แฟ้มเอกสารงบประมาณโครงการวิจัยอัลกอริทึมจำลองความรู้สึกถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังปัง จนกระดาษแผ่นบนสุดขยับไหว
"คุณบอกว่าดิฉันจัดการเวลาไม่ดีพอ งั้นช่วยอธิบายให้สมองระดับดוקเตอร์อย่างคุณเข้าใจหน่อยสิคะว่า การที่สำนักเลขาธิการอนุมัติงบช้าไปสามสัปดาห์ แต่นักวิศวกรซอฟต์แวร์อัจฉริยะอย่างคุณกลับเร่งรัดให้ส่งโค้ดก่อนกำหนดสี่วัน มันคือตรรกะข้อไหนของมนุษย์ หรือว่าระบบประมวลผลในหัวของคุณมันรันด้วยอัลกอริทึมความเอาแต่ใจตัวเองกันแน่คะ ดร.น่านน้ำ!"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของเลขาฯ หน้าห้องดังแทรกเข้ามาทันทีที่ประตูห้องประชุมใหญ่ถูกเปิดผาง รวิศ—ชายหนุ่มในชุดเชิ้ตพับแขนเสื้อเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามอารมณ์—ชะงักมือที่กำลังเคาะปากกาลงกับโต๊ะ เขาเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาวเจ้าของชื่อ "น่านน้ำ" ที่กำลังยืนกอดอก
แววตาของดร.น่านน้ำเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลก แต่พวงแก้มกลับระเรื่อแดงด้วยแรงอารมณ์ หล่อนไม่ได้โกรธเรื่องงานหรอกค่ะ หล่อนกำลังหงุดหงิดที่ผู้ชายตรงหน้ามีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจหล่อนมากเกินไปต่างหาก
รวิศแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นนั้นกวนประสาทเสียจนน่านน้ำอยากจะคว้าแก้วกาแฟสาดใส่หน้าเขาจริงๆ
"คุณกำลังใช้อารมณ์ตัดสินตรรกะนะ น่านน้ำ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น จงใจเว้นวรรคเพื่อยั่วโมโห "ในทางจิตวิทยาพฤติกรรมแล้ว คนที่พยายามปกป้องตัวเองด้วยการพ่นคำพูดรุนแรงใส่คนอื่น มักจะมีปมปัญหาลึกๆ เกี่ยวกับการสูญเสียการควบคุม... คุณกำลังกลัวอะไรอยู่เหรอ หืม? กลัวว่าอัลกอริทึมความรู้สึกที่คุณสร้างขึ้นมาป้องกันตัวเอง มันจะพังคามือผมหรือไง?"
"ทฤษฎีจิตวิทยาวิเคราะห์บ้าบออะไรของคุณ!" น่านน้ำก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนเหลือแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นมินต์จางๆ จากตัวเขาลอยปะปนกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้ม ยิ่งทำให้สมาธิที่หล่อนพยายามรวบรวมมาตลอดวันกระเจิง "อย่าเอาหลักการตื้นเขินมาวินิจฉัยฉันนะ รวิศ ฉันเป็นนักประสาทวิทยา ฉันรู้ดีว่าสารเคมีในสมองตอนนี้กำลังหลั่งสารความเครียดตัวไหนออกมาบ้าง และหนึ่งในนั้นคือเซโรโทนินที่ลดลงเพราะรำคาญขี้หน้าคุณนี่แหละ!"
รวิศไม่ถอยหนี เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มใบหน้าลงมาหาหญิงสาวจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ทุกอณูบนใบหน้าของหล่อน ราวกับกำลังอ่านโค้ดโปรแกรมที่ซับซ้อนที่สุดในโลก
"ปากเก่ง..." รวิศกระซิบเสียงพร่า แววตาที่มองมาไอร้อนระอุขึ้นอย่างปิดไม่มิด "แต่รู้ไหมว่าเวลาที่คุณขมวดคิ้วแล้วเถียงผมฉอดๆ แบบนี้... มันน่ารักจนผมแทบไม่อยากสนใจเรื่องงบประมาณอะไรนั่นเลยสักนิด"
น่านน้ำชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ที่ทำหน้าที่ยับยั้งชั่งใจหยุดทำงานไปชั่วขณะ หล่อนเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนดังทะลุอก คำพูดสวนกลับที่เตรียมไว้เป็นกระบุงหายวับไปกับตา เมื่อเจอสายตาคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความกวนประสาทของคนตรงหน้าจู่โจมเข้าอย่างจัง
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกัน
"นี่คุณ..." น่านน้ำพยายามเค้นเสียงออกมาให้ดูมั่นคงที่สุด แต่มือเรียวที่กำชายเสื้อกาวน์ไว้แน่นกลับสั่นระริก "อย่ามา... เล่นมุกตลกบ้าๆ นะคะ"
"ผมไม่ได้ล้อเล่น" รวิศขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปราวกับจะแตะกลุ่มผมที่หลุดรุ่ยลงมาปรกแก้มเนียน "ผมกำลังวิเคราะห์ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ต่างหาก... หลักการที่บอกว่า หัวใจของคุณกับผม มันกำลังเต้นในความถี่เดียวกัน"
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาต ผู้อำนวยการสถาบันก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ โดยมีสีหน้าเคร่งเครียด
"ดร.น่านน้ำ! คุณรวิศ! แย่แล้วครับ! ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของโปรเจกต์ที่เรากำลังลิงก์กับกระทรวงเกิดขัดข้องกะทันหัน ข้อมูลทั้งหมดกำลังจะหายไปภายในสิบนาทีนี้ ถ้าเรากู้คืนไม่ทัน งานวิจัยสามปีของเราปลิวแน่ครับ!"
ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 3
จิตวิทยาเบื้องหลังคำด่า
ผลงานโดย จิตวิทยาเพื่อทุกคน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จิตวิทยาเพื่อทุกคน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีโค้ดสมองสั่งรัก: เมื่ออัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!