“ถ้าคุณยังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าแบบนี้ ต่อให้ย้ายมาอยู่สุดขอบโลก ใจคุณก็ยังถูกขังอยู่ในกรงเดิมนั่นแหละค่ะ”
รวิชะงักมือที่กำลังจะคว้าถุงบรรจุของชำ เขาไม่ได้คาดคิดว่าหญิงชราท่าทางใจดีที่ดูเหมือนจะยุ่งอยู่กับการจัดเรียงขวดโหลแก้วหลังเคาน์เตอร์ จะเอ่ยประโยคที่จี้ถูกจุดเปราะบางที่สุดในใจเขาออกมาได้แม่นยำราวกับมีดผ่าตัด
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิแห้งในร้านของชำไม้เก่าๆ แห่งนี้ทำให้รวิรู้สึกเหมือนถูกดึงออกจากโลกความเป็นจริง เสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบจากความกังวลว่าจะมีใครตามมาเจอเขาที่นี่ค่อยๆ เปลี่ยนจังหวะลง กลายเป็นความรู้สึกว่างเปล่าที่หนักอึ้งกว่าเดิม
รวิค่อยๆ หันไปมองหญิงชราที่ชื่อ ‘ยายแสง’ ผมสีดอกเลาของยายถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามวัย ทว่าดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่คมกริบและดูราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงสันดานดิบและความกลัวที่รวิซุกซ่อนไว้ใต้ใบหน้าที่นิ่งเฉย
“ผมแค่มาซื้อของน่ะครับ” รวิเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเขายังคงติดความถือตัวของคนที่เคยชินกับการออกคำสั่ง แต่ยายแสงเพียงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
“คนเรามักพูดคำว่า ‘แค่’ เพื่อกลบเกลื่อนรอยร้าวในใจเสมอ” ยายแสงขยับตัวช้าๆ เดินอ้อมเคาน์เตอร์ออกมา รอยยิ้มของยายไม่ได้ดูเป็นมิตรจนน่าประหลาดใจ แต่มันเป็นยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจในแบบที่ทำให้คนมองรู้สึกละอาย “หนีอะไรมาไม่สำคัญหรอกค่ะพ่อหนุ่ม สิ่งสำคัญคือคุณหนี ‘ตัวเอง’ พ้นหรือเปล่า”
รวิขมวดคิ้วแน่น เขาพยายามจะปฏิเสธ แต่ถ้อยคำเหล่านั้นกลับจุกอยู่ที่ลำคอ ธันวา... ภาพของเพื่อนสนิทที่คอยบงการชีวิตเขาด้วยความมั่งคั่งและชื่อเสียงแล่นเข้ามาในหัว การตัดสินใจทิ้งทุกอย่างมาที่นี่คือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายเพื่ออิสรภาพ แต่ทำไมความรู้สึกเหมือนถูก ‘ตามล่า’ ถึงยังไม่จางหายไปเสียที
“คุณรู้ได้ยังไง” รวิถามเบาๆ มือของเขาเผลอกำสายรัดถุงของชำไว้แน่นจนปลายนิ้วขาวซีด
ยายแสงไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยตรง เธอหยิบกาน้ำชาใบเก่าขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้ตัวเล็กข้างร้าน “ในร้านของยายไม่มีของราคาแพงหรอกค่ะ มีแต่ของที่ใช้ได้จริงและของที่ต้องทิ้งเมื่อมันหมดอายุ คุณลองมองขวดโหลใบนั้นดูสิ...” ยายชี้ไปที่ขวดโหลที่บรรจุเมล็ดพืชแห้งเหี่ยว “มันเคยเบ่งบานสวยงาม แต่ตอนนี้มันรอวันที่จะถูกเททิ้งเพื่อให้ที่ว่างแก่เมล็ดพันธุ์ใหม่ คุณจะมัวแต่เก็บเมล็ดที่ตายแล้วไว้ในมือทำไมคะ”
บทสนทนาไม่ได้ราบรื่นเหมือนการทักทายคนแปลกหน้า แต่มันคือการแลกเปลี่ยนความจริงที่รวิไม่เคยยอมรับกับใคร การได้มาพบกับยายแสงทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังปอกเปลือกตัวเองออกทีละชั้น ทั้งที่เขาเพิ่งจะย้ายมาถึงที่นี่ได้ไม่กี่วัน
“บางครั้งการมีอยู่ของสิ่งเดิมๆ ก็ทำให้เรารู้สึกปลอดภัย แม้มันจะทำให้เราหายใจไม่ออกก็ตาม” รวิยอมรับในที่สุด น้ำเสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย
ยายแสงวางมือที่เหี่ยวย่นลงบนหลังมือของเขา สัมผัสนั้นอบอุ่นและหนักแน่น “ความว่างเปล่าไม่ใช่ความสูญเสียค่ะ มันคือการตระเตรียมพื้นที่สำหรับการเริ่มต้นที่แท้จริง แต่ถ้าคุณยังไม่ยอมปล่อยมือจากอดีต พื้นที่ว่างนั้นก็จะมีแค่เงาของความกลัวปกคลุมอยู่”
รวิมองเข้าไปในดวงตายายแสง เขาเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง... ชายวัย 32 ปีที่ไร้ซึ่งอำนาจและบารมี เหลือเพียงจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้า แต่ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงทางออก เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูร้าน เป็นฝีเท้าที่เขารู้จักดีเกินกว่าจะลืมเลือน
เงาร่างหนึ่งทอดยาวผ่านประตูบานไม้เข้ามา แสงแดดข้างนอกถูกบังจนมืดมิด
“รวิ... นายคิดจริงๆ เหรอว่าจะซ่อนตัวอยู่ในรูหนูแบบนี้ได้ตลอดไป?”
น้ำเสียงคุ้นเคยที่ทรงอำนาจและแฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น รวิหันไปมองทันที ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลังเมื่อพบว่าธันวายืนอยู่ตรงนั้น ในมือของเพื่อนสนิทถือแฟ้มเอกสารสีดำที่เขาจำได้ดีว่ามันคืออะไร... มันคือหลักฐานที่เขากำลังจะทำลายทิ้งเพื่ออิสรภาพของตัวเอง
ยายแสงยิ้มบางๆ อีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ยิ้มที่ใจดีเหมือนก่อนหน้านี้ มันเป็นยิ้มที่เหมือนจะบอกว่า ‘บททดสอบที่แท้จริงเริ่มขึ้นแล้ว’ ยายแสงค่อยๆ หันหลังกลับไปจัดของบนชั้นไม้ราวกับว่าคนสองคนที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่ตรงนี้ไม่มีตัวตนอยู่จริง
ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ รอยยิ้มของเขาเหี้ยมเกรียม “การหนีจบลงแล้วนะเพื่อนรัก กลับไปกับฉันเสียดีๆ ก่อนที่ฉันจะทำให้ความว่างเปล่าที่คุณต้องการ กลายเป็นความฉิบหายที่นายจินตนาการไม่ถึง”
รวิมองสลับไปมาระหว่างแฟ้มเอกสารในมือธันวา กับขวดโหลเมล็ดพันธุ์ที่ยายแสงวางไว้บนเคาน์เตอร์ เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ว่าเขาจะยอมให้ความกลัวตามล่าเขาไปตลอดชีวิต หรือจะเลือกปล่อยวางแม้จะต้องแลกด้วยทุกอย่างที่มี
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรวิในเส้นทางที่ยากลำบากนี้นะคะ
จากใจ... ต้นไม้ริมระเบียง
เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า•ตอนที่ 4
รอยยิ้มของยายแสง
ผลงานโดย ต้นไม้ริมระเบียง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ต้นไม้ริมระเบียง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาไม้ใต้แสงจันทร์: เส้นทางสู่ความว่างเปล่า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!