กลิ่นอับชื้นของกระดาษไขและการบูรที่อบอวลอยู่ในลิ้นชักไม้สักเก่าแก่ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นหอมบางเบาของกาแฟคั่วบดสดใหม่ รัญธิดาวางปากกาแล็ทท์ลงบนกระดาษร่างแบบด้วยความนิ่งสนิท ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ทว่ามันกำลังจดจ่ออยู่กับเส้นสายเรขาคณิตที่ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นทีละเส้นบนแผ่นกระดาษดราฟต์สีนวล
หลายปีที่ผ่านมา มือคู่นี้ถูกบังคับให้จับแต่ตะหลิว ปากกาเมจิกสำหรับเขียนรายการซื้อของเข้าบ้าน และเอกสารบัญชีค่าใช้จ่ายที่สามีเป็นคนกำหนดกรอบ ไม่มีพื้นที่ให้จินตนาการ ไม่มีอิสระให้เส้นโค้งของเสาโรมันหรือมุมลาดเอียงของหลังคาสไตล์โมเดิร์นทรอปิคอลได้หายใจ ทุกอย่างถูกแช่แข็งไว้ใต้เงาของภาคิน—ชายผู้เคยประกาศก้องว่าสถาปัตยกรรมของเธอเป็นได้แค่ "งานอดิเรกแก้เบื่อของแม่บ้าน"
"เส้นนี้... ถ้าเราขยับเข้าอีกสองเซนติเมตร มุมรับแสงของห้องนั่งเล่นจะเปิดกว้างรับลมธรรมชาติได้เต็มที่โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือด้วยความชื่นชมของชยพลดังขึ้นจากมุมห้อง เขายืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ มองดูหญิงสาวที่กำลังคืนชีพกลับมาเป็นผู้หญิงคนเดิม—ผู้หญิงที่มีประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นลุกโชนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้นอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
รัญธิดาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มบางเบาอย่างเป็นกันเองแต่ยังคงไว้ซึ่งระยะห่างที่เหมาะสม "ธรรมชาติของแสงไม่เคยโกหกใครหรอกครับคุณชยพล ถ้าเราเคารพพื้นที่ แสงจะตอบแทนเราด้วยความอบอุ่นเสมอ ไม่เหมือนมนุษย์... ที่มักพยายามบิดเบือนทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองดูดีในสายตาคนอื่น"
คำพูดเปรียบเปรยนั้นคมกริบราวกับคมมีดที่กรีดผ่านความเงียบงัน ชยพลหัวเราะในลำคอเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาไม่ได้ซักไซ้หรือขุดคุ้ยอดีตอันร้าว ราบของเธอ เพราะสิ่งที่เขาสนใจในตอนนี้คือศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดที่กำลังระเบิดออกมาจากตัวตนของสถาปัตยกรรมสาวผู้นี้ โครงการรีโนเวตเรือนรับรองกลางสวนป่าของลูกค้ารายใหญ่ ถูกมอบหมายให้รัญธิดารับผิดชอบแบบเบ็ดเสร็จ นี่คือโอกาสแรกในรอบหลายปีที่เธอจะได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า เธอก็คือมืออาชีพ ไม่ใช่แค่เงาของใคร
นิ้วเรียวตวัดปลายดินสอลงบนกระดาษอย่างคล่องแคล่ว ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความมั่นใจที่สะสมจากการถูกกดทับมาเนิ่นนาน ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศหักหลัง รอยแผลเป็นทางความรู้สึกที่ภาคินฝากไว้ ไม่ได้ถูกปัดกวาดย่อยสลายไปไหน หากแต่มันถูกหลอมรวมเข้ากับหมึกพิมพ์และเส้นร่าง กลายเป็นพลังงานดิบที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก
ในขณะเดียวกัน ที่สำนักงานใหญ่ของภาคิน บรรยากาศรอบตัวชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความหนقทึบและเย็นเยียบ แฟนหนุ่มนักธุรกิจผู้เคยค้ำฟ้ากำลังจ้องมองรายงานการเงินและภาพถ่ายจากโครงการคู่แข่งด้วยสายตานิ่งค้าง ภาพถ่ายใบนั้น—ภาพร่างแบบสถาปัตยกรรมที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งปรากฏชื่อของ "รัญธิดา" เป็นผู้ออกแบบหลัก
ภาคินขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ลมหายใจสะดุดกᜇ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่เคยหอมหวานบัดนี้กลับจางหายไร้ความหมาย ภาพของอดีตภรรยาผู้เงียบขรึมในชุดกันเปื้อนเก่า ๆ ซ้อนทับกับภาพของสถาปัตยกรรมหญิงผู้เฉิดฉายในงานเปิดตัวโครงการใหญ่ หัวใจของเขาบีบรัดอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบที่หน้าอก ราวกับมีใครบางคนกำลังใช้มือเปล่าควักเอาวิญญาณของเขาออกไปจากร่าง
"เธอไม่ได้ตายจากฉันไปไหน... เธอกำลังกลับมา และเธอกำลังเหยียบย่ำทุกสิ่งที่ฉันสร้างขึ้น" ภาคินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความหลงใหล ความเสียดาย และความกระหายที่จะทวงคืนสิ่งที่เคยเป็นของตน
เขาหยิบกุญแจรถบนโต๊ะทำงานด้วยมือที่สั่นเทา ความเย่อหยิ่งทระนานที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของชายผู้สูญเสียทุกสิ่ง และพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเธอกลับมาอยู่ใต้เงาของเขาอีกครั้ง แม้จะต้องแลกด้วยการคุกเข่าอ้อนวอนต่อหน้าเธอก็ตาม
แต่ทว่า ในขณะที่ภาคินกำลังเร่งรีบก้าวเท้าออกจากห้องทำงานเพื่อมุ่งหน้าไปยังสตูดิโอออกแบบแห่งใหม่ของรัญธิดา เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นขัดจังหวะ
เขาชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองหน้าจอที่แสดงเบอร์โทรศัพท์จากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง—โรงพยาบาลเดียวกับที่รัญธิดาเคยเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุเมื่อหลายเดือนก่อน
นิ้วแกร่งกดรับสายด้วยความหงุดหงิด "ผมกำลังรีบ มีอะไรก็ว่ามาสั้น ๆ"
"เรียนคุณภาคินครับ ทางเราโทรมาเพื่อแจ้งผลการตรวจสอบประวัติการรักษาเพิ่มเติมตามที่คุณเคยร้องขอเมื่อสัปดาห์ก่อนเกี่ยวกับคุณรัญธิดา... และพบเวชระجيلพิเศษอีกหนึ่งฉบับที่ถูกบันทึกไว้ในระบบลับครับ เป็นบันทึกการฝากครรภ์เมื่อสองปีก่อน..."
เสียงปลายสายขาดหายไปครู่หนึ่ง ทว่าสำหรับภาคิน โลกทั้งใบหยุดหมุนลงในเสี้ยววินาทีนั้น ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อประโยคถัดมาดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์เข้ามาในความเงียบงัน
"ผลตรวจระบุชัดเจนครับ... คุณรัญธิดาไม่ได้แท้งบุตรในคืนวันเกิดเหตุอย่างที่เข้าใจกัน แต่เด็กทอดตัวรอดและถูกย้ายทะเบียนราษฎร์ออกไปโดยบุคคลปริศนาเมื่อหเดือนก่อน... และปัจจุบัน เด็กคนนั้นมีอายุครบสองขวบพอดีครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและก้าวเดินผ่านรอยร้าวนี้ไปด้วยกันนะครับ
รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน•ตอนที่ 5
การตื่นของสถาปนิก
ผลงานโดย บันทึกคนจร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกคนจร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยร้าวบนกระจกเงา: เศษซากชีวิตหลังคำขอโทษที่สายเกิน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!