"เก็บมันไปเสียทีธันวา... หรือไม่ก็ทิ้งมันลงถังขยะนั่น"
เสียงของรวิไม่ได้สั่นไหวอย่างที่ใจเขาเป็น แต่มันแห้งผากและเย็นเยียบราวกับก้อนหินที่แช่อยู่ในน้ำค้างแข็ง กุญแจดอกเก่าสีสนิมในมือเขาส่งผ่านความสั่นสะท้านขึ้นมาถึงข้อศอก มันไม่ใช่แค่โลหะ แต่มันคือตราประทับของอดีตที่เขาเคยพยายามฝังกลบไว้ภายใต้ชั้นดินของความสำเร็จที่จอมปลอม
ธันวาไม่ได้ขยับตัว ดวงตาของชายหนุ่มที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความกระหายอำนาจ บัดนี้ไหวระริกเหมือนเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง "นายรู้ดีว่ากุญแจดอกนี้เปิดอะไรได้ รวิ... และถ้านายเปิดมัน นายจะกลับไปเป็นคนเดิมที่ฉันรู้จัก คนที่ไม่ได้หลบมาเน่าเปื่อยอยู่กับยายแก่ในร้านขายของชำนี่"
"คนเดิมที่นายว่า คือคนที่นอนไม่หลับโดยต้องพึ่งยานอนหลับวันละสามเม็ดน่ะหรือ" รวิแค่นยิ้ม มุมปากของเขาไม่ได้รับรู้ถึงความสนุกเลยแม้แต่น้อย เขาวางกุญแจลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ที่มีรอยคราบกาแฟเป็นวงกว้าง เสียงโลหะกระทบไม้ดัง 'กริ๊ก' สั้นๆ แต่มันกลับก้องกังวานในความเงียบงันของห้องที่อบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นและกลิ่นกระดาษเก่า
ธันวาเม้มปากแน่น เขาไม่ได้โต้ตอบ แต่สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่กุญแจดอกนั้นราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่รอวันทำงาน ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปโดยไม่ทิ้งคำลา ความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันเป็นความเงียบที่บีบคั้น รวิทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หวายที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะปลอบประโลม
เขาไม่ได้ต้องการความสำเร็จที่ต้องแลกด้วยวิญญาณอีกต่อไป สายตาของเขามองไปที่ชั้นวางหนังสือมุมห้อง—มุมที่เขาไม่ได้แตะต้องมานานนับปี หนังสือเล่มหนึ่งปกสีซีดจางวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว รวิลุกขึ้นเดินไปหาหยิบมันขึ้นมา ผิวสัมผัสของกระดาษที่กรอบและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลให้ความรู้สึกประหลาด มันเป็นหนังสือปรัชญาเล่มแรกที่เขาเคยอ่านก่อนจะถูกระบบกรงขังทางสังคมกลืนกิน
เมื่อเขาทรุดตัวลงบนเก้าอี้นวมตัวเก่า แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างเข้ามาเป็นลำคล้ายกับมือนุ่มนวลที่แตะบนหน้ากระดาษ รวิเริ่มอ่าน... ไม่ใช่เพื่อค้นหาคำตอบที่จะมาแก้ปัญหา แต่เพื่ออ่านความว่างเปล่าที่ซ่อนอยู่ในตัวอักษร
ความเงียบเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างแช่มช้า รวิพบว่าเสียงฝีเท้าของความคิดที่เคยวิ่งพล่านในหัวเริ่มผ่อนจังหวะลง ลมหายใจของเขาเริ่มสอดประสานกับเสียงแมลงกลางคืนที่ร้องระงมอยู่หลังร้าน ยายแสงเดินเข้ามาในร้านเงียบๆ วางถ้วยชาอุ่นๆ ลงข้างๆ หนังสือของเขาโดยไม่เอ่ยปากถามอะไร เธอเพียงแค่ยิ้ม—ยิ้มที่เหมือนจะบอกว่า *'ในที่สุด เธอก็ยอมหยุดวิ่งเสียที'*
"ยายรู้ไหม..." รวิเอ่ยขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้าจากหนังสือ "ถ้าผมทิ้งกุญแจดอกนี้ไปเสียตอนนี้ อดีตของผมจะกลายเป็นแค่เรื่องแต่งที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้หรือเปล่า"
ยายแสงหยุดมือที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์ เธอหันมามองรวิด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง "สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว มันไม่ได้อยู่ที่กุญแจหรอกพ่อหนุ่ม มันอยู่ที่ว่าเธอจะยังคงไขประตูบานนั้นซ้ำๆ เพื่อเข้าไปอยู่ในความมืดนั่นอีกนานแค่ไหนต่างหาก การปล่อยวางไม่ใช่การทำลายหลักฐาน แต่คือการเลิกถือครองกุญแจไว้ให้มือตัวเองเป็นแผล"
รวิปิดหนังสือลง เสียงกระดาษกระทบกันเบาๆ ช่างฟังดูเป็นอิสระ เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างภายในใจ ความวุ่นวายที่เคยสุมอกเหมือนก้อนเมฆดำเริ่มสลายตัวไปเหลือเพียงท้องฟ้าที่กว้างใหญ่และว่างเปล่า เขาหยิบกุญแจดอกนั้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้... เขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ธันวาอาจจะพลาดไป
ที่โคนกุญแจมีรอยขีดเขียนเล็กๆ ที่เขาลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นคนสลักไว้ มันไม่ใช่รหัสผ่านตู้เซฟอย่างที่ธันวาต้องการ แต่มันคือชื่อของสถานที่ที่เขาเคยให้สัญญาไว้กับใครคนหนึ่ง—คนที่เขาคิดว่าตายไปจากความทรงจำแล้ว
ในขณะที่รวิกำลังจะลุกขึ้นเพื่อนำกุญแจไปเก็บในที่ที่มันควรอยู่ เสียงเคาะประตูหน้าร้านก็ดังขึ้น... รัว เร็ว และสั่นประสานด้วยความตื่นตระหนก รวิชะงักฝีเท้า เงยหน้ามองผ่านความมืดออกไปสู่ประตูร้านที่ปิดสนิท ท่ามกลางแสงจันทร์ที่เริ่มถูกเมฆบดบังจนบรรยากาศดูอึมครึมผิดปกติ
ร่างเงาที่ยืนอยู่หลังกระจกหน้าร้านค่อยๆ ปรากฏขึ้นในสายตา รวิขยับตัวไม่ได้เมื่อเห็นว่าใบหน้าของคนที่ยืนอยู่นั้นคือใคร... มันไม่ใช่ธันวา แต่เป็นหญิงสาวที่เขามั่นใจว่าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อสิบปีที่แล้ว พร้อมกับกุญแจอีกดอกในมือของเธอที่เหมือนกับดอกที่อยู่ในมือของเขาไม่มีผิดเพี้ยน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความเงียบไปกับรวินะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 6
หนังสือเล่มแรกในรอบปี
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!