เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 14

จดหมายที่ไม่ได้ส่ง

ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
“เก็บมันไว้ก็หนักเปล่าๆ รวิ ความลับที่ไม่ได้เปิดเผยมันก็เหมือนขยะที่หมักหมมอยู่ในหัวใจนั่นแหละ” เสียงของยายแสงดังก้องขึ้นในความทรงจำขณะที่ปลายปากกาลูกลื่นกดลงบนกระดาษสมุดปกน้ำตาลจนเกือบทะลุ รวิไม่ได้เงยหน้ามองร้านขายของชำที่เงียบเชียบในยามค่ำคืน เขาจดจ่ออยู่กับตัวอักษรที่สั่นไหวบนหน้ากระดาษ—ถ้อยคำที่เขาเรียบเรียงขึ้นเพื่อบอกลาครอบครัวในโลกที่เขาจากมา... โลกที่เขาเคยเป็น ‘ความสำเร็จ’ ที่ทุกคนเชิดชู แต่กลับเป็น ‘ความว่างเปล่า’ ที่เขาเกลียดชังที่สุด *‘พ่อครับ แม่ครับ... ผมไม่ใช่ผลงานชิ้นเอกที่พวกท่านต้องการ แต่ผมเป็นเพียงต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยากเติบโตในที่ของตัวเอง’* รวิชะงัก นิ้วมือที่จับปากกาเริ่มสั่นระริก คำว่า ‘พ่อ’ และ ‘แม่’ ในบรรทัดนั้นหนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับได้ เขาพับกระดาษแผ่นนั้นให้เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมเล็กๆ แสงตะเกียงน้ำมันในร้านของยายแสงวูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าๆ มันทำให้เงาของเขาบนผนังดูบิดเบี้ยว ราวกับวิญญาณที่กำลังแตกสลาย “เขียนเสร็จแล้วรึ?” เสียงแหบพร่าของยายแสงดังขึ้นจากมุมมืดของร้าน หญิงชราไม่ได้ขยับตัว เพียงแค่นั่งกอดอกมองเขานิ่งๆ “ครับ... เอ่อ... ค่ะ” รวิแก้คำพูดทันทีเมื่อสบตากับแววตาที่รู้ทันของยายแสง “ผมเขียนทุกอย่างที่ค้างคาใจลงไปหมดแล้ว แต่มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ สิ่งที่ผมจะบอก พวกเขาคงไม่เข้าใจ... หรือต่อให้เข้าใจ พวกเขาก็คงเลือกที่จะมองข้ามมันไปเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด” รวิขยำกระดาษในมือเบาๆ เขาไม่ได้โยนมันทิ้ง แต่เก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อ ความรู้สึกขัดแย้งตีรวนในอก เขาปรารถนาจะปลดแอกตัวเองออกจากความคาดหวังเหล่านั้น แต่สายใยที่มองไม่เห็นกลับรัดตรึงเขาไว้แน่นหนาเสียจนหายใจไม่ออก “การเขียนคือการซื่อสัตย์กับตัวเองนะรวิ” ยายแสงขยับตัวมาใกล้ แสงไฟสลัวเผยให้เห็นริ้วรอยบนใบหน้าที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก “แต่การส่งจดหมายคือการร้องขอความเข้าใจจากคนอื่น... คนที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงจุดที่เธอเป็น เขาไม่มีทางเข้าใจหรอกว่า ‘ความว่างเปล่า’ ที่เธอกำลังโอบกอดอยู่นี้ มันงดงามเพียงใด” รวิเงียบไป เขาหวนนึกถึง ‘ธันวา’ เพื่อนสนิทที่เพิ่งแวะมาหาเมื่อสัปดาห์ก่อน ธันวาที่พยายามยื่นข้อเสนอเรื่องตำแหน่งบริหารระดับสูงในบริษัทข้ามชาติ ธันวาที่มองว่าการที่รวิมาอาศัยอยู่ใต้อำนาจของธรรมชาติในหมู่บ้านห่างไกลนี้คือ ‘ความผิดพลาดของชีวิต’ “ธันวาบอกว่าผมกำลังเสียสติ” รวิเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “เขาบอกว่าชีวิตที่ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีตัวเลขกำไรขาดทุน คือชีวิตที่ตายไปแล้วตั้งแต่วันที่ยังมีลมหายใจ” ยายแสงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของแกแห้งแล้งและเป็นอิสระ “ถ้าความสำเร็จคือการมีทุกอย่าง แต่ใจกลับไม่เหลือที่ว่างให้ตัวเองได้พักผ่อน... งั้นใครกันแน่ที่ตายไปแล้วจริงๆ รวิ?” รวิดึงกระดาษในกระเป๋าออกมาอีกครั้ง เขาจ้องมองมันราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายความสงบสุขที่เขากำลังสร้างขึ้นมาใหม่ คำตอบของเขาอยู่ที่นี่แล้ว ในจดหมายฉบับที่ไม่มีวันถึงมือผู้รับ มันเป็นเพียงการพิสูจน์กับตัวเองว่าเขาไม่ได้กำลังหนีจากโลกนั้น แต่เขากำลังเลือกที่จะ ‘ไม่เป็นส่วนหนึ่ง’ ของมันอีกต่อไป “ผมจะเผามัน” รวิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดขึ้น เขาหยิบไฟแช็กบนโต๊ะขึ้นมา ปลายนิ้วสัมผัสถึงความร้อนระอุ “เดี๋ยวก่อน” ยายแสงห้ามไว้ด้วยสายตา “อย่าเผาตอนนี้เลย เก็บมันไว้ก่อน วันใดที่เธอเลิกโกรธแค้นคนเหล่านั้นได้จริงๆ วันนั้นกระดาษแผ่นนี้จะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษไร้ค่า ที่เธอสามารถทิ้งมันลงถังขยะได้โดยไม่รู้สึกอะไร... แต่ตอนนี้ การเผามันคือการพยายามทำลายความทรงจำ และความทรงจำที่ยังเจ็บปวด คือครูที่ดีที่สุด” รวิชะงัก ปลายนิ้วที่กดไฟแช็กค่อยๆ ผ่อนแรงลง ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงจากด้านหน้าร้าน เป็นจังหวะที่ไม่มีใครคาดคิดในยามวิกาลเช่นนี้ ทั้งรวิและยายแสงต่างหันไปมองที่บานประตูไม้เก่าๆ นั้นพร้อมกัน “ใครมาในเวลาแบบนี้?” รวิพึมพำ ใจคอเริ่มไม่ดี “ไม่ใช่คนจากหมู่บ้านนี้แน่” ยายแสงกระซิบ ดวงตาของหญิงชราฉายแวววิตกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ประตูไม้ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีการรอคำอนุญาต ร่างสูงในชุดสูทราคาแพงที่คุ้นตาปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายในอากาศ แสงไฟตะเกียงกระทบใบหน้าที่บึ้งตึงและนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของธันวา... เขายืนหอบหายใจอยู่ตรงนั้น ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่ที่ดูเหมือนตราประทับของสำนักงานกฎหมายชั้นนำ “รวิ... เลิกเล่นเกมเด็กๆ นี่เสียที” ธันวาเอ่ยเสียงเครียด นัยน์ตาของเขาจ้องมองจดหมายที่รวิกำไว้ในมือแน่น “พ่อกับแม่ไม่สบายหนักมาก และพวกเขามีเรื่องสำคัญจะบอก... เรื่องที่เธอจะไม่มีวันได้รับโอกาสแก้ตัวอีกต่อไปถ้าหากยังทำตัวเป็นคนไร้รากแบบนี้” รวิรู้สึกเหมือนพื้นดินใต้เท้ากำลังสั่นไหว จดหมายในมือดูเหมือนจะหนักขึ้นเป็นร้อยเท่า ความว่างเปล่าที่เขาสร้างมาตลอดหลายเดือนกลับถูกสั่นคลอนด้วยชื่อของคนที่เขาพยายามจะลืมไปชั่วขณะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับรวิด้วยใจจริงนะคะ ต้นไม้ริมระเบียง
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%