
พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง•ตอนที่ 4
ใครกันแน่ที่สวะ?
ผลงานโดย ไอศกรีมมินต์ช็อก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไอศกรีมมินต์ช็อก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายขยับรักอย่าคิดจะเขี่ยผมทิ้ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!