“เธอตายไปแล้ว... นั่นคือความจริงที่บันทึกไว้ในหน้ากระดาษเมื่อสิบปีก่อน”
รวิพึมพำกับความว่างเปล่า ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนพื้นผิวเย็นเฉียบของกระจกหน้าร้าน เงาสะท้อนที่จ้องมองกลับมานั้นนิ่งสนิท หญิงสาวในชุดสีขาวหม่นคนนั้นไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเธอว่างเปล่าราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบึ้ง มือที่ถือดอกกุญแจดอกเดียวกันกับเขานั้นสั่นระริกอยู่หลังบานกระจก ก่อนที่เงาร่างนั้นจะเลือนหายไปเหมือนหมอกควันที่ถูกลมพัดพา ทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบที่เกาะกินหัวใจ
รวิถอนหายใจออกมาแผ่วเบา เขาหมุนตัวกลับเข้าสู่ภายในร้าน ความเงียบเชียบในยามค่ำคืนไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสงบเหมือนทุกที แต่มันกลับทำให้เสียงความคิดของตัวเองดังก้องขึ้นมา
“เงินในบัญชีที่เหลืออยู่... จะประคองชีวิตแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหนกันนะ”
คำถามนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยค่ะ มันคือความกังวลที่เกาะกินใจเขามาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ตั้งแต่ตัดสินใจทิ้งชีวิตนักบริหารระดับสูงมาซ่อนตัวอยู่ในร้านขายของชำเล็กๆ แห่งนี้ รวิไม่เคยต้องกังวลเรื่องตัวเลขในสมุดบัญชีมาก่อน แต่ในโลกที่ไร้ซึ่งผลกำไรมหาศาล ทุกเหรียญบาทที่จ่ายออกไปเพื่อซื้อข้าวสารหรือไข่ไก่ เริ่มกลายเป็นก้อนหินที่ถ่วงความรู้สึกของเขาให้หนักอึ้ง
เขามองดูสมุดบัญชีเล่มบางที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ ในหัวพลันนึกถึงใบหน้าของธันวา เพื่อนรักที่ตอนนี้กลายเป็นศัตรูทางความคิดโดยสมบูรณ์ ธันวาเคยบอกเขาว่า ‘การหนีไปใช้ชีวิตเรียบง่าย คือความฟุ่มเฟือยของคนที่มีเงินเก็บมากพอเท่านั้น’ รวิพยายามจะปฏิเสธคำพูดนั้น แต่ในวินาทีที่เขามองเห็นยอดเงินคงเหลือที่ลดน้อยถอยลง ความมั่นใจที่เคยมีก็สั่นคลอน
“กำลังคิดเรื่องอนาคตที่ยังมาไม่ถึง หรือกำลังเสียดายอดีตที่ผ่านไปแล้วล่ะ พ่อคนเก่ง”
เสียงแหบพร่าของยายแสงดังขึ้นจากเงามืดหลังชั้นวางของ รวิสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะผ่อนคลายลงเมื่อเห็นหญิงชราเดินออกมาพร้อมกับถ้วยชาอุ่นๆ กลิ่นหอมของใบชาป่าช่วยบรรเทาความตึงเครียดในอกได้ชั่วขณะ
“ผมแค่คิดว่า... ความว่างเปล่าที่ผมแสวงหา มันต้องแลกมาด้วยความอดอยากหรือเปล่านะครับยาย” รวิถามพลางรับถ้วยชามาประคองไว้ ความอบอุ่นที่ซึมผ่านฝ่ามือไม่ได้ทำให้หัวใจของเขาอุ่นขึ้นตามไปด้วย
ยายแสงทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ดวงตาฝ้าฟางของเธอจ้องมองไปที่รอยแตกบนพื้นไม้ ราวกับจะอ่านเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในเนื้อไม้ “คนเรามักกลัวความหิวโหยทางกาย จนลืมไปว่าความหิวโหยทางใจนั้นน่ากลัวกว่าหลายเท่า รวิ... เธอเคยถามตัวเองไหมว่า สิ่งที่เธอกลัวตอนนี้ คือ ‘ไม่มีเงิน’ หรือ ‘ไม่มีคุณค่า’ ในสายตาคนอื่นกันแน่?”
คำถามนั้นกระแทกใจรวิจนนิ่งค้าง เขาเงียบไปนาน ความเงียบที่ไม่ใช่ความอึดอัด แต่เป็นความเงียบที่กำลังตกตะกอน เขานึกถึงภาพหญิงสาวหน้ากระจกคนนั้น กุญแจดอกนั้นคืออะไร? ทำไมมันถึงมาอยู่ในมือเขา? และทำไมความกังวลเรื่องเงินถึงเริ่มเข้ามาแทรกซึมในจังหวะเดียวกับที่อดีตกลับมาหลอกหลอน?
“ผมแค่รู้สึกว่า... โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่เลือกจะหยุดพักหรอกนะครับ” รวิวางถ้วยชาลง เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องในร้าน “ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย แม้แต่การอยู่อย่างสันโดษ”
“ราคาที่เธอจ่าย ไม่ใช่เงินหรอกรวิ แต่มันคือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริงที่เธอกลัวที่สุดต่างหาก” ยายแสงเอื้อมมือมาแตะข้อมือเขา “พรุ่งนี้เช้า ไปที่สวนหลังบ้าน แล้วขุดใต้ต้นลั่นทมต้นใหญ่ที่สุดที่นั่น เธอจะพบคำตอบว่าทำไมกุญแจดอกนั้นถึงเลือกเธอ”
รวิขมวดคิ้ว “ทำไมต้องเป็นที่นั่น?”
“เพราะความว่างเปล่าที่แท้จริง ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรเลย แต่มันคือการที่ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างถูกที่ถูกทาง... แม้แต่ความตายที่เธอพยายามลืมไปเมื่อสิบปีก่อน”
รวิหลับตาลง ภาพหญิงสาวคนนั้นฉายชัดขึ้นมาในความทรงจำ ไม่ใช่ในฐานะคนแปลกหน้า แต่เป็น... เขาเบิกตากว้าง ความรู้สึกหวาดหวั่นแล่นพล่านไปทั่วร่าง เมื่อเขารู้ตัวแล้วว่ากุญแจในมือนั้น ไม่ได้ไขประตูร้าน หรือไขความลับของใครที่ไหน แต่มันคือดอกกุญแจที่ไขกล่องสมบัติที่เขาฝังไว้เองกับมือเมื่อสิบปีที่แล้ว
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างแรงจากด้านนอก ทั้งที่ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า รวิหันไปมองบานประตูไม้ที่สั่นไหวตามจังหวะเคาะ ราวกับมีใครบางคนกำลังจะพังมันเข้ามา และเมื่อเขาขยับเข้าไปใกล้แสงจันทร์ที่สาดส่องลอดบานเกล็ดหน้าต่าง เขาก็เห็นเงาของคนสองคนที่ยืนอยู่หน้าร้าน หนึ่งในนั้นคือธันวา... ส่วนอีกร่างหนึ่งที่ยืนเคียงข้างกัน คือหญิงสาวในชุดสีขาวคนเดิม ที่บัดนี้กำลังยิ้มให้เขาผ่านบานกระจกอย่างเยือกเย็น
“เปิดประตูเถอะรวิ... เรามีเรื่องที่ต้องสะสางกันให้จบ ก่อนที่ความว่างเปล่าของเธอจะกลายเป็นหลุมศพของตัวเอง” เสียงธันวาดังลอดผ่านเข้ามา แต่มันฟังดูเหมือนเสียงที่ออกมาจากลำคอของหญิงสาวคนนั้นมากกว่า
รวิกำกุญแจในมือแน่นจนเจ็บไปถึงกระดูก นี่ไม่ใช่บททดสอบของชีวิต แต่มันคือการทวงคืน... จากสิ่งที่เขาเคยคิดว่าปล่อยวางไปได้แล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรวิในตอนนี้นะคะ
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 7
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!