คราบน้ำมันมะกอกและเศษพริกไทยดำที่ติดอยู่บนก้นกระทะเหล็กหล่อ คือหลักฐานชิ้นดีว่าสงครามย่อมๆ บนเตาไฟเมื่อครู่เพิ่งสงบลง รินรดายืนเท้าสะเอวอยู่หน้าเคาน์เตอร์ไม้สัก เธอยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเม็ดเป้งที่ผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้า ปอยผมสีดำขลับที่หลุดรุ่ยจากมวยผมแนบชิดติดกับผิวแก้มเนียน ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความสะใจปนความเหนื่อยล้า เมื่อนึกถึงสีหน้าของป้าสะใภ้จอมเขมือบและญาติสามีหน้าเลือดที่เพิ่งหอบหิ้วท้องป่องๆ กลับออกไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ราบคาบ
คิดจะมาฮุบน้ำพริกสูตรลับของเธอหรือ ฝันไปเถอะ!
"กับข้าวฝีมือคุณวันนี้... ทำเอาคนหน้าหนาพวกนั้นกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยนะคะ"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้องครัว ผู้กองศิลายืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทางผ่อนคลาย แขนแกร่งทั้งสองข้างกอดอกไว้หลวมๆ ดวงตาคมกริบที่มักจะใช้มองหาผู้บุกรุกในป่าลึก บัดนี้ทอดมองร่างบางของภรรยาด้วยประกายความอ่อนโยนที่แทบจะละลายน้ำแข็งในช่องแช่แข็งได้ บนโต๊ะไม้ตัวยาวเบื้องหน้าเขามีจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสองใบวางอยู่ เศษกระดูกไก่และคราบน้ำซุปข้นคลักรสหอมเครื่องเทศยังคงหลงเหลืออยู่เล็กน้อย บ่งบอกว่ามื้อค่ำอันดุเดือดเพิ่งรูดม่านปิดฉากลง
รินรดากวาดตามองจานข้าวที่เกลี้ยงเกลา เธอแค่นเสียงเบาๆ ในลำคออย่างหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้ "ก็แค่จัดการพวกปลิงดูดเลือดให้เข้าที่เข้าทางค่ะคุณศิลา ถ้าไม่ใช้ 'แกงป่าปลาดุกนาใส่พริกไทยอ่อน' เผ็ดร้อนจนหูชาดล้างคอพวกนั้น มีหวังพวกมันคงแทะบ้านเราจนไม่เหลือแม้แต่เสาเรือน"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและอบอุ่นเหมือนเตาผิงในคืนฤดูหนาว เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารพรานพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นมัดกล้ามเนื้อสมชายชาตรี กลิ่นอายความเป็นบุรุษปะปนกับกลิ่นจางๆ ของสมุนไพรป่าและกลิ่นหอมของพริกแกงที่ยังติดอยู่ตามตัวเขา ทำให้หัวใจของอดีตเชฟมิชลินสาวเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง
อย่าใจสั่นนะรินรดา... เธอเตือนตัวเองในใจ พยายามดึงสติกลับมาที่กองจานชามตรงหน้า
"เดี๋ยวฉันจัดการเก็บเองค่ะ คุณไปนั่งพักเถอะ วันนี้คุณช่วยผ่าฟืนมาทั้งวันแล้วนี่" รินรดาเอ่ยพลางเอื้อมมือไปหยิบฟองน้ำ แต่ปลายนิ้วกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้ก่อน
ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่ผ่านการฝึกฝนและถืออาวุธมาโชกโชนแผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัส รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านไปตามกระดูกสันหลัง เธอชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้กองหนุ่มที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือหน้าผาก
"ปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า..." น้ำเสียงของเธอเบาหวิวโดยไม่รู้ตัว
"ในบ้านเรา มีแค่เราสองคนค่ะริน" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมคายคู่นั้นไม่มีร่องรอยของการล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย มันเต็มไปด้วยความลึกซึ้งและคำพูดที่เก็บงำไว้ในใจมานาน "ผมแค่อยากช่วย... และอีกอย่าง มีบางอย่างที่ผมอยากจะพูดกับคุณมาตั้งแต่ตอนที่คุณยืนผัดพริกแกงอยู่หน้าเตาแล้ว"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ในห้องครัวชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่างที่ขับกล่อมบรรยากาศให้ชวนวาบหวาม "เรื่อง... เรื่องอะไรคะ?"
ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขาย้ายมือมาจับข้อมือเธอข้างหนึ่งอย่างทะนุถนอม ก่อนจะจูงเธอเดินไปยังม้านั่งไม้ข้างหน้าต่างที่เปิดรับลมยามค่ำคืน แสงจันทร์นวลตาอาบไล้ไปทั่วลาดไหล่กว้างและใบหน้าคมเข้มของสามีในนาม รินรดายอมปล่อยให้เขานำพาไปโดยปริยาย หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามราวกับกลองศึก
เมื่อทั้งค่านั่งลงเคียงข้างกันบนม้านั่งตัวยาว ศิลาก็หยิบกระดาษทิชชูมาเช็ดมือให้อย่างเบามือ ราวกับเธอกลัวว่าเธอจะบอบช้ำ เป็นการกระทำที่ขัดกับภาพลักษณ์นายทหารพรานสายโหดโดยสิ้นเชิง แต่กลับทำให้หัวใจของหญิงสาวพองโตจนคับอก
"ตลอดเวลาที่เราแต่งงานกันมา..." ศิลาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาคมทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนจะเบนกลับมาสบตาเธอตรงๆ "ผมเป็นแค่ทหารบ้านๆ ที่วันๆ เอาแต่เข้าป่า ล่าสัตว์ ตากเนื้อแห้ง ผมคิดเสมอว่าชีวิตผมคงมีแค่นั้น จนกระทั่งคุณก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้"
รินรดาเม้มริมฝีปากเล็กน้อย เธอนิ่งฟังด้วยความตั้งใจ
"คุณทำให้ครัวร้างๆ หลังนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมา กลิ่นอายของเครื่องเทศและอาหารไทยฝีมือคุณ มันไม่ใช่แค่เติมเต็มท้องของผม แต่มันเติมเต็มบ้านหลังนี้ให้กลายเป็น 'บ้าน' จริงๆ" ศิลาเอื้อมมือขึ้นมาทัดปอยผมที่หลุดรุ่ยให้กับเธอสัมผัสนั้นแผ่วเบาจนแทบไม่รู้สึก แต่ความหมายกลับหนักแน่นดั่งขุนเขา "ผมเห็นวิธีที่คุณสู้กับคนพวกนั้น ผมเห็นความฉลาด ความเด็ดเดี่ยว และรอยยิ้มของคุณเวลาที่คุณได้ทำอาหาร... ริน คุณทำให้ผมละสายตาจากคุณไม่ได้เลย"
คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจ ทะลวงทะลวงผ่านเกราะป้องกันอันแข็ง ศาสตราจารย์ด้านความเย็นชาที่รินรดาสวมไว้ตลอดการใช้ชีวิตในโลกใบใหม่พังทลายลงในพริบตา ดวงตากลมโตไหวระริก เธอไม่คิดว่าผู้ชายท่าทางนิ่งขรึมคนนี้จะซ่อนความรู้สึกที่ลึกซึ้งเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น
"คุณศิลา..." รินรดาเอรียกชื่อเขาเสียงสั่นเล็กน้อย "คุณพูดแบบนี้... หมายความว่ายังไงคะ?"
"ผมหมายความว่า..." ศิลาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่แนบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้าน "ผมไม่ได้อยากเป็นแค่สามีในนามของคุณแล้วรินรดา ผมอยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างคุณจริงๆ เป็นคนที่ปกป้องคุณ และเป็นคนที่ได้กินอาหารฝีมือคุณไปจนแก่เฒ่า"
ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลสูตรอาหารและกลิ่นเครื่องเทศอย่างรวดเร็ว กลับว่างเปล่าสนิท มีเพียงภาพนัยน์ตาคมกรามที่สะท้อนเงาของเธออยู่เพียงผู้เดียว
นี่คือความในใจหลังจานข้าวที่เข้มข้นยิ่งกว่าแกงเผ็ดชนิดใดในโลก...
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"ผู้กองศิลา! อยู่ไหมครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" เสียงตะโกนโหววกเหวกของลูกน้องคนสนิทดังแทรกความเงียบยามวิกาลขึ้นมา ทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ
ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที ดวงตาคมเปลี่ยนกลับมาเป็นโหมดนักรบในเสี้ยววินาที เขาสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในชีวิตคู่
รินรดารีบดึงสติตัวเอง เธอลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แม้ในใจจะนึกเคืองผู้มาใหม่ไม่น้อย แต่สัญชาตญาณของคนเคยผ่านศึกบอกเธอว่า เรื่องที่ทำให้ลูกน้องต้องวิ่งหน้าตั้งมากลางดึกขนาดนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน
ศิลายืนขึ้นตาม เขาคว้ามีดพกประจำตัวที่วางอยู่บนโต๊ะมาเหน็บไว้ที่เอว ก่อนจะหันมามองภรรยาด้วยแววตาเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ต้องผละจากไป
"ริน... ล็อกประตูให้ดี อย่าเพิ่งเปิดให้ใครจนกว่าผมจะกลับมา"
พูดจบ ศิลาก็สาวเท้าก้าวออกไปที่ประตูหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว
รินรดามองตามแผ่นหลังกว้างที่หายลับไปในความมืด ความรู้สึกเป็นห่วงและสังหรณ์ใจแปลกๆ ตีรวนขึ้นมาในอก เธอหันกลับมามองจานข้าวสองใบที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ อาหารมื้อค่ำที่ควรจะจบลงด้วยความหวานชื่น กลับถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งความไม่แน่นอน
และก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าตามไป เสียงกระซิบประหลาดบางอย่างก็ลอยแว่วมาจาก 'ห้องครัวกาลเวลา' ในมิติสติของเธอ... วัตถุดิบโบราณที่เก็บไว้ในห้องเย็นสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับกำลังเตือนภัยถึงบางสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาลิ้มรสความรักและกลิ่นอายครัวไทยอบอุ่นไปด้วยกันค่ะ
แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว•ตอนที่ 16
ความในใจหลังจานข้าว
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวพริกแกงกับนายทหารพกมีดทำครัว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!